วัฒนธรรม – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:17:20 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png วัฒนธรรม – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 การศึกษาและพัฒนาเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา (26) https://thaissf.org/er075/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=er075 Tue, 14 Oct 2014 13:08:50 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/10/14/er075/ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเป้าหมายตามที่ต้องการ เช่น พฤติกรรมเชิงจริยธรรม พฤติกรรมการเสียสละ พฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ ผลการปฏิบัติงานที่เหนือความคาดหมาย โดยวัดทั้งระดับสุขภาวะทางจิตวิญญาณและพฤติกรรมเป้าหมาย จากนั้น จึงศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสุขภาวะทางจิตวิญญาณและตัวแปรทางพฤติกรรมดังกล่าว ว่ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร เพื่อประโยชน์ในการขยายองค์ความรู้เกี่ยวกับสุขภาวะทางจิตวิญญาณให้มากยิ่งขึ้น

3. ควรนำแนวทางในการพัฒนาเครื่องมือประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณฉบับนี้ ไปใช้ศึกษาบุคคลในบริบทการทำงานในกลุ่มอื่นๆ เช่น นักการเมือง นักธุรกิจและผู้ประกอบการ ข้าราชการ เป็นต้น

4. ควรมีการศึกษาข้ามวัฒนธรรมเพื่อศึกษาแนวคิดทางสุขภาวะทางจิตวิญญาณของไทยเปรียบเทียบกับสุขภาวะทางจิตวิญญาณของต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบเทียบกับแนวทางทางตะวันตก

5. การกำหนดเกณฑ์พิจารณาระดับสุขภาวะทางจิตวิญญาณสำหรับการประเมินในครั้งต่อไป สามารถกำหนดเกณฑ์การพิจารณาบนฐานข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างที่ได้นำเครื่องมือประเมินไปใช้ โดยการใช้สถิติวิเคราะห์เช่นเดียวกับที่งานวิจัยฉบับนี้ได้ดำเนินการไว้ ซึ่งจะสามารถแบ่งระดับสุขภาวะทางจิตวิญญาณทั้งกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำได้อย่างเหมาะสมตามหลักการทางสถิติ

 

เอกสารอ้างอิง

กุศล สุนทรธาดา, ภาณี วงษ์เอก, กมลชนก ขําสุวรรณ. (2552). การสังเคราะห์ความรู้ทางด้านการพัฒนาจิตปัญญา (จิตวิญญาณ) จากเรื่องเล่าความสำเร็จของผู้ให้บริการและผู้รับบริการในระบบสุขภาพ : ทุนทางสังคมของระบบสุขภาพที่เอื้อต่อหรือสามารถนำไปใช้ขับเคลื่อนงานพัฒนาจิตวิญญาณ. รายงานฉบับสมบูรณ์, มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.

โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์. (2549). ทบทวนวิธีคิดเรื่องจิตวิญญาณ: การวิเคราะห์เชิงปรัชญาและแนวคิด. มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.

ชลลดา ทองทวี, จิรัฐกาล พงศ์ภคเธียร, ธีระพล เต็มอุดม, พงษธร ตันติฤทธิศักดิ์ และสรยุทธ รัตนพจนารถ (2551). รายงานการวิจัย เรื่อง จิตตปัญญาพฤกษา: การสำรวจและสังเคราะห์ความรู้จิตตปัญญาศึกษาเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยมหิดล.

เดชรัต สุขกำเนิด, วิชัย เอกพลากร, ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์. (2545). การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ เพื่อการสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ:แนวคิด แนวทาง และแนวปฏิบัติ.แผนงานการวิจัยและพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

ดำรงค์ แวอาลี. (2552). สุขภาพจิตในทัศนะอิสลาม (Online). http://timaweb. org/index.php?option=com_content&view=article&id=16:2009-01-19-08-57-36&catid=5:-2008&Itemid=5. ค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2552.

นงเยาว์ มงคลอิทธิเวช, คนึงนิจ ไชยลังการณ์, ลินจง โปธิบาลและจิตราวดี จิตจันทร์. (2552). การสังเคราะห์ความรู้ทางด้านการพัฒนาจิตปัญญา (วิญญาณ) จากเรื่องเล่าความสำเร็จของผู้ให้บริการและผู้รับบริการในระบบสุขภาพ: พัฒนาการทางจิตวิญญาณและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. รายงานฉบับสมบูรณ์, โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่และแผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.

บุบผา ชอบใช้ (2543). รายงานการวิจัย เรื่อง ความสามารถทางการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยในมิติจิตวิญญาณ. คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

บุปผา ชอบใช้. (2546). การพยาบาลในมิติจิตวิญญาณโดยใช้กระบวนการพยาบาลเป็นหลัก. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ปกรณ์ สิงห์สุริยา. (2552). การสังเคราะห์ความรู้ทางด้านการพัฒนาจิตปัญญา(วิญญาณ) จากการเล่าเรื่องความสำเร็จของผู้ให้บริการและผู้รับบริการในระบบสุขภาพ : กรอบแนวคิดเรื่องสุขภาวะด้านจิตวิญญาณ. รายงานฉบับสมบูรณ์, มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.

ประเวศ วะสี. (2547). การพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพสู่สุขภาวะ จากการมีจิตใจสูงทั้งประเทศ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์. อ้างใน ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์. (2552). 19 ปุจฉา พัฒนาจิตวิญญาณ. เลย : รุ่งแสงธุรกิจการพิมพ์.

ประเวศ วะสี. (2551). สุขภาวะทางปัญญา. มติชนรายวัน. 14 มิถุนายน 2551. ใน ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์. (2552). 19 ปุจฉา พัฒนาจิตวิญญาณ. เลย : รุ่งแสงธุรกิจการพิมพ์.

ประเวศ วะสี. (2552). ปาฐกถา เรื่อง ภาพรวมความเคลื่อนไหว Spiritual Health in Thailand. สรุปการประชุม สานจิตรเสวนา : มหกรรมความรู้การพัฒนาจิต. 11 – 12 กันยายน 2552 ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์.

พงค์เทพ สุธีรวุฒิ. (2548). ขอบเขตของสุขภาวะทางจิตวิญญาณในบริบทไทย. 15 มีนาคม 2553. http://gotoknow.org/blog/researchmanagement/6002

พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ.ปยุตโต. (2549). สุขภาวะองค์รวมแนวพุทธ. กรุงเทพมหานคร: กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.

ฟาริดา อิบราฮิม (2534). เรื่องของจิตวิญญาณ ใน อรพินท์ วีระฉัตร. (2534). การพยาบาลในมิติจิตวิญญาณ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เรือนแก้วการพิมพ์.

รอฮานิ เจอะอาแซ, วันดี สุทธรังษี, กิตติกร นิลมานัต, รัศมี สังข์ทอง. (2552ก). การบริบาลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติ. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

รอฮานิ เจอะอาแซ, วันดี สุทธรังษี, กิตติกร นิลมานัต, ศรีสุดา วนาลีสิน, ฟูซียะห์ หะยี, จุรีย์ ธีรัชกุล, สุนีย์ นิยมเดชา. (2552ข). เรื่องเล่าความสำเร็จของผู้ให้บริการและผู้รับบริการในระบบสุขภาพ : การบริบาลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ที่สอดคล้องกับวิถีมุสลิม. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

รัตติกรณ์ จงวิศาล. (2549). เอกสารประกอบการสอน เรื่อง การทดสอบและการวัดทางจิตวิทยา. คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สมพร สุทัศนีย์. (2544). การทดสอบทางจิตวิทยา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สิริอร วิชชาวุธและคณะ. (2550). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สุชีรา ภัทรายุตวรรตน์. (2551). คู่มือการวัดทางจิตวิทยา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ เมดิคัล มีเดีย.

สุวรรณา สถาอานันท์ ใน โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์. (2549). ทบทวนวิธีคิดเรื่องจิตวิญญาณ: การวิเคราะห์เชิงปรัชญาและแนวคิด. มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.

องค์การอนามัยโลก. 2537. อ้างใน ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์. 2552. 19 ปุจฉา พัฒนาจิตวิญญาณ. เลย : รุ่งแสงธุรกิจการพิมพ์.

อลงกรณ์ มีสุทธาและสมิต สัชฌุกร. (2540). การประเมินผลการปฏิบัติงาน : แนวความคิด หลักการ วิธีการ และกระบวนการ. กรุงเทพมหานคร: บริษัท ประชาชน จำกัด.

อวยพร ตัณมุขยกุล, 2534 การตอบสนองความต้องการด้านจิตวิญญาณโดยใช้กระบวนการพยาบาล. ใน อรพินท์ วีรฉัตร (บรรณาธิการ) การพยาบาลในมิติจิตวิญญาณ (หน้า 36-47) กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ เรือนแก้วการพิมพ์. อ้างถึงใน บุปผา ชอบใช้, 2546. การพยาบาลในมิติจิตวิญญาณโดยใช้กระบวนการพยาบาลเป็นหลัก. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

อารยา พรายแย้ม และคณะ. (2552). การสังเคราะห์ความรู้ทางด้านการพัฒนาจิตปัญญา (วิญญาณ) จากเรื่องเล่าความสำเร็จของผู้ให้บริการและผู้รับบริการในระบบสุขภาพ. รายงานฉบับสมบูรณ์, มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

Abdullah, A.G. K., Alzaidiyeen, N.J., and Aldarabah. (2009). Workplance Spirituality and Leadership Effectiveness Among Educational Management in Malaysia. European Journal of Sciences. 10(2): 304-316.

Adler, M.J. (1992). Truth in religion: Plurality of religions and unity of truth. New York: Collier Books. in Marques, J., Dhiman, S. and King, R. (2007). Spirituality in the Workplace: What It Is, Why It Matters, How to Make It Work for You. Personhood Press.

Allport, G. W. (1950). The individual and his religion. New York: McMillan.

Anastasi, A. (1968). Psychological testing. New York: The Macmillan Company.

Arme´nio Rego and Miguel Pina e Cunha. (2008). Workplace spirituality and organizational commitment: an empirical study. Journal of Organizational Change Management. 21(1): 53-75.

Beazley, H. 1998. Meaning and measurement of spirituality in organisational settings: Development of a spirituality assessment scale (Honesty, Humility, Service to others). Dissertation Abstract: The George Washington University, USA. In Benefiel, M. (2003). Mapping the terrain of spirituality in organizations research. Journal of Organizational Change Management. 16(4), pp.367-77.

Bennet, A. and Bennet, D. (2007). The knowledge and knowing of spiritual learning. The journal of information and knowledge management systems. 37(2), 150-168.

Block, P. (1993). Stewardship: Choosing Service over Self-interest. Berrett-Koehler Publishers,San Francisco,CA. In Milliman. J., Ferguson, J., Trickett, D. and Condemi B. (1999). (1999). Spirit and community at Southwest Airlines: An investigation of a spiritual values-based model. Journal of Organizational Change Management. Vol. 12 No.3 1999 :221-233.

Bolander, V. B. (1994). Sorensen and luckmann’s basic nursing : A psychophysiologic approach. Philadelphia: W. B. Saunders. อ้างถึงใน บุปผา ชอบใช้, 2546.การพยาบาลในมิติจิตวิญญาณโดยใช้กระบวนการพยาบาลเป็นหลัก .ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

]]>
การศึกษาและพัฒนาเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา (22) https://thaissf.org/er071/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=er071 Sat, 11 Oct 2014 15:27:55 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/10/11/er071/ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร และสุ่มจังหวัดในแต่ละภูมิภาค โดยกำหนดภูมิภาคละ 2 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร โดยในแต่ละภูมิภาคกำหนดให้เก็บข้อมูลในโรงพยาบาล 5 แห่ง และโรงเรียน 5 แห่ง โดยใช้การสุ่มโรงพยาบาลและโรงเรียนตามความเหมาะสม (Convenient sampling) รวมเก็บข้อมูลกับโรงพยาบาล จำนวน 25 แห่ง และโรงเรียน 25 แห่ง ซึ่งผลที่ได้ในการศึกษาครั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในระบบสุขภาพจำนวน 471 คน และในระบบการศึกษาจำนวน 384 คน รวมทั้งสองกลุ่มเป็นจำนวน 855 คนโดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง (ร้อยละ 81.7) มีสถานภาพสมรสทั้งโสด (ร้อยละ 48.2) และสมรส (ร้อยละ 47.9) ใกล้เคียงกัน เกือบสามในสี่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี (ร้อยละ 72.9) รองลงมาคือจบการศึกษาระดับปริญญาโท (ร้อยละ 19.2) เมื่อพิจารณาถึงประเภทของกลุ่มตัวอย่าง เกือบครึ่งหนึ่งเป็นครูและอาจารย์ในระบบการศึกษา ร้อยละ 44.9 นอกนั้นเป็นบุคลากรในระบบสุขภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพยาบาล ร้อยละ 32.6 นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างยังครอบคลุมถึง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคกลาง (ร้อยละ 21.1) ภาคเหนือ (ร้อยละ 21.6) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ร้อยละ 21.3) ภาคใต้ (ร้อยละ 16) และกรุงเทพมหานคร (ร้อยละ 20.9) สำหรับอายุของกลุ่มตัวอย่าง โดยเฉลี่ยมีอายุ 37.2 ปี และมีระยะเวลาในการปฏิบัติงานโดยเฉลี่ย 13.6 ปี

การวิจัยครั้งนี้ประกอบไปด้วยขั้นตอนทั้งสิ้น 7 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณในการทำงาน และขั้นตอนหรือกระบวนการพัฒนาจิตวิญญาณ จากเอกสารทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย แนวคิด ทฤษฎี เครื่องมือวัด การพัฒนา และงานวิจัย

ขั้นตอนที่ 2 สังเคราะห์และสรุปความหมาย องค์ประกอบ แนวทางในการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา จากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) โดยผู้ทรงคุณวุฒิ โดยพิจารณาทั้งความหมาย องค์ประกอบ และแนวทางการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา

ขั้นตอนที่ 4 ปรับปรุงแก้ไข ความหมาย องค์ประกอบ และแนวทางการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา ได้ร่างเครื่องมือวัดสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา จากการทบทวนวรรณกรรมและจากผู้ทรงคุณวุฒิ

ขั้นตอนที่ 5 ทดลองใช้เครื่องมือกับกลุ่มตัวอย่างรวมในระบบสุขภาพและระบบการศึกษาจำนวน 855 คน

ขั้นตอนที่ 6 นำข้อมูลที่ได้จากการทดลองใช้เครื่องมือวัด นำมาวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis) เพื่อหาองค์ประกอบของจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา

ขั้นตอนที่ 7 หาคุณภาพเครื่องมือวัดจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา โดย

– ค่าอำนาจจำแนกรายข้อ โดยใช้การวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์คะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Item-total correlation)

– ค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือวัด (Reliability) โดยการหาค่าความเชื่อมั่นแบบความสอดคล้องภายใน (Internal consistency) ด้วยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient)

นอกจากนี้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ข้างต้น ผู้วิจัยได้วิเคราะห์เกณฑ์ปกติซึ่งแสดงค่าพื้นฐานของคะแนนรวมและคะแนนในแต่ละองค์ประกอบเพื่อประโยชน์ในการใช้เปรียบเทียบเพื่อการพัฒนาเมื่อนำแบบวัดไปใช้ต่อไป

สรุปผลการวิจัย

คณะผู้วิจัยจะนำเสนอการสรุปผลการวิจัยจากผลที่ได้จากกระบวนการวิจัยในแต่ละขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. จากการศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับจิตวิญญาณในบริบทต่างๆ รวมทั้งในกลุ่มผู้ทำงานด้านสุขภาพและการศึกษา พบว่า การวิจัยด้านจิตวิญญาณส่วนใหญ่เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย แบบทดสอบเกี่ยวกับจิตวิญญาณ แบบวัดการรับรู้ทางจิตวิญญาณ แบบวัดจิตวิญญาณตามแนวจิตวิทยา แบบวัดจิตวิญญาณในการทำงาน แบบสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบบันทึกจากการสังเกตพฤติกรรม วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัยที่พบคือเพื่อทำการศึกษาความหมาย ลักษณะ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีจิตวิญญาณและการพัฒนาจิตวิญญาณในการทำงาน รวมถึงผลของจิตวิญญาณต่อผลลัพธ์ของการทำงาน พฤติกรรมการทำงาน ความพึงพอใจในงานและความเป็นอยู่ โดยผลการวิจัยพบว่าจิตวิญญาณหมายถึงความต้องการตามธรรมชาติของบุคคลที่จะมีสุขภาพดี ค้นพบความหมายและเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ซึ่งจิตวิญญาณเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยภายในอย่างความเชื่อทางศาสนา ความมีสติปัญญา ความต้องการของบุคคล รวมทั้งปัจจัยภายนอกอย่างวัฒนธรรม สภาพในชุมชน นโยบายของหน่วยงาน มาตรฐานการทำงาน ลักษณะงานหรืออาชีพและลักษณะหรือภาวะผู้นำของหัวหน้างาน

2. จากการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับสุขภาวะทางจิตวิญญาณพบว่า นักวิจัยทั้งในและต่างประเทศต่างก็ได้ให้ความหมายและอธิบายคุณลักษณะของสุขภาวะทางจิตวิญญาณที่แตกต่างกันออกไป และได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมเช่นศาสนา และค่านิยมทางสังคมในการตีความหมาย คณะผู้วิจัยตัดสินใจเลือกใช้นิยามของ นงเยาว์ มงคลอิทธิเวชและคณะ (2552) เป็นแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญในการสรุปนิยามและองค์ประกอบของสุขภาวะทางจิตวิญญาณที่จะถูกนำมาใช้การการพัฒนาเครื่องมือประเมิน ซึ่งประกอบไปด้วยสุขภาวะทางจิตวิญญาณทั้งสิ้น 18 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

1) เมตตากรุณา อยากช่วยเหลือ

2) จิตใจอ่อนโยน เข้าใจ เห็นอกเห็นใจคนอื่น

3) เป็นมิตร เป็นกันเอง เข้าถึงได้ง่าย

4) รับผิดชอบ

5) ยืดหยุ่น ปรับตัวง่าย

6) เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

7) จัดการ ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตนเองได้

8) เข้มแข็ง อดทน

9) เสียสละ

10) มุ่งมั่น ทุ่มเท

11) มองโลกในแง่ดี

12) ยอมรับและให้อภัย

13) มีพลังแห่งการเรียนรู้

14) กล้าหาญ

15) คิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ

16) อ่อนน้อมถ่อมตน

17) ประสานความแตกต่าง

18) พอเพียง

]]>
การสร้างเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดระดับการพัฒนาจิตวิญญาณ สำหรับบุคลกรพ้านสาธารณสุข (31) https://thaissf.org/sh081/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh081 Sun, 28 Sep 2014 13:13:53 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/09/28/sh081/ ผลงานวิจัย บทความเชิงประมวล ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและจิตวิญญาณ ข้อมูลจากการทำการจัดการความรู้ของผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขที่คัดเลือกแล้วว่าเป็นผู้มี่ทำงานอย่างมีจิตวิญญาณ ใน 4 ภาค เก็บข้อมูลภาคละ 3 ครั้ง เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ นอกจากนี้ยังดำเนินการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของงานวิจัยโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก จำนวน 2 ท่าน และตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน

ผลสรุปและอภิปรายผลจากการวิจัยมีดังนี้

ในรายงานการวิจัยบทที่ 4-6 เป็นผลการวิเคราะห์ ผลสรุป และอภิปรายผลในบางประเด็น แยกเป็นส่วน ๆ แล้ว ดังนั้นการสรุปและอภิปรายผลในบทนี้จะเป็นการเชื่อมโยงการตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยในภาพรวม ตามประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

1. ความหมายและโครงสร้างของจิตวิญญาณ

จากการทบทวนงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับจิตวิญญาณพบว่า การกำหนดความหมายของจิตวิญญาณของการวิจัยด้านสาธารณสุข ด้านพฤติกรรมองค์การมีความต่างกับอยู่บ้างคือ ในกลุ่มสาธารณสุขกล่าวถึงจิตวิญญาณว่า จิตวิญญาณเป็นความสัมพันธ์ที่บุคคลมีกับสิ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ความรู้สึกศรัทธาที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์ พระเจ้า และเป็นส่วนประกอบที่สำคัญนอกเหนือไปจากการที่ตัวเราประกอบไปด้วย กายและจิตความคิด(mind and body) ในขณะที่ด้านจิตวิทยาองค์กรกล่าวถึงจิตวิญญาณในลักษณะของ จิตวิญญาณขององค์กร และจิตวิญญาณของคนที่ทำงานในองค์กร ซึ่งตัวแรกให้ความหมายว่า เป็นกรอบของค่านิยมขององค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดประสบการณ์ในกระบวนการทำงาน ที่เปลี่ยนความหมายของความรู้สึกที่บุคคลจะมีต่อเพื่อนร่วมงาน ในทิศทางที่จะทำให้เกิดความสมบูรณ์และความสุขในการทำงาน ในขณะที่ตัวหลังเป็นจิตวิญญาณระดับบุคคลเป็นความหมายที่คล้ายคลึงกับความหมายที่ปรากฏในด้านจิตวิทยาคือประกอบด้วย ด้านความสัมพันธ์กับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ (super natural) และความสัมพันธ์ที่มีกับเป้าหมายสูงสุดของชีวิต และความสัมพันธ์ที่มีต่อผู้อื่น

ผลจากการวิจัยนี้พบว่า จิตวิญญาณ หมายถึง ภาวะที่บุคคลเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึง ความหมายและเป้าหมายของชีวิต ความตระหนักรู้เกี่ยวกับความตาย เข้าถึงและเข้าใจตนเอง เข้าถึงเข้าใจผู้อื่น ศรัทธาในความจริงที่เหนือธรรมชาติ เข้าถึงคุณค่าของจิตใจมากกว่าวัตถุ ในงานวิจัยนี้จะเรียกว่า “แก่นของจิตวิญญาณ” ในแต่ละประเด็นมีความหมายดังนี้

ความหมายและเป้าหมายของชีวิต เป็นลักษณะที่บุคคลตระหนักรู้เป้าหมายชีวิตว่าต้องการให้ชีวิตของตนเองบรรลุความสำเร็จในเรื่องใด รวมถึงการที่เข้าใจว่าตนเองเกิดมาเพื่ออะไร และใช้เพื่อกำหนดทางเดินหรือการดำเนินชีวิต โดยบุคคลจะมีการกำหนดอุดมการณ์และเป้าหมายของชีวิตที่ชัดเจน ตระหนักรู้เกี่ยวกับความตาย

การตระหนักรู้เกี่ยวกับความตาย แก่นของจิตวิญญาณด้านนี้ แสดงถึงอารมณ์ ความรู้สึก และการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับความตายของคนไข้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ประกอบด้วย การตระหนักรู้ในความรู้สึกของคนไข้ มีอารมณ์อ่อนไหวของตัวเอง และพฤติกรรมการพยายามให้ความช่วยเหลือ และการเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการทำงาน และของชีวิต

ศรัทธาในความจริงที่เหนือธรรมชาติด้านนี้มีลักษณะร่วมกัน คือ เป็นความเชื่อเกี่ยวกับการมีอยู่และอิทธิพลของสิ่งเหนือธรรมชาติ และนำความเชื่อนี้มาใช้ในการดำเนินชีวิต แบ่งเป็น ความเชื่อที่เกี่ยวกับศาสนา และความเชื่อที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา เชื่อในพลังจิตกลุ่ม

เข้าถึงเข้าใจตัวเอง แก่นของจิตวิญญาณตัวนี้มีศูนย์กลางร่วมกันที่การตระหนักรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เข้ามากระทบความรู้สึก ความคิดของตัวเอง ทั้งนี้แบ่งเป็นขั้นตอน 3 ขั้นคือ การมีสติ การเข้าใจตนเองซึ่งแสดงถึงความเข้าใจต่ออารมณ์ และความคิดของตนเอง และ การคิดทบทวนตัวเอง ที่แสดงถึงการคิดทบทวนว่าอารมณ์ของตนเอง ความคิดของตนเอง ดีหรือไม่ดีอย่างไรและทบทวนสิ่งที่ตัวเองไปสัมพันธ์กับสิ่งอื่น ๆ

เข้าถึงเข้าใจผู้อื่น ลักษณะด้านนี้มีคุณสมบัติร่วมกันคือ การมีความตระหนักคิดเกี่ยวกับความรู้สึก ความเชื่อความต้องการของคนอื่น ที่จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1) จิตรับรู้ความทุกข์ ซึ่งหมายถึงการใส่ใจความรู้สึกทุกข์ ปัญหา ของบุคคลอื่น ๆ โดยรับรู้ความรูสึกว่าเขามีความรู้สึกอย่างไร มีความเข้าใจ เข้าไปร่วมรู้สึกนั้นหรือมีอารมณ์ร่วมด้วย 2) ไวต่อความคิดความเชื่อของผู้อื่น

เข้าถึงคุณค่าของจิตใจแก่นของจิตวิญญาณด้านนี้เป็นการที่ตัวอย่างมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนเองกระทำว่ามีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว มิได้ต้องการรับการตอบแทนเป็นรางวัลอื่นใด ไม่ว่าจะเป็น ความนิยมชมชอบ เหรียญรางวัล เงินทองหรือชื่อเสียง

ประเด็นของแก่นของจิตวิญญาณ ทั้ง 6 ประเด็นนี้มีส่วนมีส่วนที่อธิบายเพิ่มเติมความหมายของจิตวิญญาณของงานวิจัยในกลุ่มที่ศึกษาด้านสาธารณสุข ที่กล่าวว่า “จิตวิญญาณเป็นความสัมพันธ์ที่บุคคลมีกับสิ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ความรู้สึกศรัทธาที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์ พระเจ้า และจิตวิญญาณเป็นส่วนประกอบที่สำคัญนอกเหนือไปจากการที่เราประกอบไปด้วย การ และจิตความคิด(mind and body)” ซึ่งเป็นแก่นของจิตวิญญาณในประเด็น ความหมายและเป้าหมายของชีวิต และ ศรัทธาในความจริงที่เหนือธรรมชาติ อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับความหมายของจิตวิญญาณที่มีผู้อ้างถึงมาก ได้แก่ งานของ Elkins et al.(1988) ที่ได้กล่าวถึงจิตวิญญาณว่ามี 9 มิติได้แก่

มิติ

Transcendent

ความหมาย

การมีประสบการณ์เหนือธรรมชาติ เช่น

การที่เชื่อว่ามีสิ่งที่มีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ สิ่งที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้แต่ตัวเขาสัมผัสได้และเชื่อว่ามีจริง เช่นการเชื่อในพระเจ้าของคนเชื่อว่าพระเจ้ามีจริง หรือและท่านจะช่วยเขาให้หายเจ็บป่วยได้

มิติ

Meaning and purpose in life

ความหมาย

ชีวิตที่มีความหมาย ได้แก่ การที่คนแต่ละคนต้องค้นหาความหมายของการเกิด เกิดมาทำไม ทำอะไร เพื่ออะไร

มิติ

Mission in life

ความหมาย

พันธะกิจของชีวิต ได้แก่การที่คนมีพลังที่ต้องทำสิ่งสำคัญต่อชีวิตตนเองให้สำเร็จ

มิติ

Sacredness of life

ความหมาย

มีความศรัทธา เชื่อว่าในชีวิตเราต้องมีความศรัทธาต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

มิติ

Material value (less than spiritual things)

ความหมาย

ให้คุณค่าของวัตถุได้แต่น้อยกว่าจิตใจ ทำเพื่อผู้อื่นอย่างเต็มใจโดยไม่ต้องขอ

มิติ

Idealism มีอุดมคติ

ความหมาย

ได้แก่ เชื่อว่าทุกคนเป็นคนดี เชื่อว่าเราต้องทำโลกให้สะอาดให้ดี

มิติ

Awareness of tragic

ความหมาย

จิตรับรู้ความทุกข์

มิติ

Fruit of spirituality

ความหมาย

รับประโยชน์จากการมี sp เช่นทำให้ตนคลายความเครียด ทำให้ตนเป็นที่รักของคนอื่น

ประเด็นที่มีความคล้ายคลึงกันได้แก่ การมีจิตรับรู้ความทุกข์ มิตินี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “การเข้าถึงเข้าใจผู้อื่น” มิติด้าน การให้คุณค่าของวัตถุได้แต่น้อยกว่าจิตใจ คล้ายคลึงกับ “ เข้าถึงคุณค่าของจิตใจ” มิติด้าน มีความศรัทธาฯ และมิติด้าน transcendent คล้ายคลึงกับ “ ศรัทธาในความจริงที่เหนือธรรมชาติ” และมิติด้าน meaning and purpose of life และ มิติด้าน mission in life คล้ายคลึงกับ “ ความหมายและเป้าหมายของชีวิต” และมีมิติที่แตกต่างคือ แก่นของจิตวิญญาณ มีประเด็นด้าน การเข้าใจและเข้าถึงตนเอง และการเข้าใจและเข้าถึงผู้อื่น และ แก่นของจิตวิญญาณ ไม่มีมิติด้าน fruit of spirituality ที่ปรับเป็น ส่วนผลของจิตวิญญาณที่เรียกว่า “คุณภาพของชีวิต”

]]>
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” (9) https://thaissf.org/er040/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=er040 Sat, 16 Aug 2014 08:14:22 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/08/16/er040/ ให้ความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันนะครับ ไม่แบ่งแยกว่าจะเป็นเผ่านั้น เผ่านี้ แต่เราอยู่ด้วยกันอย่างสามัคคี สงบ อย่างสันติ แล้วก็เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน…

…ผมประทับใจที่เด็กพูดว่าเราหนีอะไรก็หนีได้ แต่เราหนีเงาตัวเองไม่ได้ เราเป็นเด็กดอย เราควรภูมิใจในคำว่าเด็กดอยของเรา ผมจะใช้คำพูดนี้ไปสอนเด็กเค้าว่าไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของลูกมากกว่าลูก เพราะฉะนั้นลูกรู้แล้วควรทำในสิ่งที่ดี เพราะผมรู้ว่าครอบครัวเค้ามีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีมีเยื่ยงอย่างที่ดีก็เอาอย่างที่ดี…

…เราสอนให้รักแผ่นดินบ้านเกิด แผ่นดินบ้านเกิดนี่เรารักอะไรกัน บางคนอาจจะหัวเราะแต่มันเป็นเรื่องที่เข้าตากรรมการเลยค่ะ ที่เราให้เด็กทำกิจกรรมต่อยอดเรามานำเสนอครั้งสุดท้ายนี่ก็คือ เด็กได้ไป ไปดูควายกัน เอ๊ะ ควายมันมาเกี่ยวอะไรกับครูอาสา จริง ๆ คือเรื่องรักถิ่นกำเนิดเราเนี่ยค่ะ ควายที่มันอยู่ในทุ่งนาเนี่ยนักเรียนเห็น ควายมันก็คือควายอ่ะ ไปดูซิที่เขาว่าโง่เหมือนควาย ทำไมคนโบราณใช้คำพูดคำนี้ ไปดูซิว่าควายปัจจุบันนี้หายไปไหน เมื่อก่อนนี้ควายเป็นยังไงกับเดี๋ยวนี้ เราพาเด็กไปกัน ครูอาสาน้อยไปกันหมดประมาณ 20 คน ไปบ้านลุงคนนึงซึ่งเขาเนี่ยเลี้ยงควาย มี 10 กว่าตัว ให้ลุงเนี่ยเล่าเรื่องควายให้ฟัง ลุงก็จะเล่าความดีของควาย เล่าว่าควายนี่มีประโยชน์ คือเขารักควาย เนี่ยลุงคนนี้เป็นคนที่เลี้ยงควาย แล้วก็รักเขามาเลยอ่ะ แล้วเขาก็เล่าเรื่องควายเนี่ย ประโยชน์ของควายนะ ว่าเนี่ย ที่เขาเกิดมาเขามีประโยชน์ เขาสามารถไถนาให้เรา ดูซิปัจจุบันนี้ กับปัจจุบันโน้น ลักษณะของวิถีชุมชนแตกต่างกัน เมื่อก่อนเราไถนากัน เราทำงานกันไป เราไม่ได้เร่งรีบ เรามีการลงแรง ที่เขาเรียกว่าลงแขกใช่ไหมคะ เราไม่แก่งแย่งชิงดี เรามีกิจกรรมสานสัมพันธ์ เรามีกิจกรรมร่วมชุมชน ปัจจุบันนี้มีแต่เร่งรีบ แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทะเลาะเบาะแว้งแล้วก็จบลงที่ปัญหาโลกร้อนซึ่งเราไม่คิดถึงควายกันแล้ว เด็ก ๆ ก็จะ เออ เราเกิดมาเราโชคดีแล้วนะ หมู่บ้านเราเนี่ยมันมีควาย ไม่ใช่เราเกิดมาเป็นคนบ้านนอก ห่างไกลความเจริญ จะต้องเข้าไปหาแสงสี เข้าไปอ่ะ ในเมือง ไปร้านเกมส์ ไปเล่นเน็ต อะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วเขาก็จะกลับมาสอนน้องเขา แล้วก็กลับมาสอนจริง ๆ ด้วยค่ะ

สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่แนวคิดเรื่องอัตตาณัติทำให้มองข้าม คือความเป็นตัวตนของเรานั้นผูกพันกับวัฒนธรรมอย่างแยกไม่ออก หากมองในมุมเสรีนิยม ก็จะกล่าวว่าแม้เราจะเลือกวัฒนธรรมที่หล่อหลอมตัวตนไม่ได้ แต่เมื่อมีวุฒิภาวะ เราเลือกที่จะทำหรือไม่ทำตามวัฒนธรรมนั้นได้ ในด้านหนึ่ง ความคิดเช่นนี้สมควรยอมรับ หากเรายังเชื่อในหน้าที่ในการแก้ไขสิ่งผิดที่มีอยู่และสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่า แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความคิดเช่นนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนที่ไม่ใช่ชาวตะวันตก ว่านำสู่การดูถูกตนเอง เนื่องจากการรับความคิดเช่นนี้เป็นการรับระบบการให้คุณค่าแบบเสรีนิยมที่เห็นว่าคุณค่ามีฐานอยู่บนการเลือกของปัจเจกบุคคล ในเมื่อระบบการให้คุณค่าแบบเสรีนิยมเป็นเพียงระบบหนึ่ง การรับมาใช้โดยปฏิเสธระบบคุณค่าที่หล่อหลอมตัวเราจึงไม่ต่างไปจากการดูถูกตัวเอง ดังเห็นชัดจากคำถามที่ว่าทำไมจึงยอมคุณค่าที่เรายอมรับมาเป็นร้อยปีด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า “ไม่เป็นแบบฝรั่ง” คงลืมไม่ได้ว่าระบบคุณค่านี้เป็นการเห็นความมีความหมายของโลกทั้งหมด การปฏิเสธสิ่งที่มีความหมายของบุคคลเช่นนี้ เป็นการปฏิเสธตัวตนทั้งหมดของเขาในเวลาเดียวกัน

ข้อความข้างต้นแสดงให้เห็นถึงการยอมรับชาติพันธุ์ รวมถึงวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ หากเป็นเช่นนั้น ก็นับว่ามีการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็ก ในความหมายของการเคารพวัฒนธรรมที่หล่อหลอมตัวตนของเขา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยังแสดงถึงสิ่งที่ดูขัดแย้ง

…พยายามเติมเต็มกลุ่มที่เค้ายังขาดโอกาส ผมคิดว่าดั้งเดิมเรามนุษย์ถ้ำทั้งหมด เราเองถ้าเรียนประวัติศาสตร์มา เราเองก็เริ่มเรียนรู้จากถ้ำ การใส่กางเกง การศึกษา ทำไมเราได้โอกาสแบบนี้ เราเสวยสุขสบาย แต่คนอีกกลุ่ม บางคนมองว่าอนุรักษ์ไว้ ซาไกก็ให้อยู่บนป่านั้นแหละเหมือนตองเหลือง ทำไมไม่คิดว่าย้อนหลังไป เราก็อยู่ในถ้ำเหมือนกัน ทำไมเราไม่เปิดโอกาสให้เขา วันหนึ่งเค้าก็แต่งตัวอย่างนี้ขึ้นมาแล้ว ผมก็คิดตัวที่จะตอบคำถามคือกลไกการศึกษา ผมเชื่อว่าการศึกษาไม่ต้องให้เค้าตลอดชีวิต ให้เขาระยะนึง หลังจากนั้นจะไปพัฒนาตัวเอง ถ้าเราให้ของเราก็ให้ไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเราให้การศึกษากับเค้า มันจะเป็นกลไกในการขับเคลื่อน ในการพัฒนาคนให้พ้นจากวงจรความทุกข์ยาก วงจรความอยากจน แล้วก็มาสร้างสิทธิ ความเท่าเทียมกัน เหมือนคนอื่น อันนี้แหละคือแรงบันดาลใจ…

]]>