Note Taker – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:17:20 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png Note Taker – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 เรื่องเล่า การจัดวงในอำเภอพุนพิน (ต่อ) (3) https://thaissf.org/sh091/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh091 Sat, 25 Oct 2014 13:53:00 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/10/25/sh091/ 10 คน จาก 14 คน ที่ได้เชิญไป ฉันก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเข้าใจถ้าภารกิจงานอันเร่งด่วนของคนใน รพ.สต. (หัวอกเดียวกัน) เหลือ 10 คน ก็ยังจัดวงได้สบายๆ อีก 2 สัปดาห์ก่อนถึงวันที่จัดวง ลปรร. ตามโครงการฯ ก็ได้มีโอกาสซักซ้อมความเข้าใจกับผู้เล่าทั้ง 2 คน กับ fa และ note taker ซึ่งเจ้าตัวเองก็เป็นมือใหม่หัดขับ ยังไม่มีประสบการณ์ในการจัดวง ลปรร. ฉันก็บอกว่าไม่เป็นไรเรามีเวลาเตรียมตัวตั้งหลายวัน ถ้าเตรียมตัวดีๆ ก็จะมีข้อผิดพลาดน้อย ไม่มีใครเก่งมาแต่กำเนิดหรอกนะ ต้องอาศัยใจ ถ้าใจสู้ก็ไม่มีอะไรยากหรอก ถึงจะมีข้อผิดพลาดบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา น้องๆก็รู้สึกผ่อนคลาย ทุกคนมีความตั้งใจเต็มที่

2 วันก่อนจัดลงลปรร. ฉันโทร confirm กับผู้ร่วมงานอีกครั้งเผื่อว่าบางคนมีงานยุ่งๆแล้วจะลืม(อันนี้ได้ประสบการณ์จากมูลนิธิสดศรีฯ จะโทร confirm ก่อนประชุมเสมอ) คราวนี้ตอบรับมา 11 คน (อีก 1 คน ที่ลาไปแล้ว สามารถเคลียร์ภารกิจกลับมาร่วมวงได้) และได้โทรประสานกับ รพ. เครือข่ายซึ่งจะช่วยในเรื่องของการเตรียมสถานที่ในการจัดวงลปรร.(หลังจากชั่งน.น.ดูแล้ว ฉันเห็นว่าทาง รพ.มีคนเยอะกว่าสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ที่จะช่วยเรื่องสถานที่และเตรียมอาหารต่างๆ)

และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ฉันไปถึงสถานที่ประชุมตอน 8.00 น. เพื่อจะเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียง เก้าอี้ อาหารก่อนการประชุมจะเริ่มเวลา 9.00 น.ซึ่งผู้รับผิดชอบงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (ซึ่งเข้าร่วงวงด้วย) มาช่วยเรื่องการลงทะเบียน

เมื่อทุกคนมาพร้อมกันประมาณ 9.30 น. ซึ่งก็มากัน 11 คน จาก 7 รพ.สต. ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และแม่ข่ายละ 1 คน รวมทั้งสิ้น 13 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และมีผู้สังเกตการณ์ จากต่างเครือข่ายมาดู เพื่อจะได้นำไปจัดในเครือข่ายของตัวเอง อีก 4 คน

วันแรกฉันก็สวมบทบาทวิทยากรครูก. ทำหน้าที่เป็น fa โดย มีการตั้งกติกากลุ่ม จัดกิจกรรมละลายพฤติกรรมโดยให้ทุกคนหัดเล่าและหัดฟัง หลังจากนั้นก็ให้แต่ละคนได้ฝึกเป็น fa เป็น note taker ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยมิตรภาพ บางครั้งก็มีเสียงหัวเราะ บางครั้งก็นิ่งอึ้งเมื่อได้ฟังเรื่องเล่าดีๆจากคนทำงานจริง ผลัดกันถาม ช่วยกันสะท้อน แต่ละคนได้มีโอกาสแชร์ประสบการณ์อย่างเต็มที่เพราะเป็นหน้างานเดียวกัน จนกระทั่งสิ้นสุดการประชุมวันแรก ฉันก็ขอความร่วมมือให้ทุกคนได้เข้ามาร่วมวง ลปรร.ในวันพรุ่งนี้อีก 1 วัน มีพี่ที่เป็น ผอ.รพ.สต.แห่งหนึ่งติดภารกิจุระสำคัญมากในช่วงเช้า แต่รับปากว่าจะมาให้ทันในช่วงบ่าย ทุกคนก็แยกย้ายกลับไป ฉันก็ได้เตรียมความพร้อมของทีมผู้เล่า ทีม fa , note taker ที่จะจัดวง ลปรร.ในวันพรุ่งนี้ ซักซ้อม ทำความเข้าใจ และให้กำลังใจกับทีม ช่วยกันเก็บข้าวของเสร็จ ฉันก็มานั่ง AAR ทบทวนว่า 1 วัน ที่ผ่านไปแล้ว บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้หรือไม่ และมีส่วนใดที่จะต้องนำไปปรับปรุงหรือเพิ่มเติมในวันรุ่งขึ้น ก็จดไว้อยู่หลายข้อ

เช้าวันที่สองของการจัดวงลปรร. (ซึ่งช่วงเช้ามี 10 คน) หลังจากได้จักกิจกรรมละลายพฤติกรรม โดยให้ทุกคนเล่าแสดงความรู้สึกของการจัดลปรร. ที่ผ่านไป 1 วัน ว่ารู้สึกอย่างไร เมื่อทุกคนได้พูดเล่าความรู้สึกแล้วก็เพิ่มเติมในประเด็นที่ยังไม่สมบูรณ์ของเมื่อวาน หลังจากนั้นก็ดู VCD ของมูลนิธิสดศรีฯ ที่ได้จัดทำขึ้นตอนทำโครงการพัฒนาจิตฯ ซึ่งทุกคนก็ให้ความสนใจ บอกว่าชอบมาก ทำให้เข้าใจกระบวนการลปรร.มากขึ้น

ช่วงบ่ายของการอบรมวันที่ 2 (พี่ที่ติดธุระในช่วงเช้าก็รีบมาร่วมวงได้ทันในช่วงบ่าย) เราได้จัดวงลปรร. ในเรื่องการดำเนินงานหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ต้นแบบของอำเภอ โดยมีผู้เล่า 2 คน จาก รพ.สต. ต้นแบบในการดำเนินงานหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของอำเภอ โดย ผอ.รพ.สต. เล่าในส่วนของการบริหารจัดการและนักวิชาการผู้รับผิดชอบงานหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจะเล่าในเรื่องของการดำเนินการโดยใช้แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์

ทุกคนก็ให้ความสนใจ ซักถาม รวมทั้งมีการสะท้อนความรู้สึก ร่วมแชร์ประสบการณ์ภายในวง ส่วน fa ก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะเป็น fa ใหม่ก็ตาม แต่ก็มีความตั้งใจสูงและทำการบ้านมาเป็นอย่างดี note taker ก็สามารถจดบันทึกได้ประเด็นหลักๆ ส่วนรายละเอียดย่อย บางช่วงก็มาเติมภายหลัง โดยฉันก็จะช่วยบ้าง เมื่อ fa เริ่มจะสะดุดและหันมามองฉัน แต่ด้วยความที่เรามีความสนิทสนมกันอยู่ก่อนแล้ว ในฐานะพี่ๆ น้องๆ เครือข่ายเดียวกันก็ทำให้การจัดวงครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อ fa ได้กล่าวปิดวง ลปรร.ในครั้งนี้แล้วทุกคนในวงก็มาช่วยกันถอดบทเรียนว่าเราได้อะไรเรียนรู้อะไรจากเรื่องเล่า ซึ่งทุกคนจะได้นำกลับไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานของตนเอง ซึ่งเรื่องเล่าทำให้ทราบถึงกระบวนการดำเนินงานหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมงาน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดนโยบาย การแต่งตั้งคณะกรรมการ การประชุมคณะกรรมการ การจัดอบรมแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ให้แก่ผู้นำและแกนนำชุมชน การเข้าร่วม ลปรร. กระบวนการทำงานจากชุมชนอื่นๆ นอกเครือข่ายที่เป็น good practice การประสานงานร่วมกันในการจัดทำแผนชุมชนและกติกาชุมชนในขั้นตอนการดำเนินงาน การจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพในเรื่องของ 3อ. 2 ส. ให้สอดคล้องกับวิถีชุมชน การหางบประมาณหรือแหล่ง สนับสนุนอื่นๆ ซึ่งทุกขั้นตอนต้องใช้ชุมชนเป็นฐานในการขับเคลื่อนจึงจะทำให้งานประสบความสำเร็จและยั่งยืน

หลังจากที่นำรายละเอียดที่ได้จาการจดบันทึกและนำมาช่วยกันถอดบทเรียนภายในวงมีการตรวจสอบกับผู้เล่าในบางประเด็น ทำให้เราได้รับความรู้อย่างมากมายก่อนจบวง ลปรร.ในวันนั้นทุก รพ.สต. ได้ทำพันธะสัญญากันว่า จะนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติและดำเนินการจัดวง ลปรร.ในหน่วยงานของตนเอง และได้มีการถ่ายภาพความประทับใจร่วมกัน

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในการจัดวงลปรร. ฉันได้พิมพ์เรื่องเล่าการดำเนินงานหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพส่งต่อให้กับทุก รพ.สต.ในเครือข่าย โดยนำไปใส่ใน Locker ของแต่ละ รพ.สต. ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ

หลังจากนั้นมีหลายๆพื้นที่ได้โทรมาสอบถามการดำเนินงานหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพิ่มเติมจาก รพ.สต.ต้นแบบ และหลายๆ พื้นที่ได้เข้ามาศึกษาดูงาน

สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ฉันรู้สึกภาคภูมิใจในฐานะคนธรรมดาๆที่ได้มีโอกาสทำงานจนประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง สำหรับปัญหาอุปสรรคต่างๆกลับทำให้เราได้มีโอกาสฝึกฝนตนเอง ฝึกพลังในการที่จะแก้ไขปัญหา เมื่อผ่านไปได้ เราจะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง

]]>
เคล็ด(ไม่) ลับการทำวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ได้ใจและได้งาน (3) https://thaissf.org/sh088/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh088 Wed, 22 Oct 2014 13:31:00 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/10/22/sh088/ ตอบสนอง KPI ของหน่วยงาน

– วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่ได้เป็นวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่แท้จริง เป็นเพียงการมานำเสนอ หรือการมาระดมความคิดเห็น

– การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนวิธีการทำงาน แต่เป็นเพียงการมานำเสนอว่าทำอะไร ทำให้คนที่มาเข้าร่วมวงไม่ได้ประโยชน์ หรือฟังแล้วไม่สามารถไปปฏิบัติตามได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจก็ตาม

– หัวปลาหรือประเด็นที่จัดไม่ได้เป็นประเด็นที่คนในหน่วยงานสนใจ หรือมีประสบการณ์ตรงที่

จะร่วมแลกเปลี่ยนได้

– ผู้เข้าร่วมวงไม่เปิดใจ ไม่ฟังอย่างลึกซึ้ง เกิดการวิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์

– ผู้เข้าร่วมวงไม่เห็นประโยชน์ของการมาเข้าร่วมกระบวนการ

– ไม่มีการนำเอาความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปขยายต่อ หรือไปทดลองปฏิบัติ เป็น เพียงการมาฟังแล้วก็จบ

เมื่อเราพอจะรู้สาเหตุของการทำให้วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่ยั่งยืน คำถามต่อมาคือ เราจะทำอย่างไรให้วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของหน่วยงานของเรามีความยั่งยืน ซึ่งในที่นี้ก็ไม่ได้มีคำตอบที่เป็นสูตรสำเร็จตายตัว เพียงแต่มีข้อสังเกตจากประสบการณ์ของมูลนิธิฯ ที่ทำงานด้านนี้ มูลนิธิฯ สังเกตว่าหน่วยงานที่จัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้อย่างสม่ำเสมอ มีลักษณะ ดังนี้

1. ทีมงานที่ดำเนินงานเรื่องดังกล่าว เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์ และศรัทธาในกระบวนการนี้อย่างแท้จริง เมื่อล้มเหลวก็ไม่ถอย นำเอามาเป็นบทเรียน และปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญยังคงทำไปเรื่อยๆ อย่างมีความสุข

2. การสื่อสารภายในองค์กร การนำเอากระบวนการหรือเครื่องมือใหม่ๆเข้ามาใช้ในองค์กร จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจ ทั้งในระดับผู้บริหาร ระดับปฏิบัติการ รวมไปถึงในทีมงานของตัวเอง ว่ากระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คืออะไร มีวิธีการอย่างไร คนที่เข้าร่วมกระบวนการต้องทำอย่างไร และจะได้อะไรจากกระบวนการนี้

3. การออกแบบกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

เทคนิคการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

Facilitator

วิธีการให้ผู้เล่าสามารถเล่าได้ตามหัวปลา

1. จะต้องมีการเรียนรู้คุณกิจก่อนเข้าร่วมวง เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบกำหนดการ โดยเลือกผู้ที่เล่าเป็นเป็นผู้เริ่มเล่า เพื่อให้เป็นตัวอย่างกับคนอื่นๆในวง

2. ควรมีการเตรียมตัวผู้เล่าก่อนเริ่มวง โดยการไปศึกษาว่าผู้เล่าคนนั้นมีประสบการณ์ เกี่ยวกับหัวปลานั้นอย่างไร และชี้แจงให้ผู้เล่าเข้าใจว่าอยากให้เล่าประเด็นใด รูปแบบไหน หรือหากผู้เล่าเล่าสั้นเกินไป ยังไม่เห็นรายละเอียดวิธีทำงาน ก็จะต้องกระตุ้น หรือมีการถามนำเพื่อให้ผู้เล่าได้เล่ารายละเอียด

3. หาจังหวะที่เหมาะสมในการตัดบท ซึ่งความเหมาะสมนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว อาจจะพิจารณาจากเวลา บรรยากาศของวง และลักษณะของคุณกิจด้วย โดยอาจจะใช้คำพูดว่า “เรื่องที่ผู้เล่าเล่ามามีความน่าสนใจ และอยากจะเรียนรู้มาก แต่เนื่องจากเรามีเวลากระชั้นชิด เลยอยากให้ผู้เล่าเล่าในประเด็น…. ให้คนอื่นได้เรียนรู้” แต่ที่สำคัญ ต้องตัดบทโดยไม่ให้ผู้เล่าเสียหน้า หรือรู้สึกไม่ดี แต่หากตัดบทแล้วผู้เล่ารู้สึกไม่ดี facilitator ต้องแก้ไขบรรยากาศที่เกิดขึ้น โดยอาจจะใช้การผ่อนคลาย หรือถ้าผู้เล่ารู้สึกแย่มากๆ facilitator อาจจะต้องกล่าวคำขอโทษ ซึ่งการกล่าวคำขอโทษนี้สามารถทำได้ทั้งในวง และส่วนตัว ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ facilitator ทั้งนี้ หากเกิดความผิดพลาด หรือทำให้วงเสียบรรยากาศ ก็จะต้องนำกลับมาเรียนรู้เป็นบทเรียนของตัวเอง

4. ควรมีการตั้งกติกากลุ่ม ในการกำหนดเวลา และควรมีการชี้แจงให้คุณกิจ เข้าใจว่าควรเล่าเรื่องอย่างไร ประเด็นไหน

การสร้างบรรยากาศ

หากเห็นบรรยากาศไม่เกิดการแลกเปลี่ยน เช่น เฉื่อยชา ตึงเครียด หรือไม่ปลอดภัย facilitator ควร ดูจริตของคุณกิจแต่ละวง ว่าชอบรูปแบบใด ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น อาจจะมีการพักเบรก ให้ไปเข้าห้องน้ำ รับประทานอาหารว่าง หรือหากิจกรรมเพื่อผ่อนคลาย อาจจะเป็นการฟังเพลงเพื่อสร้างสมาธิ การทำ body scan การเปลี่ยนอิริยาบถ ทำโยคะ การนวด เป็นต้น

การเตรียมตัวของ Facilitator

facilitator ต้องทำความเข้าใจกับหัวปลาให้ชัดเจน เพื่อที่ว่าจะได้สามารถชวนคุย ถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวปลานั้นๆได้

นอกจากนี้ ยังต้องศึกษาวิธีการทำงานของผู้เข้าร่วมกระบวนการ (คุณกิจ) มาก่อน เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงประสบการณ์คุณกิจแต่ละคนกับหัวปลานั้นๆ

Note Taker

หน้าที่หลักของ note taker คือการบันทึกสิ่งที่เล่าในวง ซึ่งจะต้องเป็นการบันทึกวิธีการทำงานที่ตรงกับหัวปลานั้น ๆ มีเทคนิคการบันทึกดังนี้

1. ทำความเข้าใจกับหัวปลาให้ชัดเจนเพื่อจะได้สามารถบันทึกได้ถูกต้อง

2. การใช้เครื่องมือช่วยก็สามารถทำให้ทำงานได้ดีขึ้น เช่นการอัดเทป หรือการมี note taker หลายๆคน ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย คืออาจจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นในการทำงานในการถอดเทปหรือต้องหาคนถอดเทปซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

3. การใช้สัญลักษณ์มาช่วยให้การจดไวขึ้น

4. ต้องมีการตกลงกับ facilitator เบื้องต้น หากจดบันทึกไม่ทัน โดยการทำสัญลักษณ์ หรือกิริยา ที่แสดงว่าจดไม่ทัน เพื่อให้ facilitator มีการทวน หรือถ่วงเวลาให้สามารถจดได้ทัน

5. ช่วยดูบรรยากาศและสะท้อนให้ facilitator ได้ทราบ

3.1 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต้องเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่แท้จริง คนที่เข้ามาในวงทุกคนต้องได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์วิธีการทำงาน และทุกคนต้องได้เรียนรู้วิธีการทำงานของคนอื่นๆ ซึ่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบนี้ ผู้เข้าร่วมวงจะได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมวง ผู้เข้าร่วมก็จะเห็นประโยชน์ เห็นคุณค่าของกระบวนการ และทำให้วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยั่งยืนได้

3.2 การตั้งหัวปลาที่เป็นเรื่องที่คนสนใจ มีประสบการณ์ร่วม และมีผลต่อการพัฒนาตัวเอง พัฒนางาน พัฒนาองค์กร นอกจากนี้ยังต้องตั้งชื่อให้เห็นวิธีการทำงาน (how to) การตั้งชื่อในเชิงบวก และมีเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อเป็นการเชิญชวนให้คนอยากเข้าร่วมกระบวนการ

3.3 บรรยากาศของวงต้องมีความปลอดภัย เชิญชวนให้คนในวงเกิดการเปิดใจ กล้าเล่า

3.4 ไม่จำกัดความรู้จากการแลกเปลี่ยนเพียงในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่มีการแบ่งปันความรู้ที่ได้จากวงให้กับคนอื่นๆได้รับทราบ ได้มีโอกาสนำเอาความรู้ที่ได้ไปปรับใช้กับงานของตัวเอง พัฒนาศักยภาพของตนเอง ผ่านทางช่องทางต่างๆ ที่เหมาะสมกับบริบทของหน่วยงานของตัวเอง

4. การสนับสนุนจากองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนในหน่วยงานได้มาร่วมกระบวนการ สถานที่ งบประมาณ

หากสามารถสร้างให้เกิดเป็นวัฒนธรรมขององค์กร ที่จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการทำงานซึ่งกันและกัน โดยพยายามให้อยู่ในงานประจำที่ทำอยู่ หรืออยู่ในกิจกรรมที่ทำเป็นปกติ เช่น การประชุมประจำเดือน ก็จะทำให้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่ในหน่วยงานได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

]]>