เสรีภาพ – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:16:24 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png เสรีภาพ – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” (4) https://thaissf.org/er035/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=er035 Thu, 14 Aug 2014 11:17:12 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/08/14/er035/ สอนให้เด็กใช้ความคิด หรือให้ข้อมูล/ความเข้าใจโลกพื้นฐาน หากละเลยด้านการส่งเสริมและให้เด็กตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง โดยปราศจากทักษะในการตัดสินใจและข้อมูลจะถือว่าเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็ก แน่นอนว่าหากเข้าใจ “สิทธิ” หรือ “เสรีภาพ” โดยอาศัย “อัตตาณัติ” ก็กล่าวได้ว่ากรณีนี้เป็นการละเมิด “สิทธิ” หรือ “เสรีภาพ” ของเด็ก ข้อนี้เรียกได้ว่าเป็น “ปฏิทรรศน์” (paradox) แห่งเสรีภาพ คือ ในหลายกรณี การเคารพเสรีภาพ (ในความหมายของ “อัตตาณัติ”) เรียกร้องให้เข้าแทรกแซงเสรีภาพ (เช่น จำกัดการตัดสินใจเลือกของผู้อื่น) เนื่องจากบุคคลนั้นไม่อยู่ในภาวะที่สามารถตัดสินใจได้

อัตตาณัติมีอีกมิติหนึ่ง ซึ่งในจริยศาสตร์ยังมีจุดยืนที่ต่างกันออกไปว่าควรผนวกเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเกี่ยวกับการเคารพอัตตาณัติมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม กล่าวได้ว่ามิตินี้มีความจำเป็นเมื่อพิจารณาเกี่ยวกับเด็ก มีแนวคิดว่าการพิจารณาเกี่ยวกับอัตตาณัติของบุคคลนั้น ต้องพิจารณาถึงปัจจัยอันส่งเสริมอัตตาณัติ ได้แก่ ปัจจัยที่ช่วยให้บุคคลสามารถตัดสินใจเลือกได้ เช่น การมีปัจจัยสี่ หรือตัดสินใจเลือกได้ดีขึ้น เช่น การมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งการมีคุณธรรม ปัจจัยหลังนี้ดูแปลกแยก แต่อันที่จริงจะเห็นได้ว่าบุคคลที่มีคุณธรรม (เช่น ความยับยั้งชั่งใจ ความขยันหมั่นเพียร) ย่อมสามารถตัดสินใจเลือก รวมถึงดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เลือกได้ดีกว่า เห็นได้ว่าสำหรับการฟูมฟักเด็กให้มีอัตตาณัติแล้ว ปัจจัยเหล่านี้นับว่าจำเป็น

เมื่อพิจารณาแนวคิดเรื่อง “อัตตาณัติ” แล้วจะเห็นว่าหากยึดถืออุดมคติแบบเสรีนิยม เป้าหมายการศึกษาก็คือการอบรมให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นบุคคลที่มีอัตตาณัติ คือ สามารถคิดอย่างมีข้อมูลเพื่อเลือกสิ่งต่างๆ ให้แก่ตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เนื้อหา” ของเป้าหมายชีวิต ตามนัยนี้ เด็กต้องเข้าใจด้วยเหตุผลว่าทำไมจึงควรหรือไม่ควรเลือกสิ่งหนึ่งๆ และตัดสินใจเลือกไปตามเหตุผลนั้น แนวคิดนี้มีอิทธิพลต่อสังคมไทยไม่มากก็น้อย ดังจะเห็นหลายคนกล่าวว่าควรสอนให้เด็กตัดสินใจเลือกเอง แต่ในหลายๆ ส่วนก็ยังเห็นว่ามีคำตอบอยู่แล้วว่าควรจะเลือกอะไร

ทั้งนี้ มิได้กล่าวว่าการมีคำตอบเช่นนี้เป็นสิ่งไม่สมควร เนื่องจากสำหรับมนุษย์การจะกล่าวว่าไม่มีคำตอบนั้นเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากต้องให้เงื่อนไขคำกล่าวเช่นนี้อย่างชัดเจน แม้เสรีนิยมจะกล่าวอ้างว่าตนไม่ให้ “เนื้อหา” แต่อันที่จริงแล้วเนื้อหาก็คือ “จงอย่ากำหนดเนื้อหา” ดังจะเห็นได้ว่าผู้ที่อยู่ในวัฒนธรรมเสรีนิยมบางส่วนต่อต้านท่าทีที่ยึดถือคำตอบบางอย่าง เช่น การเขียนภาพล้อเลียนศาสดาของบางศาสนาเพื่อท้าทายว่าไม่ควรคิดว่ามีคำตอบแน่ชัดเกี่ยวกับความหมายของชีวิต การมองเห็น “เนื้อหา” ของเสรีนิยมที่กล่าวอ้างว่า “ไม่ให้เนื้อหา” นี้เป็นข้อวิจารณ์สำคัญต่อเสรีนิยมในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงมีหลายคนเห็นว่าการล้อเลียนดังกล่าวเป็นการกดขี่ทางวัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งเป็นลัทธิจักรวรรดินิยมที่มุ่งเปลี่ยนให้ทั่วโลกมีวัฒนธรรมเดียวกับตะวันตก

ในบริบทการศึกษา มีอีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ดังกล่าวแล้วว่า “อัตตาณัติ” เป็นกรอบแนวคิดหลักในการทำความเข้าใจ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” และแก่นแกนของ “อัตตาณัติ” คือสมรรถนะในการตัดสินใจเลือก ดังนั้น บุคคลทุกคนที่มีสมรรถนะดังกล่าวย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยทันที ดังนั้น ในการให้การศึกษาเด็ก ไม่เพียงแต่ครูจะต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็กโดยเคารพ สมรรถนะดังกล่าวเท่านั้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เคารพ” ในความหมายของการส่งเสริม) หากแต่จะต้องช่วยให้เด็กเห็นว่าอะไรคือแก่นแกนของศักดิ์ศรี ผลที่สำคัญคือต้องแยกระหว่าง “คุณค่าของบุคคล” อันเนื่องมาจากความสำเร็จ (เช่น การได้คะแนนดี การชนะการประกวด การเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น) กับ “คุณค่าของบุคคล” ในความหมายของ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” (นั่นคือ ผู้กำหนดชะตาชีวิตของตน ผู้ตัดสินใจเลือกและรับผิดชอบต่อผลการตัดสินใจ) นัยสำคัญก็คือ ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ คนเราต่างก็มีศักดิ์ศรีทั้งนั้น

]]>
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” (3) https://thaissf.org/er034/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=er034 Thu, 14 Aug 2014 11:01:33 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/08/14/er034/ การประสบกับ “ความมีความหมาย” ไม่ว่าจะในรูปของการที่ “ความหมาย” กลายเป็น “ความมีความหมาย” หรือการขยายขอบเขต “ความมีความหมาย” หรือการที่ “ความมีความหมาย” เปลี่ยนไปอันเป็นผลจากการต่อสู่กับ “ความมีความหมาย” ดั้งเดิม กระบวนการดังกล่าวต้องอาศัยสมรรถนะสำคัญที่เรียกว่า “การผันแปรทางจินตนาการ” ซึ่งจะส่งผลเมื่อมีความเหมาะเจาะระหว่างความคิดและความรู้สึก องค์ประกอบสำคัญในการใช้สมรรถนะดังกล่าวก็คือ “ทิศทาง” เช่น อุดมการณ์

การสังเคราะห์ความรู้ครั้งนี้เป็นการอาศัยข้อมูลจาก “กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” ของ “แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ ระยะที่ 3” การแลกเปลี่ยนเรียนรู้อันอยู่ในบริบทของการศึกษานี้ นับว่าเป็นการท้าทายฐานคติแห่งการไตร่ตรองเกี่ยวกับ “จิตวิญญาณ” เหตุผลสำคัญเนื่องจากจุดสนใจในการพัฒนาจิตวิญญาณที่พิจารณาก็คือ “เด็ก” อะไรคือฐานคติที่เผชิญการท้าทาย การนิยาม “จิตวิญญาณ” ไม่ว่าจะในแบบที่เน้นศาสนาหรือแบบที่เน้นอัตถิภาวะนั้นต่างก็มีลักษณะเปิด หรืออีกนัยหนึ่ง นิยามมีลักษณะเชิงโครงสร้าง คือ เป็นการกล่าวถึง “เป้าหมายของชีวิต” (ในความหมายของ “ความมีความหมายของชีวิต”) เท่านั้น หาได้มีการระบุไม่ว่าเนื้อหาของเป้าหมายชีวิตนั้นคือสิ่งใด หรืออีกนัยหนึ่ง หากกล่าวในกรอบการสังเคราะห์ครั้งที่แล้ว การนิยามจำกัดอยู่กับการชี้ว่าต้องมี “ทิศทาง” แต่มิได้มีการระบุว่าอะไรคือเนื้อหาของทิศทางนั้น

สาเหตุประการหนึ่งมาจากลักษณะของ “ทฤษฏี” ที่ต้องมีความกว้างขวางครอบคลุม เพื่อให้สามารถอธิบายหรือแม้กระทั่งวัดบุคคลที่มีความคิดความเชื่อแตกต่างกันไปได้ อย่างไรก็ตาม แม้ในระดับนี้ ก็ยังเป็นไปได้ว่าจะมีการศึกษาเกี่ยวกับเนื้อหา เช่น ผลของการเลือกเนื้อหาที่มีต่อสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ดังที่มีข้อสังเกตประการหนึ่งในการสังเคราะห์ความรู้ครั้งที่แล้วว่ายามที่เผชิญความสูญเสีย ผู้ที่นับถือศาสนาต่างกันจะปล่อยวางได้เร็วช้าต่างกัน อีกเหตุผลสำหรับลักษณะเชิงโครงสร้างของการนิยาม “จิตวิญญาณ” ก็คือความปรารถนาที่จะหลีกเลี่ยงข้อถกเถียงว่า “อะไรควรเป็นเป้าหมายชีวิต” (หรือ “อะไรควรเป็นความหมายของชีวิต) เหตุผลดังกล่าวเป็นเหตุผลทางวัฒนธรรม หากจะกล่าวให้ชัดเป็นเหตุผลตามแบบเสรีนิยมของตะวันตก

การท้าทายที่ว่าอยู่ในรูปแบบใด ประการแรก หากจุดสนใจของการพิจารณาเรื่องการพัฒนาจิตวิญญาณเป็นผู้ใหญ่ การเปิดโอกาสให้เลือกเนื้อหาให้แก่เป้าหมายชีวิตของเขาย่อมเป็นไปได้ง่ายกว่า แม้ในบางแง่มุมอาจมีความปรารถนาที่จะแลกเปลี่ยนว่าเนื้อหาที่เขาเลือกนั้นน่าพึงปรารถนาหรือ “สมควร” หรือไม่ ในทางตรงข้าม ในกรณีที่จุดสนใจเป็นเด็ก เป็นการยากกว่าที่จะกล่าวถึงการเลือกเนื้อหา ทั้งนี้เนื่องจากข้อจำกัดทางวุฒิภาวะ เช่น ความสามารถในการไตร่ตรอง และขอบเขตของข้อมูลโดยทั่วไปยอมรับกันว่าเป็นหน้าที่ของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการศึกษา ที่จะสอนเด็กว่าอะไรควรหรือไม่ควรเลือก อีกประการหนึ่งที่ซ้อนขึ้นไปก็คือแม้มีความพยายามรับแนวคิดนี้เข้ามาโดยเข้าใจผิดว่าเป็น “สิ่งสากล” แต่อันที่จริงสังคมไทยมิได้เป็นเสรีนิยม นั่นคือ สังคมไทยยังเชื่ออยู่ว่ามีเนื้อหาอันแน่ชัดสำหรับ “เป้าหมายชีวิต” เช่น “ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์” “รักถิ่นเกิด” “รักประชาธิปไตย” “เศรษฐกิจพอเพียง” อาจมีคำถามว่าตะวันตกมิได้เห็นว่าเด็กขาดวุฒิภาวะและต้องการคำชี้นำหรอกหรือ คำตอบคือใช่ แต่โดยอุดมคติแล้ว จะถือว่าเนื้อหาแห่งการชี้นำนั้นก็คือเสรีนิยม ข้อนี้ควรเข้าใจอย่างไร

แนวคิดสำคัญคือ “อัตตาณัติ” (autonomy)2  แนวคิดดังกล่าวเป็นกรอบสำหรับทำความเข้าใจ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” “สิทธิ” หรือ “เสรีภาพ” ของตะวันตกในปัจจุบัน ผู้ที่คุ้นเคยกับจริยธรรมการแพทย์จะคุ้นเคยกับบางมิติของแนวคิดดังกล่าว เป็นที่ยอมรับทั่วไปว่าแก่นแกนของ “อัตตาณัติ” อันเป็นเรื่องของการกำหนดชะตาชีวิตของตนเองก็คือ “การตัดสินใจเลือก” อันประกอบด้วยกระบวนการตัดสินใจและข้อมูลอันเป็นวัตถุดิบแห่งกระบวนการตัดสินใจ แก่นแกนนี้คือสารัตถะความเป็นมนุษย์ด้วย ฉะนั้น การพิจารณาเพียงองค์ประกอบนี้ก็เพียงพอต่อการพิจารณามนุษย์ทั่งมวล หรือ “มนุษย์ที่สมบูรณ์”

—————————————–

2 ดู Harris (1992)

]]>