แรงบันดาลใจ – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:17:21 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png แรงบันดาลใจ – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 การสร้างเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดระดับการพัฒนาจิตวิญญาณ สำหรับบุคลากรด้านสาธารณสุข (32) https://thaissf.org/sh082/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh082 Mon, 29 Sep 2014 12:32:09 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/09/29/sh082/ Pincharoen, and Congdon(2003) ที่พบว่า จิตวิญญาณของผู้สูงอายุชาวไทยที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบประเด็นหลักของจิตวิญญาณดังนี้

ประเด็นหลัก(theme)

การมีแหล่งที่เข้าถึงจิตวิญญาณ

ความหมาย

การที่สามารถ บุคคล สถานที่ กิจกรรม ที่จะช่วยให้ได้ปฏิบัติด้านจิตวิญญาณ ได้แก่การไปวัดเพื่อได้พบความสงบ การได้รักษาความเชื่อ การได้ปฏิบัติกิจทางศาสนา การได้ทำบุญ

ประเด็นหลัก(theme)

ค้นหาความกลมกลืนระหว่างสุขภาพกายและจิต

ความหมาย

การปฏิบัติเพื่อรักษาอารมณ์ ความรู้สึกให้สงบ ละทิ้งความรู้สึก โกรธ ปัญหา ความขัดแย้ง กังวล เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพการที่ดี

ประเด็นหลัก(theme)

ดำเนินชีวิตที่มีคุณค่า

ความหมาย

คิดถึงคุณค่าของชีวิต ความสำเร็จของชีวิต ความภาคภูมิใจในชีวิต

ประเด็นหลัก(theme)

คาดหวังความสัมพันธ์ที่ดีต่อครอบครัวและเพื่อน

ความหมาย

ความคาดหวังที่ต้องการให้ตนเองมีความสัมพันธ์ที่สงบสุข ได้รับการนับถือ จากลูกหลาน และสามารถความรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนฝูง

ประเด็นหลัก(theme)

มีประสบการณ์เกี่ยวกับความหมายและความเชื่อต่อของความตาย

ความหมาย

คิดถึงความตายของตนเอง โดยมองความตายเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องประสบ และเชื่อในการไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดี

งานวิจัยข้างต้นพบประเด็นของจิตวิญญาณที่ไม่เหมือนกัน แต่มีความทับซ้อนในความหมายบางประเด็น กล่าวคือ “มีประสบการณ์เกี่ยวกับความหมายและความเชื่อต่อของความตาย” มีการตีความบางส่วนที่คล้ายคลึงกับ “การตระหนักรู้เกี่ยวกับความตาย” ความแตกต่างของความเหมือนนี้อาจอยู่ที่มุมมอง คือ ในงานวิจัยของ Pincharoen, and Congdon เป็นมุมมองของผู้สูงอายุ แต่ ในงานวิจัยเรื่องนี้เป็นมุมมองที่มองจากการเป็นผู้ปฏิบัติงาน แต่เป็นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความตาย ประเด็นที่แตกต่างกันคือ ประเด็นด้าน “การมีแหล่งที่เข้าถึงจิตวิญญาณ” “ค้นหาความกลมกลืนระหว่างสุขภาพกายและจิต” “ดำเนินชีวิตที่มีคุณค่า” “ความสัมพันธ์ที่ดีต่อครอบครัวและเพื่อน”

งานวิจัยที่แตกต่างกันที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นการตั้งชื่อของสังกัปของจิตวิญญาณที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เพราะมีความหมายที่เป็นรายละเอียดของสังกัปแต่ละตัวที่แตกต่างกัน และการแสดงออกของจิตวิญญาณในบริบทที่แตกต่าง เช่น บริบทของการทำงาน บริบทของการดำเนินชีวิต หรือวุฒิภาวะที่ต่างกัน เช่น เพศ วัย ระดับการศึกษา หรือ สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามจะพบว่าในหลายๆความหมายเหล่านี้สิ่งที่เป็นภาพเหมือนร่วมกัน คือ การกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างตนเองกับความศรัทธาสูงสุดและสิ่งที่มองไม่เห็น เช่น ความตาย ความเชื่อมโยงกับคนอื่น และความเข้าถึงตนเอง เป็นต้น

2 สาเหตุและผลของจิตวิญญาณ

การทบทวนงานวิจัยพบว่า จิตวิญญาณ มีผลทางบวกต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการหลีกเลี่ยง

การใช้สารเสพติด การปรับตัว ภาวะผู้นำในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับสุขภาพ ความพึงพอใจในงาน และความยึดมั่นกับงาน งานวิจัยนี้ แยกสังกัปที่เกี่ยวข้องกับแก่นของจิตวิญญาณเป็น สาเหตุ และผลของจิตวิญญาณ โดยที่ในส่วนของสาเหตุ ใช้ชื่อว่า “สร้างเสริมแรงบันดาลใจ” หมายถึง ปัจจัยที่ทำให้บุคคลเพิ่มความต้องการที่จะเรียนรู้ด้านจิตวิญญาณ และปัจจัยที่กระตุ้นหรือสนับสนุนการแสดงออกทางจิตวิญญาณ สำหรับผลของจิตวิญญาณแบ่งเป็น ผลด้านพฤติกรรม ซึ่งเป็นผลทางตรงจากอิทธิพลของจิตวิญญาณ และคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นผลทางอ้อมของการมีแก่นของจิตวิญญาณ

การสร้างโมเดลเชิงสาเหตุของจิตวิญญาณตามภาพข้างต้นนี้ การอธิบายได้ดังนี้

2.1 ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างประสบการณ์ทางจิตวิญญาณกับแก่นของจิตวิญญาณ ผลของจิตวิญญาณ

ต้นแบบ ภาพลักษณ์ของจิตวิญญาณกับแก่นและผลของจิตวิญญาณ

จากแนวคิดของการเรียนรู้สังคมของบุคคล ในส่วนของทฤษฎี Social cognitive theory นั้นกล่าวว่าบุคคลเรียนรู้จากสิ่งที่เห็น แต่เขาเลือกที่จะเรียนรู้บางสิ่งเท่านั้น โดยเงื่อนไขหรือองค์ประกอบที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) บุคคลผู้นั้นต้องมีคุณลักษณะที่เพียงพอ หรือ มีลักษณะที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้แก่มีความสนใจ มีทักษะ 2)บุคคลมีพฤติกรรมเลือกที่จะเรียนรู้และ 3) มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการเรียนรู้เมื่อมี องค์ประกอบดังกล่าวแล้วต้องเกิดขั้นตอนต่อไปนี้คือ 1)บุคคลเห็นเหตุการณ์ 2)มีความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น 3)มีการเก็บจำเหตุการณ์ 4)มีการซึมซับข้อมูลเพราะสนับสนุนความเชื่อของตน หรือทำให้เกิดความเชื่อที่ชัดเจน เมื่อนำมาอธิบายการสร้างเสริมแรงบันดาลใจสู่จิตวิญญาณ อธิบายได้ว่า การที่ตัวอย่างมีประสบการณ์ได้เห็นคนในครอบครัวได้แสดงพฤติกรรรมที่แสดงออกถึงการมีจิตวิญญาณ เช่น การช่วยเหลือผู้อื่น การขยันอดทนมุ่งมั่นสู่เป้าหมายของชีวิต อย่างใกล้ชิดและเกิดขึ้นซ้ำๆ ย่อมทำให้เกิดการสังเกต และเก็บจำ และซึมซับความเชื่อนั้นเป็นของตนเอง ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจที่พัฒนาจิตวิญญาณ หรือทำพฤตกรรมตามตัวแบบของตน (Rhodes, 2006) นอกจากนี้พบว่าการให้เด็กได้มีประสบการณ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา หรือกิจกรรมทางจิตวิญญาณ ได้แก่การพาไปร่วมกิจกรรม การกำหนดบทบาทของการเข้าร่วมกิจกรรมจะทำให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจ เพิ่มความนิยมต่อการมีจิตวิญญาณ และพัฒนาจิตวิญญาณจากการที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรม(Spitzer & Lee B, 2005)

 

]]>
การสร้างเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดระดับการพัฒนาจิตวิญญาณ สำหรับบุคลากรด้านสาธารณสุข (20) https://thaissf.org/sh070/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh070 Wed, 10 Sep 2014 14:03:00 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/09/10/sh070/ ประเด็นหลัก(theme)

I. สร้างเสริมแรงบันดาลใจสู่ จิตวิญญาณ

ประเด็นรอง( subtheme)

1.ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ

2. ต้นแบบ ภาพลักษณ์ของจิตวิญญาณ

3.การสนับสนุนและบรรยากาศ

ประเภท

• ทางการปฏิบัติทางพุทธศาสนา

• พบเห็นความทุกข์และความตาย

• การเผชิญปัญหาในชีวิตของตัวเอง

• การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้มีจิตวิญญาณ

• ต้นแบบจากครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด

• ต้นแบบจากบุคคลในสังคม

• การสนับสนุนจากที่ทำงาน

• การสนับสนุนจากครอบครัว

• บรรยากาศในการทำงาน

ประเด็นหลัก(theme)

II. แก่นของจิตวิญญาณ

ประเด็นรอง( subtheme)

1. ความหมายและเป้าหมายของชีวิต

2. การตระหนักรู้เกี่ยวกับความตาย

3. ศรัทธาในความจริงที่เหนือธรรมชาติ

4. เข้าถึงเข้าใจตัวเอง

5. เข้าถึงเข้าใจผู้อื่น

6. เข้าถึงคุณค่าของจิตใจ(มิใช่วัตถุ)

ประเภท

• การมีอุดมการณ์

• ความเข้าใจในชีวิต

• เชื่อในพลังจิต

• ความเชื่อทางศาสนา

• ความเชื่อที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา

• มีสติ

• เข้าใจตนเอง

• คิดทบทวนตัวเอง

• จิตรับรู้ความทุกข์

• ใส่ใจและไวต่อความคิดความเชื่อ ของผู้อื่น

ประเด็นหลัก(theme)

III. ผลของจิตวิญญาณ

ประเด็นรอง (subtheme)

1. ช่วยเหลือโดยเมตตา-กรุณา

2. ทำภารกิจในชีวิตอย่ามีพลัง

3. ปฏิบัติโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีผู้อื่น

ประเภท

• ช่วยเหลือเพราะความเห็นใจในความทุกข์

• ช่วยเหลือเพราะมีน้ำใจ

• ปฏิบัติหน้าที่อย่ามุ่งมั่นไม่ย่อท้อ

• กล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง

ประเด็นหลัก(theme)

IV. คุณภาพชีวิต

ประเด็นรอง( subtheme)

1. ความสุขใจ

2. ความภาคภูมิใจในตนเอง

ประเภท

• ความสุขจากความรู้สึกของผู้อื่น

• ความสุขที่ได้ทำตามความเชื่อของตนเอง

• ด้านการทำงาน

I. สร้างเสริมแรงบันดาลใจสู่จิตวิญญาณ

ลักษณะร่วมของประเด็นหลัก “สร้างเสริมแรงบันดาลใจสู่จิตวิญญาณ” คือ เป็นสิ่งทีสร้าง หรือรักษาให้บุคคลเกิดพลัง หรือความปรารถนาที่พัฒนาจิตวิญญาณของตัวเอง โดยปัจจัยที่สร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ การมีประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ต้นแบบและภาพลักษณ์ของจิตวิญญาณ ในขณะที่ปัจจัยเสริมเป็นสนับสนุนและบรรยากาศ โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ

ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ความหมายที่ร่วมกันของประเด็นนี้ คือการที่กลุ่มตัวอย่างได้เรียนรู้จาก การปฏิบัติงานหรือการดำเนินชีวิต ที่ทำให้เกิดความชอบ ความต้องการที่จะพัฒนาจิตวิญญาณให้มีมากขึ้น แบ่งเป็น ประสบการณ์จากการปฏิบัติทางศาสนา การพบเห็นความทุกข์การเผชิญปัญหาในชีวิต และการแลกเปลี่ยนกับผู้มีจิตวิญญาณ ตามที่ปรากฏข้อมูลที่อธิบายในแต่ละเรื่องตามลำดับดังนี้

“…โชคดีตรงที่ว่าพอเข้าใจแก่นธรรมของพระพุทธศาสนาแล้วอยากศึกษาเนี่ย ครั้งแรกเดินเข้าตลาดในโคราชนะคะ เรียนอยู่โคราช พอฟัง อจ. บรรยายชั่วโมงนั้นเกิดอาการปีติขึ้นมา เราไม่รู้ไม่เข้าใจหรอกว่ามันคืออะไร แต่มีความต้องการอย่างนั้น ต้องการหนังสือธรรมะมาศึกษาสักเล่ม เพราะเราไม่เคยศึกษามาก่อน ถึงแม้จะเคยทำบุญแต่เราไม่เข้าใจ ไปในตลาดไปได้หนังสือเล่มแรกก็คือหนังสือท่านพุทธทาส เล่มแรกเลยนะคะ เดินไปเจอเลย โดยที่ไม่ได้ดูหนังสือเล่มอื่นเลย หยิมมาเป็นหนังสือท่านพุทธทาส ท่านสอนเรื่องอานาปานสติ แล้วก็เริ่มฝึกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฝึกเองนะคะเพราะเราไปอยู่หอ ..ก็ทำอย่างนี้จนเรียนจบ “ (อีสาน 2)

“ตัวเองเรียนโรงเรียนปอเนาะมา โรงเรียนปอเนาะเนี่ย เขาจะสอนให้เด็กฝึกในเรื่องการทำของจิตใจ ก็ตั้งแต่เรารู้ความตั้งแต่เด็กๆเลย เราก็จะเข้าโรงเรียนพวกเนี่ย โรงเรียนตากีลาพวกเนี้ย เขาจะสอนในเรื่องของการทำความดีสู่พระเจ้าอะไรแบบนี้ ก็เขาจะสอน เราจะชินมันอยู่ทุกวัน จนเราโตเราก็ไปเรียนโรงเรียนปอเนาะ …จะสอนเกี่ยวกับศาสนา หลักการปฏิบัติ หลักการใช้สติ หลักการอะไรแบบนี้ พอปิดเทอมก็จะฝึกให้เด็กเข้ากลุ่ม ให้เด็กปฏิบัติธรรมใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนนั้นจน ม.6 ก็เข้าทำศาสนกิจปฏิบัติธรรมทุกเทอม… มันทำให้เรารู้สึกว่าเราซึมซับในเรื่องแบบนี้ เวลาเจอเหตุการณ์ที่เป็นอุปสรรค เราจะจัดการกับมันได้เร็ว อย่างเช่นเวลามีปัญหา ณ ปัจจุบันนี้นะคะ เหมือนเวลาการเดินทางอย่างนี้เราก็กลัว แต่เรารู้สึกว่าถ้าเราให้ความกลัวอยู่เหนือความรู้สึก มันก็จะทำให้อยู่ไม่ได้เนอะ อยู่ไม่ได้ เราก็ต้องทำยังไงก็ได้ให้ชนะความรู้สึกนี้” (ใต้ 1)

“แต่สิ่งที่อยากจะขอบคุณก็คือการที่ได้มาทำงานกับออทิสติกเนี่ยนะคะ มันเป็นเรื่องที่ยาก การที่จะช่วยเด็กออทิสติกซักคนนึง ครอบครัวออทิสติกซักครอบครัวนึงน่ะ มันเป็นอะไรที่เรื้อรัง และความทุกข์ที่เราได้เห็น หรือความอดทนของผู้ปกครองที่เราได้เห็นน่ะ นั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เรามีตรงนี้” (เหนือ 1)

“ได้เข้ามาเป็นจิตอาสาในโรงพยาบาล เพราะว่า ประสบการณ์ของตัวเองนะคะ เมื่อปี 46 แฟนของ..นะคะ ฟังแล้วอย่าน้ำตาไหลนะคะ เมื่อปี 46 นะคะ ตอนวันที่ 28 สิงหา วันนั้น..แฟนก็ทำงานอยู่ที่บริษัทยางไทยปักษ์ใต้ ประมาณบ่ายสามโมง..ก็ได้รับข่าวร้ายจากเพื่อนบอกว่า ขาของแฟนของ..เข้าไปในเครื่องจักร ด้านขวานะคะ ส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่าต้องตัดขาทิ้งค่ะ แล้วตอนนี้เค้าก็อยู่ได้ด้วย ความในครอบครัว กำลังใจในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง ตัว..เองให้กำลังใจ หรือว่าลูก ตอนนี้เค้าก็มีกำลังใจดีขึ้นแล้วค่ะ ช่วงระยะนี้ก็ 5 ปีกว่าแล้วค่ะ ทำให้..มีแรงบันดาลใจตรงนี้ว่า ถ้าแตงเข้าไปเป็นจิตอาสาโรงพยาบาลเราได้อะไรบ้าง เวลาไปทำงานตรงนี้รู้สึกสบายใจ” (ใต้ 1)

“ต่อมาก็มีปัญหาอีก พอจบแล้วตอนแรกตั้งใจจะเป็นแพทย์โรคหัวใจเด็ก สมัครเรียนเรียบร้อย เสร็จ คุณพ่อก็ไม่สบาย ตอนนั้นเพิ่งรู้ว่าคุณพ่อเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ก็มาเจอตัวเองอีกบทบาทนึงก็คือในฐานะญาติพาคุณพ่อไปหาหมอ ก็จะเจอหมอ ทุกคนคงรู้นะฮะ ความใส่ใจเนี่ยมีทั้งมากและน้อยแตกต่างกัน ก็เลยมีความรู้สึกว่า เวลาเรา ถึงเราจะไม่ใช่คนป่วยแต่ในความรู้สึกของญาติคนป่วย เราอยากรู้อะไร หรือเราอยากจะต้องการอะไรจากคนเป็นหมอที่มารักษาคุณพ่อของเราเนี่ย มันก็ได้น้อยบ้าง ได้มากบ้างตามแต่หมอแต่ละคน มันก็มาส่งผลกระทบกับความรู้สึกของผมอีกว่า เอ๊ะ แปลกนะ จริงๆ ตอนผมอยู่ รพ.แพทย์เนี่ย อจ.ก็มักจะสอนผมว่าให้เห็นใจคนไข้ ดูแลคนไข้ ทำอย่างนู้นอย่างนี้ สารพัดอย่าง แต่ในชีวิตจริงมันไม่มีน่ะฮะ มันไม่มีอย่างนั้นจริงๆ มันก็เลยทำให้ผมรู้สึกว่า เอ๊ะ ถ้าวันนึงเนี่ยผมมีโอกาสทำอะไรตรงนี้เนี่ย ผมก็จะพยายามทำให้มันดีที่สุด” (เหนือ 1)

“จนกระทั่งมาอยู่ที่โคราช เหตุการณ์ที่กระแทกใจก็คือ คุณหมอตุ๊-วิจิรา กับคุณหมอแหยง-สำเริง แหยงกระโทกเนี่ยะ จัดอบรมปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เอาความทุกข์ของคนไทย ของคุณหมอโกมาตร (จึงเสถียรทรัพย์) นี่มาเปิด นั่งดูก็อิน… (ลากเสียง) น้ำตาไหล รู้สึกว่า เราไม่เคยไปดูไปรู้เลยว่า เวลาคนไข้ที่เรารักษากลับบ้านไปเนี่ยะ ไม่เคยไปรู้หรอกว่า เขามีผลกระทบอะไรจากคำพูดของเราบ้าง” (อีสาน 1)

ในความเป็นจริงการมีประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของบุคคลสาธารณสุขจะมีตลอดเวลาเนื่องจากวิชาชีพต้องเผชิญกับความทุกข์ ความตายของคนไข้อย่างใกล้ชิด ทำให้ตระหนักรู้ถึงความรู้สึกของคนไข้ ญาติ คนไข้ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้บุคคลคิดหาวิธีการช่วยเหลือเพื่อให้คนไข้พ้นทุกข์ โดยไม่คำนึงถึงความยากลำบาก มีการฝึกฝนตนเองโดยใช้หลักทางศาสนา หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคคลที่มีแนวคิดเช่นเดียวกันเพื่อการเรียนรู้ในการดูแลคนไข้ และญาติคนไข้ ตลอดจนบุคคลแวดล้อมให้มีความสุข

]]>
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” (9) https://thaissf.org/er040/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=er040 Sat, 16 Aug 2014 08:14:22 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/08/16/er040/ ให้ความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันนะครับ ไม่แบ่งแยกว่าจะเป็นเผ่านั้น เผ่านี้ แต่เราอยู่ด้วยกันอย่างสามัคคี สงบ อย่างสันติ แล้วก็เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน…

…ผมประทับใจที่เด็กพูดว่าเราหนีอะไรก็หนีได้ แต่เราหนีเงาตัวเองไม่ได้ เราเป็นเด็กดอย เราควรภูมิใจในคำว่าเด็กดอยของเรา ผมจะใช้คำพูดนี้ไปสอนเด็กเค้าว่าไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของลูกมากกว่าลูก เพราะฉะนั้นลูกรู้แล้วควรทำในสิ่งที่ดี เพราะผมรู้ว่าครอบครัวเค้ามีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีมีเยื่ยงอย่างที่ดีก็เอาอย่างที่ดี…

…เราสอนให้รักแผ่นดินบ้านเกิด แผ่นดินบ้านเกิดนี่เรารักอะไรกัน บางคนอาจจะหัวเราะแต่มันเป็นเรื่องที่เข้าตากรรมการเลยค่ะ ที่เราให้เด็กทำกิจกรรมต่อยอดเรามานำเสนอครั้งสุดท้ายนี่ก็คือ เด็กได้ไป ไปดูควายกัน เอ๊ะ ควายมันมาเกี่ยวอะไรกับครูอาสา จริง ๆ คือเรื่องรักถิ่นกำเนิดเราเนี่ยค่ะ ควายที่มันอยู่ในทุ่งนาเนี่ยนักเรียนเห็น ควายมันก็คือควายอ่ะ ไปดูซิที่เขาว่าโง่เหมือนควาย ทำไมคนโบราณใช้คำพูดคำนี้ ไปดูซิว่าควายปัจจุบันนี้หายไปไหน เมื่อก่อนนี้ควายเป็นยังไงกับเดี๋ยวนี้ เราพาเด็กไปกัน ครูอาสาน้อยไปกันหมดประมาณ 20 คน ไปบ้านลุงคนนึงซึ่งเขาเนี่ยเลี้ยงควาย มี 10 กว่าตัว ให้ลุงเนี่ยเล่าเรื่องควายให้ฟัง ลุงก็จะเล่าความดีของควาย เล่าว่าควายนี่มีประโยชน์ คือเขารักควาย เนี่ยลุงคนนี้เป็นคนที่เลี้ยงควาย แล้วก็รักเขามาเลยอ่ะ แล้วเขาก็เล่าเรื่องควายเนี่ย ประโยชน์ของควายนะ ว่าเนี่ย ที่เขาเกิดมาเขามีประโยชน์ เขาสามารถไถนาให้เรา ดูซิปัจจุบันนี้ กับปัจจุบันโน้น ลักษณะของวิถีชุมชนแตกต่างกัน เมื่อก่อนเราไถนากัน เราทำงานกันไป เราไม่ได้เร่งรีบ เรามีการลงแรง ที่เขาเรียกว่าลงแขกใช่ไหมคะ เราไม่แก่งแย่งชิงดี เรามีกิจกรรมสานสัมพันธ์ เรามีกิจกรรมร่วมชุมชน ปัจจุบันนี้มีแต่เร่งรีบ แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทะเลาะเบาะแว้งแล้วก็จบลงที่ปัญหาโลกร้อนซึ่งเราไม่คิดถึงควายกันแล้ว เด็ก ๆ ก็จะ เออ เราเกิดมาเราโชคดีแล้วนะ หมู่บ้านเราเนี่ยมันมีควาย ไม่ใช่เราเกิดมาเป็นคนบ้านนอก ห่างไกลความเจริญ จะต้องเข้าไปหาแสงสี เข้าไปอ่ะ ในเมือง ไปร้านเกมส์ ไปเล่นเน็ต อะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วเขาก็จะกลับมาสอนน้องเขา แล้วก็กลับมาสอนจริง ๆ ด้วยค่ะ

สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่แนวคิดเรื่องอัตตาณัติทำให้มองข้าม คือความเป็นตัวตนของเรานั้นผูกพันกับวัฒนธรรมอย่างแยกไม่ออก หากมองในมุมเสรีนิยม ก็จะกล่าวว่าแม้เราจะเลือกวัฒนธรรมที่หล่อหลอมตัวตนไม่ได้ แต่เมื่อมีวุฒิภาวะ เราเลือกที่จะทำหรือไม่ทำตามวัฒนธรรมนั้นได้ ในด้านหนึ่ง ความคิดเช่นนี้สมควรยอมรับ หากเรายังเชื่อในหน้าที่ในการแก้ไขสิ่งผิดที่มีอยู่และสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่า แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความคิดเช่นนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนที่ไม่ใช่ชาวตะวันตก ว่านำสู่การดูถูกตนเอง เนื่องจากการรับความคิดเช่นนี้เป็นการรับระบบการให้คุณค่าแบบเสรีนิยมที่เห็นว่าคุณค่ามีฐานอยู่บนการเลือกของปัจเจกบุคคล ในเมื่อระบบการให้คุณค่าแบบเสรีนิยมเป็นเพียงระบบหนึ่ง การรับมาใช้โดยปฏิเสธระบบคุณค่าที่หล่อหลอมตัวเราจึงไม่ต่างไปจากการดูถูกตัวเอง ดังเห็นชัดจากคำถามที่ว่าทำไมจึงยอมคุณค่าที่เรายอมรับมาเป็นร้อยปีด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า “ไม่เป็นแบบฝรั่ง” คงลืมไม่ได้ว่าระบบคุณค่านี้เป็นการเห็นความมีความหมายของโลกทั้งหมด การปฏิเสธสิ่งที่มีความหมายของบุคคลเช่นนี้ เป็นการปฏิเสธตัวตนทั้งหมดของเขาในเวลาเดียวกัน

ข้อความข้างต้นแสดงให้เห็นถึงการยอมรับชาติพันธุ์ รวมถึงวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ หากเป็นเช่นนั้น ก็นับว่ามีการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็ก ในความหมายของการเคารพวัฒนธรรมที่หล่อหลอมตัวตนของเขา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยังแสดงถึงสิ่งที่ดูขัดแย้ง

…พยายามเติมเต็มกลุ่มที่เค้ายังขาดโอกาส ผมคิดว่าดั้งเดิมเรามนุษย์ถ้ำทั้งหมด เราเองถ้าเรียนประวัติศาสตร์มา เราเองก็เริ่มเรียนรู้จากถ้ำ การใส่กางเกง การศึกษา ทำไมเราได้โอกาสแบบนี้ เราเสวยสุขสบาย แต่คนอีกกลุ่ม บางคนมองว่าอนุรักษ์ไว้ ซาไกก็ให้อยู่บนป่านั้นแหละเหมือนตองเหลือง ทำไมไม่คิดว่าย้อนหลังไป เราก็อยู่ในถ้ำเหมือนกัน ทำไมเราไม่เปิดโอกาสให้เขา วันหนึ่งเค้าก็แต่งตัวอย่างนี้ขึ้นมาแล้ว ผมก็คิดตัวที่จะตอบคำถามคือกลไกการศึกษา ผมเชื่อว่าการศึกษาไม่ต้องให้เค้าตลอดชีวิต ให้เขาระยะนึง หลังจากนั้นจะไปพัฒนาตัวเอง ถ้าเราให้ของเราก็ให้ไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเราให้การศึกษากับเค้า มันจะเป็นกลไกในการขับเคลื่อน ในการพัฒนาคนให้พ้นจากวงจรความทุกข์ยาก วงจรความอยากจน แล้วก็มาสร้างสิทธิ ความเท่าเทียมกัน เหมือนคนอื่น อันนี้แหละคือแรงบันดาลใจ…

]]>