อุดมการณ์ – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:17:21 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png อุดมการณ์ – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 การสร้างเครื่องประเมินและตัวชี้วัดระดับการพัฒนาจิตวิญญาณ สำหรับบุคลากรพด้านสาธารณสุข (30) https://thaissf.org/sh080/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh080 Sat, 27 Sep 2014 13:40:10 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/09/27/sh080/ มีเตียงสูง มีญาตินั่งเรียงกันอยู่ ข้างล่าง มีเสียงสวดมนต์ตลอดเวลา ไม่ใช่จากเทปนะคะ เสียงสวดมนต์ตลอดเวลา แล้วคนไข้ก็สวดมนต์ด้วยก่อนที่จะไปอย่างเนี๊ยะค่ะ มันเป็นอะไรที่แบบว่าทำให้เราโอโหดีมาก แล้วหลังจากนั้นพอเค้าเสียชีวิตไป เค้าก็เชิญไปงานศพ ซึ่งตอนนั้นไม่เคยเลยที่จะออกนอกโรงพยาบาล เค้าก็เชิญไปงานศพ โอ้โห มีแต่คุณหญิงคุณนายเต็มพรึ่บ เราเป็นใครเนี่ย ญาติเค้าก็มาถามว่าคนนี้เป็นใคร เค้าก็จะบอกว่า เป็นพยาบาลประจำตัวคุณพ่อ คนนี้เป็นใคร เป็นพยาบาลประจำตัวคุณพ่อ เค้าก็แนะนำอย่างนี้ตลอด เราก็เลยมีความรู้สึก อืมม์ มันเป็นอะไรที่ดีมาก ถึงแม้เราจะไม่เคยได้รู้จักกัน ช่วงตรงนั้นที่เราได้ดูแลเค้าน่ะมันเป็นอะไรที่ดีมาก เค้าให้แหวนเพชรมาวงนึง คือตรงนั้นเราก็ไม่รู้ว่าไปขายแล้วมันจะได้เท่าไหร่ แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับเรา สำหรับจิตใจเรา”(เหนือ 2)

ความรู้สึกภาคภูมิใจนี้เป็นการประเมินตนเอง จากข้อมูลที่ได้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เป็นความรู้สึกที่เกิดผลจากการกระทำของตนเองต่อผู้อื่น แล้วได้รับความรู้สึกทางบวกย้อนกลับ หรือเห็นชอบต่อการกระทำนั้น การแสดงออกของผู้อื่นนั้นทำให้เราเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจซึ่งเป็นได้ทั้งบวกและลบ ความรู้สึกภาคภูมิใจนี้ เป็น concept ที่ปรากฏในทฤษฎีทางจิตวิทยาได้แก่ทฤษฎี Hierarchy of basic need (Maslow, ) ที่กล่าวถึงความต้องการในขั้นที่ 4 ว่าเป็นความต้องการความภาคภูมิใจ(esteem needs) หรือคนเราต้องการได้รับความยกย่อง การยอมรับนับถือจากผู้อื่น เพื่อที่เราจะได้รู้สึกถึงความสำเร็จ และมีการวิจัยที่แสดงว่าความภาคภูมิใจมีความสัมพันธ์กับความเชื่อและการปฏิบัติทางศาสนา โดยที่ความเชื่อทางศาสนาที่สอนว่าเราจะได้รับความรักจากพระเจ้าเสมอ ทำให้คนเห็นคุณค่าของตัวเอง เห็นภาคภูมิใจในตนเอง จากผลของการวิจัยสอดคล้องกับแนวคิดดังกล่าวนี้คือเมื่อได้ปฏิบัติงานอย่างมีจิตวิญญาณแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการได้รับความรักความนับถือจากคนไข้ เพื่อนร่วมงาน ส่งผลต่อการมีความรูสึกภาคภูมิใจในตนเอง

บทที่ 6

ตัวอย่างเครื่องมือวัดระดับจิตวิญญาณ

ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 4 ของการวิจัยนี้ คือ เพื่อร่างตัวอย่างของตัวชี้วัด และเครื่องมือในการประเมินที่เหมาะสมกับบริบทของการทำงานในสังคมไทย ผู้วิจัยจึงได้ทำการสร้างตัวอย่างเครื่องมือวัดตามผลการสังเคราะห์สังกับของจิตวิญญาณในบทที่ 5 โดยทำการสร้างแบบวัดสำหรับแก่นของจิตวิญญาณ และผลของจิตวิญญาณ ซึ่งตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการสร้างเครื่องมือเป็น 3 ลักษณะ คือ 1.เครื่องมือการประเมินในลักษณะที่เป็นแบบวัด Rating Scale 2.เครื่องมือเชิงคุณภาพ 3.เครื่องมือวัดพฤติกรรม ซึ่งรายละเอียดของเครื่องมือแต่ละลักษณะ มีรายละเอียดของแบบวัด ดังนี้

1. เครื่องมือการประเมินในลักษณะที่เป็นแบบวัด Rating Scale ประกอบไปด้วยแบบวัดทั้งหมดจำนวน 8 ฉบับ ได้แก่

1.1. แบบวัดความหมายและเป้าหมายของชีวิต

1.2. แบบวัดการมีอุดมการณ์

1.3. แบบวัดศรัทธาในความจริงที่เหนือธรรมชาติ

1.4. แบบวัดความเชื่อในพลังจิต

1.5. แบบวัดการเข้าถึงเข้าใจตัวเอง

1.6. แบบวัดการเข้าถึงเข้าใจผู้อื่น

1.7. แบบวัดจิตรับรู้ความทุกข์

1.8. แบบวัดเข้าถึงคุณค่าของจิต(มิใช่วัตถุ)

2. เครื่องมือเชิงคุณภาพ ประกอบไปด้วย

2.1. เทคนิคเหตุการณ์สำคัญ (critical incident technique)

2.2. วิธีประวัติชีวิต (life history approach)

3. เครื่องมือวัดพฤติกรรม ประกอบไปด้วยแบบวัดพฤติกรรม 3 ด้าน ด้านละ 1 ฉบับ โดยในแต่ละฉบับจะมีการวัดเป็น 2 กรณี คือ กรณีใช้การสังเกตและบันทึกพฤติกรรม และกรณีที่ใช้เป็นแบบวัดพฤติกรรม ซึ่งแบบวัดพฤติกรรมประกอบได้ด้วย

3.1. พฤติกรรมช่วยเหลือ

3.2. พฤติกรรมมุ่งมั่นในการทำงาน

3.3. พฤติกรรมการปฏิบัติต่อผู้อื่นโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรี

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนผู้วิจัยขออธิบายเชื่อมโยง ให้เห็นว่าแบบวัดแต่ฉบับที่สร้างขึ้นนั้นเชื่อมโยงกับการวัดแก่นและผลของจิตวิญญาณในบทที่ 5 ดังต่อไปนี้

ประเด็นหลัก (theme)

II. แก่นของจิตวิญญาณ

ประเด็นรอง (subtheme)

1. ความหมายและเป้าหมายของชีวิต

2. การตระหนักรู้เกี่ยวกับความตาย

3. ศรัทธาในความจริงที่เหนือธรรมชาติ

4. เข้าถึงเข้าใจตัวเอง

1 เข้าถึงเข้าใจผู้อื่น

2 เข้าถึงคุณค่าของจิตใจ(มิใช่วัตถุ)

แบบวัดที่ใช้ในการประเมิน

1.1 แบบวัดความหมายและเป้าหมายของชีวิต

1.2 แบบวัดการมีอุดมการณ์

2.1 เทคนิคเหตุการณ์สำคัญ(critical incident technique)

2.2 วิธีประวัติชีวิต (life history approach)

2.1 เทคนิคเหตุการณ์สำคัญ(critical incident technique)

2.2 วิธีประวัติชีวิต (life history approach)

1.3 แบบวัดศรัทธาในความจริงที่เหนือธรรมชาติ

2.1 เทคนิคเหตุการณ์สำคัญ(critical incident technique)

2.2 วิธีประวัติชีวิต(life history approach)

1.5 แบบวัดการเข้าถึงเข้าใจตัวเอง

2.1 เทคนิคเหตุการณ์สำคัญ(critical incident technique)

2.2 วิธีประวัติชีวิต(life history approach)

1.6 แบบวัดการเข้าถึงเข้าใจผู้อื่น

1.7 แบบวัดจิตรับรู้ความทุกข์

1.4 เทคนิคเหตุการณ์สำคัญ (critical incident technique)

1.5 วิธีประวัติชีวิต (life history approach)

1.8 แบบวัดเข้าถึงคุณค่าของจิต(มิใช่วัตถุ)

2.1 เทคนิคเหตุการณ์สำคัญ (critical incident technique)

2.2 วิธีประวัติชีวิต (life history approach)

ประเด็นหลัก (theme)

III. ผลของจิตวิญญาณ

ประเด็นรอง (subtheme)

1. ช่วยเหลือโดยเมตตา-กรุณา

2. ทำภารกิจในชีวิตอย่ามี

แบบวัดที่ใช้ในการประเมิน

1.1 พฤติกรรมช่วยเหลือ

1.2 พฤติกรรมมุ่งมั่นในการทำงาน

ข้อเสนอแนะในการใช้เครื่องมือ เนื่องจากเครื่องมือนี้ สร้างจากนิยามที่กำหนดจากข้อมูลของผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข และการสร้างโครงสร้างของการวัด ในข้อคำถามแต่ละข้อมีการตรวจสอบทฤษฏีที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อยืนยันความครอบคลุมของเนื้อหา โดยผ่านการตรวจสอบจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มนักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมาแล้ว การใช้เครื่องมือนี้ต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้ การใช้เครื่องมือเชิงปริมาณ ควรใช้คู่กับเครื่องมือเชิงคุณภาพพร้อมกัน ข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพในประเด็นรองเดียวกันควรให้ข้อมูลที่ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ควรใช้เพื่อการเป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมเพิ่มเติมให้กับหน่วยงานในการสร้างเสริมการพัฒนาจิตวิญญาณในองค์การไม่ควรใช้เพื่อการตัดสินบุคคล

]]>
การสร้างเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดระดับการพัฒนาจิตวิญญาณ สำหรับบุคลากรด้านสาธารณสุข (20) https://thaissf.org/sh070/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh070 Wed, 10 Sep 2014 14:03:00 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/09/10/sh070/ ประเด็นหลัก(theme)

I. สร้างเสริมแรงบันดาลใจสู่ จิตวิญญาณ

ประเด็นรอง( subtheme)

1.ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ

2. ต้นแบบ ภาพลักษณ์ของจิตวิญญาณ

3.การสนับสนุนและบรรยากาศ

ประเภท

• ทางการปฏิบัติทางพุทธศาสนา

• พบเห็นความทุกข์และความตาย

• การเผชิญปัญหาในชีวิตของตัวเอง

• การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้มีจิตวิญญาณ

• ต้นแบบจากครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด

• ต้นแบบจากบุคคลในสังคม

• การสนับสนุนจากที่ทำงาน

• การสนับสนุนจากครอบครัว

• บรรยากาศในการทำงาน

ประเด็นหลัก(theme)

II. แก่นของจิตวิญญาณ

ประเด็นรอง( subtheme)

1. ความหมายและเป้าหมายของชีวิต

2. การตระหนักรู้เกี่ยวกับความตาย

3. ศรัทธาในความจริงที่เหนือธรรมชาติ

4. เข้าถึงเข้าใจตัวเอง

5. เข้าถึงเข้าใจผู้อื่น

6. เข้าถึงคุณค่าของจิตใจ(มิใช่วัตถุ)

ประเภท

• การมีอุดมการณ์

• ความเข้าใจในชีวิต

• เชื่อในพลังจิต

• ความเชื่อทางศาสนา

• ความเชื่อที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา

• มีสติ

• เข้าใจตนเอง

• คิดทบทวนตัวเอง

• จิตรับรู้ความทุกข์

• ใส่ใจและไวต่อความคิดความเชื่อ ของผู้อื่น

ประเด็นหลัก(theme)

III. ผลของจิตวิญญาณ

ประเด็นรอง (subtheme)

1. ช่วยเหลือโดยเมตตา-กรุณา

2. ทำภารกิจในชีวิตอย่ามีพลัง

3. ปฏิบัติโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีผู้อื่น

ประเภท

• ช่วยเหลือเพราะความเห็นใจในความทุกข์

• ช่วยเหลือเพราะมีน้ำใจ

• ปฏิบัติหน้าที่อย่ามุ่งมั่นไม่ย่อท้อ

• กล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง

ประเด็นหลัก(theme)

IV. คุณภาพชีวิต

ประเด็นรอง( subtheme)

1. ความสุขใจ

2. ความภาคภูมิใจในตนเอง

ประเภท

• ความสุขจากความรู้สึกของผู้อื่น

• ความสุขที่ได้ทำตามความเชื่อของตนเอง

• ด้านการทำงาน

I. สร้างเสริมแรงบันดาลใจสู่จิตวิญญาณ

ลักษณะร่วมของประเด็นหลัก “สร้างเสริมแรงบันดาลใจสู่จิตวิญญาณ” คือ เป็นสิ่งทีสร้าง หรือรักษาให้บุคคลเกิดพลัง หรือความปรารถนาที่พัฒนาจิตวิญญาณของตัวเอง โดยปัจจัยที่สร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่ การมีประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ต้นแบบและภาพลักษณ์ของจิตวิญญาณ ในขณะที่ปัจจัยเสริมเป็นสนับสนุนและบรรยากาศ โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ

1. ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ

ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ความหมายที่ร่วมกันของประเด็นนี้ คือการที่กลุ่มตัวอย่างได้เรียนรู้จาก การปฏิบัติงานหรือการดำเนินชีวิต ที่ทำให้เกิดความชอบ ความต้องการที่จะพัฒนาจิตวิญญาณให้มีมากขึ้น แบ่งเป็น ประสบการณ์จากการปฏิบัติทางศาสนา การพบเห็นความทุกข์การเผชิญปัญหาในชีวิต และการแลกเปลี่ยนกับผู้มีจิตวิญญาณ ตามที่ปรากฏข้อมูลที่อธิบายในแต่ละเรื่องตามลำดับดังนี้

“…โชคดีตรงที่ว่าพอเข้าใจแก่นธรรมของพระพุทธศาสนาแล้วอยากศึกษาเนี่ย ครั้งแรกเดินเข้าตลาดในโคราชนะคะ เรียนอยู่โคราช พอฟัง อจ. บรรยายชั่วโมงนั้นเกิดอาการปีติขึ้นมา เราไม่รู้ไม่เข้าใจหรอกว่ามันคืออะไร แต่มีความต้องการอย่างนั้น ต้องการหนังสือธรรมะมาศึกษาสักเล่ม เพราะเราไม่เคยศึกษามาก่อน ถึงแม้จะเคยทำบุญแต่เราไม่เข้าใจ ไปในตลาดไปได้หนังสือเล่มแรกก็คือหนังสือท่านพุทธทาส เล่มแรกเลยนะคะ เดินไปเจอเลย โดยที่ไม่ได้ดูหนังสือเล่มอื่นเลย หยิมมาเป็นหนังสือท่านพุทธทาส ท่านสอนเรื่องอานาปานสติ แล้วก็เริ่มฝึกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฝึกเองนะคะเพราะเราไปอยู่หอ ..ก็ทำอย่างนี้จนเรียนจบ “ (อีสาน 2)

“ตัวเองเรียนโรงเรียนปอเนาะมา โรงเรียนปอเนาะเนี่ย เขาจะสอนให้เด็กฝึกในเรื่องการทำของจิตใจ ก็ตั้งแต่เรารู้ความตั้งแต่เด็กๆเลย เราก็จะเข้าโรงเรียนพวกเนี่ย โรงเรียนตากีลาพวกเนี้ย เขาจะสอนในเรื่องของการทำความดีสู่พระเจ้าอะไรแบบนี้ ก็เขาจะสอน เราจะชินมันอยู่ทุกวัน จนเราโตเราก็ไปเรียนโรงเรียนปอเนาะ …จะสอนเกี่ยวกับศาสนา หลักการปฏิบัติ หลักการใช้สติ หลักการอะไรแบบนี้ พอปิดเทอมก็จะฝึกให้เด็กเข้ากลุ่ม ให้เด็กปฏิบัติธรรมใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนนั้นจน ม.6 ก็เข้าทำศาสนกิจปฏิบัติธรรมทุกเทอม… มันทำให้เรารู้สึกว่าเราซึมซับในเรื่องแบบนี้ เวลาเจอเหตุการณ์ที่เป็นอุปสรรค เราจะจัดการกับมันได้เร็ว อย่างเช่นเวลามีปัญหา ณ ปัจจุบันนี้นะคะ เหมือนเวลาการเดินทางอย่างนี้เราก็กลัว แต่เรารู้สึกว่าถ้าเราให้ความกลัวอยู่เหนือความรู้สึก มันก็จะทำให้อยู่ไม่ได้เนอะ อยู่ไม่ได้ เราก็ต้องทำยังไงก็ได้ให้ชนะความรู้สึกนี้” (ใต้ 1)

“แต่สิ่งที่อยากจะขอบคุณก็คือการที่ได้มาทำงานกับออทิสติกเนี่ยนะคะ มันเป็นเรื่องที่ยาก การที่จะช่วยเด็กออทิสติกซักคนนึง ครอบครัวออทิสติกซักครอบครัวนึงน่ะ มันเป็นอะไรที่เรื้อรัง และความทุกข์ที่เราได้เห็น หรือความอดทนของผู้ปกครองที่เราได้เห็นน่ะ นั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เรามีตรงนี้” (เหนือ 1)

“ได้เข้ามาเป็นจิตอาสาในโรงพยาบาล เพราะว่า ประสบการณ์ของตัวเองนะคะ เมื่อปี 46 แฟนของ..นะคะ ฟังแล้วอย่าน้ำตาไหลนะคะ เมื่อปี 46 นะคะ ตอนวันที่ 28 สิงหา วันนั้น..แฟนก็ทำงานอยู่ที่บริษัทยางไทยปักษ์ใต้ ประมาณบ่ายสามโมง..ก็ได้รับข่าวร้ายจากเพื่อนบอกว่า ขาของแฟนของ..เข้าไปในเครื่องจักร ด้านขวานะคะ ส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่าต้องตัดขาทิ้งค่ะ แล้วตอนนี้เค้าก็อยู่ได้ด้วย ความในครอบครัว กำลังใจในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง ตัว..เองให้กำลังใจ หรือว่าลูก ตอนนี้เค้าก็มีกำลังใจดีขึ้นแล้วค่ะ ช่วงระยะนี้ก็ 5 ปีกว่าแล้วค่ะ ทำให้..มีแรงบันดาลใจตรงนี้ว่า ถ้าแตงเข้าไปเป็นจิตอาสาโรงพยาบาลเราได้อะไรบ้าง เวลาไปทำงานตรงนี้รู้สึกสบายใจ” (ใต้ 1)

“ต่อมาก็มีปัญหาอีก พอจบแล้วตอนแรกตั้งใจจะเป็นแพทย์โรคหัวใจเด็ก สมัครเรียนเรียบร้อย เสร็จ คุณพ่อก็ไม่สบาย ตอนนั้นเพิ่งรู้ว่าคุณพ่อเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ก็มาเจอตัวเองอีกบทบาทนึงก็คือในฐานะญาติพาคุณพ่อไปหาหมอ ก็จะเจอหมอ ทุกคนคงรู้นะฮะ ความใส่ใจเนี่ยมีทั้งมากและน้อยแตกต่างกัน ก็เลยมีความรู้สึกว่า เวลาเรา ถึงเราจะไม่ใช่คนป่วยแต่ในความรู้สึกของญาติคนป่วย เราอยากรู้อะไร หรือเราอยากจะต้องการอะไรจากคนเป็นหมอที่มารักษาคุณพ่อของเราเนี่ย มันก็ได้น้อยบ้าง ได้มากบ้างตามแต่หมอแต่ละคน มันก็มาส่งผลกระทบกับความรู้สึกของผมอีกว่า เอ๊ะ แปลกนะ จริงๆ ตอนผมอยู่ รพ.แพทย์เนี่ย อจ.ก็มักจะสอนผมว่าให้เห็นใจคนไข้ ดูแลคนไข้ ทำอย่างนู้นอย่างนี้ สารพัดอย่าง แต่ในชีวิตจริงมันไม่มีน่ะฮะ มันไม่มีอย่างนั้นจริงๆ มันก็เลยทำให้ผมรู้สึกว่า เอ๊ะ ถ้าวันนึงเนี่ยผมมีโอกาสทำอะไรตรงนี้เนี่ย ผมก็จะพยายามทำให้มันดีที่สุด” (เหนือ 1)

“จนกระทั่งมาอยู่ที่โคราช เหตุการณ์ที่กระแทกใจก็คือ คุณหมอตุ๊-วิจิรา กับคุณหมอแหยง-สำเริง แหยงกระโทกเนี่ยะ จัดอบรมปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เอาความทุกข์ของคนไทย ของคุณหมอโกมาตร (จึงเสถียรทรัพย์) นี่มาเปิด นั่งดูก็อิน… (ลากเสียง) น้ำตาไหล รู้สึกว่า เราไม่เคยไปดูไปรู้เลยว่า เวลาคนไข้ที่เรารักษากลับบ้านไปเนี่ยะ ไม่เคยไปรู้หรอกว่า เขามีผลกระทบอะไรจากคำพูดของเราบ้าง” (อีสาน 1)

ในความเป็นจริงการมีประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของบุคคลสาธารณสุขจะมีตลอดเวลาเนื่องจากวิชาชีพต้องเผชิญกับความทุกข์ ความตายของคนไข้อย่างใกล้ชิด ทำให้ตระหนักรู้ถึงความรู้สึกของคนไข้ ญาติ คนไข้ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้บุคคลคิดหาวิธีการช่วยเหลือเพื่อให้คนไข้พ้นทุกข์ โดยไม่คำนึงถึงความยากลำบาก มีการฝึกฝนตนเองโดยใช้หลักทางศาสนา หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคคลที่มีแนวคิดเช่นเดียวกันเพื่อการเรียนรู้ในการดูแลคนไข้ และญาติคนไข้ ตลอดจนบุคคลแวดล้อมให้มีความสุข

]]>