ไทรอยด์ฮอร์โมน – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:17:54 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png ไทรอยด์ฮอร์โมน – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 สารไอโอดีนกับอีคิว ตอนที่ 7 https://thaissf.org/cd012/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=cd012 Sat, 07 Jun 2014 15:17:46 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/06/07/cd012/

90 จุด แต่ยังมีเด็กไทยอีกจำนวนมากที่มีระดับสติปัญญาต่ำกว่าค่าปกติ เด็กไทยส่วนใหญ่มีระดับสติปัญญาอยู่ประมาณ 80-90 จุด จัดอยู่ในระดับสติปัญญาทึบ มีผลต่อการเรียนรู้ ซึ่งสาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากการได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในครรภ์มารดาตลอดจนในวัยทารกและเด็กเล็ก ซึ่งในประเทศไทยควรจะมีการศึกษาเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลกระทบของการขาดสารไอโอดีนต่อระดับสติปัญญาของเด็กไทย เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพของเด็กไทยต่อไป

การขาดสารไอโอดีนในเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน

เด็กเล็กและเด็กวัยเรียน เป็นวัยที่ยังมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีพัฒนาการด้านต่าง ๆ มีการเรียนรู้เพิ่มขึ้น มีการทำกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ตามความพร้อมของเด็กในแต่ละวัย การขาดสารไอโอดีนในช่วงนี้ ทำให้เด็กมีพัฒนาการช้า มีสติปัญญาลดลง ทำให้เด็กมีศักยภาพในการเรียนรู้น้อยลง เด็กในวัยนี้จะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการในทุก ๆ ด้าน พร้อมที่จะเรียนรู้กับสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ที่เข้ามาได้เป็นอย่างดี ถ้าหากเด็กในวัยนี้มีการขาดสารไอโอดีน ทำให้เขาสูญเสียโอกาสที่จะได้เรียนรู้อย่างเต็มที่

นอกจากผลกระทบต่อสติปัญญาและการเรียนรู้ของเด็กแล้วการขาดสารไอโอดีน ยังส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กด้วย เนื่องจากไทรอยด์ฮอร์โมนจะมีความสำคัญต่อการทำงานของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต เด็กที่ขาดไทรอยด์ฮอร์โมนจึงมีการเจริญเติบโตช้า ตัวเล็ก เมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน ในเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ถ้ามีการขาดสารไอโอดีนต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต่อมไทรอยด์ต้องทำงานหนักมากขึ้นในการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนให้เพียงพอต่อความต้องการ จึงทำให้ต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่ขึ้น เห็นเป็นก้อนอยู่บริเวณคอ เรียกว่า “คอหอยพอก”

การประเมินภาวะสารไอโอดีนง่าย ๆ โดยการวัดขนาดของต่อมไทรอยด์

เนื่องจากสารไอโอดีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายนำไปใช้ในการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนเมื่อร่างกายขาดสารไอโอดีนในระดับหนึ่ง ร่างกายจะมีกลไกกระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้มากขึ้น เพื่อทำให้มีการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนให้เป็นปกติ ต่อมไทรอยด์ต้องนำสารไอโอดีนซึ่งมีปริมาณลดลงในกระแสเลือดเข้าสู่ต่อมไทรอยด์เป็นสัดส่วนที่มากขึ้น ทำให้ขนาดของต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่กว่าปกติ ในผู้ป่วยที่มีปัญหาขาดสารไอโอดีนรุนแรงเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่ และสามารถสังเกตเห็นเป็นก้อนอยู่บริเวณลำคอซึ่งเป็นตำแหน่งต่อมไทรอยด์เราจึงเรียกโรคขาดสารไอโอดีนรุนแรงจนทำให้ต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่ขึ้นนี้ ว่าโรคคอหอยพอก

การประเมินขนาดของต่อมไทรอยด์มี 2 วิธี คือการสังเกตและคลำขนาดของต่อมไทรอยด์และการตรวจขนาดต่อมไทรอยด์โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์

การสังเกตและการคลำขนาดของต่อมไทรอยด์ เป็นวิธีการที่สะดวก ใช้เวลาไม่มาก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่ซับซ้อน ใช้เป็นการตรวจคัดกรองโรคขาดสารไอโอดีนในประชากรจำนวนมากได้ หากสามารถสังเกตหรือคลำต่อมไทรอยด์ได้จะถือว่าเป็นคอหอยพอก แต่การตรวจต่อมไทรอยด์วิธีนี้ อาจไม่สามารถตรวจพบโรคขาดสารไอโอดีนระดับรุนแรงน้อยได้ เนื่องจากต่อมไทรอยด์จะมีขนาดใหญ่เพียงเล็กน้อย ไม่สามารถสังเกตเห็นหรือคลำได้จากการตรวจร่างกาย สำหรับการประเมินขนาดของต่อมไทรอยด์ด้วยวิธีนี้ มีการแบ่งลักษณะของต่อมไทรอยด์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 3 ระดับ

เกรด 0

ลักษณะของต่อมไทรอยด์ ไม่สามารถคลำหรือสังเกตเห็นต่อมไทรอยด์ได้

เกรด 1

ลักษณะของต่อไทรอยด์ สามารถคลำต่อมไทรอยด์ได้ แต่ไม่สามารถสังเกตเห็นต่อมไทรอยด์ได้

เกรด 2

ลักษณะของต่อมไทรอยด์ สามารถคลำและสังเกตเห็นต่อมไทรอยด์ได้อย่างชัดเจน

การตรวจขนาดของต่อมไทรอยด์ด้วยการใช้เครื่องอัลตราซาวด์ เป็นการตรวจคัดกรองที่มีความไวกว่าการสังเกตและคลำขนาดของต่อมไทรอยด์ สามารถตรวจขนาดของต่อมไทรอยด์ที่ใหญ่ขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่สามารถสังเกตหรือคลำได้ เมื่อใช้เครื่องมือวัดขนาดของต่อมไทรอยด์แล้ว จะนำค่าที่วัดได้มาเปรียบเทียบกับค่าอ้างอิงมาตรฐานที่จำเพาะเจาะจงสำหรับเพศและอายุของผู้รับการตรวจ ถ้ามากกว่าค่ามาตรฐานจะให้การวินิจฉัยว่าเป็นคอหอยพอก การตรวจวิธีนี้สามารถใช้ตรวจคัดกรองในพื้นที่ที่มีภาวะขาดสารไอโอดีนระดับที่รุนแรงน้อยได้ ส่วนข้อจำกัดของการวัดขนาดของต่อมไทรอยด์ในการบ่งชี้ภาวะสารไอโอดีนในร่างกายของประชากร คือ ไม่สามารถตรวจคัดกรองการขาดสารไอโอดีนในระยะเริ่มต้นได้ เนื่องจากการที่ต่อมไทรอยด์จะมีขนาดใหญ่ขึ้น จะเกิดจากการได้รับสารไอโอดีนที่ไม่เพียงพอมาเป็นระยะเวลานาน

]]> สารไอโอดีนกับอีคิว ตอนที่ 6 https://thaissf.org/cd011/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=cd011 Tue, 03 Jun 2014 10:53:38 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/06/03/cd011/ มีความผิดปกติของระบบประสาทและสมองไม่มาก ในช่วงแรกจึงยังเห็นพัฒนาการที่เป็นปกติได้ แต่เมื่อเด็กเติบโตขึ้น พัฒนาการต่าง ๆ เริ่มมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นจึงเห็นความผิดปกติได้ชัดเจน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว จะเป็นช่วงเวลาที่ผ่านพ้นช่วงที่สมองมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ไปแล้ว ทำให้การเสริมสารไอโอดีนในช่วงนี้อาจไม่ช่วยให้ระบบประสาทและสมองที่ผิดปกติไป กลับมาเป็นปกติได้

การขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกในด้านต่าง ๆ แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ทารกขาดสารไอโอดีน เนื่องจากระบบประสาทด้านต่าง ๆ จะมีการเจริญพัฒนาไม่พร้อมกัน การขาดสารไอโอดีนในช่วงที่มีการพัฒนาระบบใดมาก ย่อมมีผลต่อพัฒนาการด้านนั้น มีการศึกษาพบว่า เมื่อทารกมีการขาดสารไอโอดีนตั้งแต่ในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ จะมีผลต่อพัฒนาการทางด้านการมองเห็น และการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เมื่อมีการขาดสารไอโอดีนในช่วงไตรมาสที่ 3 จะมีผลต่อการจดจำ และการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ส่วนการขาดสารไอโอดีนในช่วงครบกำหนดคลอด หรือช่วงระยะแรกหลังเกิด จะมีผลต่อพัฒนาการทางด้านภาษา การพูด รวมทั้งการจดจำและการใช้สมาธิด้วย

การขาดสารไอโอดีนในระหว่างตั้งครรภ์ แม้จะเป็นเพียงการขาดสารไอโอดีนในระดับรุนแรงน้อย ก็ส่งผลต่อพัฒนาการของทารกได้ การศึกษาเพื่อประเมินพัฒนาการของทารกแรกเกิดอายุ 3 สัปดาห์ พบว่าทารกที่เกิดจากหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ จะทำคะแนนจากการทดสอบพัฒนาการได้น้อยกว่าทารกที่เกิดจากหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน

]]>
สารไอโอดีนกับอีคิว ตอนที่ 5 https://thaissf.org/cd010/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=cd010 Thu, 22 May 2014 10:30:04 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/05/22/cd010/

การขาดสารไอโอดีนในช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา จนกระทั่งครบกำหนดคลอด หรือแม้แต่การขาดสารไอโอดีนในช่วงวัยทารกและเด็กเล็ก ก็มีผลทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ช้าลง รวมทั้งระดับสติปัญญาที่ลดลงด้วย

ความสำคัญของสารไอโอดีนต่อการพัฒนาสมอง

สมองนับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย การเจริญเติบโตและการพัฒนาการทำงานของสมองเริ่มต้นตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา เมื่อทารกเกิด ทารกยังมีการเจริญเติบโตและการพัฒนาการทำงานของสมองอย่างต่อเนื่อง และสามารถแสดงให้เห็นจากพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของทารกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในขวบปีแรก อย่างไรก็ตาม ขบวนการดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยไทรอยด์ฮอร์โมน หากทารกได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลให้มีการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนไม่เพียงพอ ย่อมมีการสร้างสมองที่ผิดปกติ และมีพัฒนาการที่ผิดปกติได้

การขาดสารไอโอดีนในระดับรุนแรงในช่วงทารก จะทำให้ทารกเป็นโรคเอ๋อ หรือ Cretinism ซึ่งจะมีลักษณะหน้าตาที่ผิดปกติ ตาเข หน้ากลม ลิ้นใหญ่ มีความผิดปกติของประสาทรับรู้การได้ยิน หรือแม้แต่สูญเสียการได้ยิน ผิวหนังแห้งและหนา ตัวเตี้ย มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อแขนขา โดยที่ยังมีมือและเท้าที่ยังใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากอาการของโรคสมองพิการแต่กำเนิด

นอกจากผลต่อการเจริญเติบโตและการสร้างระบบอวัยวะต่าง ๆ ของทารกแล้ว ยังพบว่าการขาดสารไอโอดีนยังมีผลต่ออัตราการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดด้วย โดยพบว่าอัตราการเสียชีวิตของทารกแปลผกผันกับระดับไทรอยด์ฮอร์โมนในมารดา และในพื้นที่ที่ขาดไอโอดีน เมื่อมีการให้ไอโอดีนเสริมแล้ว พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดลดลง

]]> สารไอโอดีนกับอีคิว ตอนที่ 3 https://thaissf.org/cd008/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=cd008 Wed, 14 May 2014 08:09:45 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/05/14/cd008/

มีการทำงานของไทรอยด์ฮอร์โมนในทารกที่อยู่ในครรภ์ ตั้งแต่ต่อมไทรอยด์ของทารกยังไม่มีการสร้างและพัฒนาเต็มที่ ซึ่งแสดงว่า ทารกได้รับไทรอยด์ฮอร์โมนจากมารดาผ่านทางรก นอกจากนั้น ยังพบว่าในช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์จนครบกำหนดคลอด ยังต้องใช้ไทรอยด์ฮอร์โมนจากมารดาถึงร้อยละ 20-50

ในช่วงไตรมาสแรก ทารกจำเป็นต้องได้รับไทรอยด์ฮอร์โมนและสารไอโอดีนจากมารดาผ่านทางรก เนื่องจากทารกยังไม่มีการสร้างต่อมไทรอยด์ที่สมบูรณ์ ไม่สามารถสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนได้เองต่อมาในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 เมื่อระบบอวัยวะต่าง ๆ ของทารกมีสร้างและพัฒนามากขึ้นต่อมไทรอยด์ของทารกสามารถทำหน้าที่ได้แต่ยังไม่สมบูรณ์ ทารกยังมีความจำเป็นต้องได้รับไทรอยด์ฮอร์โมนบางส่วนจากมารดา และยังต้องได้รับสารไอโอดีนเพื่อนำมาสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนของทารกเอง

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า สารไอโอดีนมีความจำเป็นมากในหญิงตั้งครรภ์และการขาดสารไอโอดีนไม่เพียงส่งผลกระทบต่อมารดาเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์ ถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่ในช่วงแรกของชีวิต ความผิดปกตินี้อาจเป็นความผิดปกติถาวรซึ่งไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้อีกในภายหลัง

การขาดสารไอโอดีนในมารดา ทำให้มีการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนของมารดาลดลง ไทรอยด์ฮอร์โมนจึงผ่านมาสู่ทารกลดลง รวมทั้งสารไอโอดีนจากมารดาก็ผ่านมาสู่ทารกลดลงเช่นเดียวกัน ทำให้ทารกมีไทรอยด์ฮอร์โมนไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาระบบอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลให้ทารกมีการเจริญเติบโตช้า และมีการสร้างระบบอวัยวะต่าง ๆ ที่ผิดปกติไป หากมีภาวะขาดสารไอโอดีนรุนแรง อาจทำให้ทารกในครรภ์มีความพิการหรือเสียชีวิตในครรภ์

ตามเกณฑ์การประเมินภาวะสารไอโอดีนขององค์การอนามัยโลก ได้กำหนดให้ในพื้นที่ที่มีสารไอโอดีนเพียงพอ หญิงตั้งครรภ์มีค่ามัธยฐานของระดับสารไอโอดีนในปัสสาวะ 150-249 ไมโครกรัมต่อลิตร อย่างไรก็ตาม การสำรวจภาวะสารไอโอดีนในร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ในประเทศไทยพบว่ายังมีค่ามัธยฐานของระดับสารไอโอดีนในปัสสาวะน้อยกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลิตร อย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าประเทศไทยยังเป็นพื้นที่ที่ยังมีปัญหาการขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง

]]>