ภาพลักษณ์ – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:17:23 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png ภาพลักษณ์ – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 การสร้างเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดระดับการพัฒนาจิตวิญญาณ สำหรับบุคลากรด้านสาธารณสุข (21) https://thaissf.org/sh071/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh071 Thu, 11 Sep 2014 13:22:04 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/09/11/sh071/ ดิฉันได้รับความเข้มแข็งมาจากพ่อตอกตะปูเป็นตอกไม้ตอกฝาทำได้หมดเพราะเราเห็นชีวิตการต่อสู้มาแต่เด็ก แม่หาบขนมขายแต่เช้าจนเย็นแต่เป็นคนจีนแต่ทำขนมไทยขายแล้วแม่ก็สู้ ลูก ๆ เจ็ดคนได้ดีหมดเลยเราเห็นตัวอย่างที่ดีจากพ่อแม่เราจากการที่พ่อแม่เป็นคนสู้ชีวิตฉะนั้นการทำแค่นี้ไม่เท่าเราหรอก พ่อแม่เลี้ยงเรามาเจ็ดคนจากเมืองจีนเสื่อผืนหมอนใบ” (กลาง 1)

“แต่ถามว่าลึกๆ แล้วเนี่ย อยากจะออกมาเสียสละหรือทำงานอะไรเพื่อคนอื่นมากมายเนี่ย จะไม่นะคะ จะยังคิดถึงตัวเองอยู่ แต่พอไปทำงาน รพ.ชุมชน เนี่ย สิ่งแวดล้อมดี คือตั้งแต่คุณหมอที่เป็น ผอ. ท่านเป็นคนดี ท่านทำงานให้เราเห็น ทันตแพทย์ที่อยู่ด้วยกัน หัวหน้าฝ่ายนี่ดีมาก เสียสละ แกทำงานทั้งแต่เช้าถึงเย็นไม่เคยบ่น ก็เป็นตัวแบบ (อีสาน 2)

“สิ่งที่ผมได้เห็นก็คือลักษณะการทำงานของอาจารย์ซึ่งอาจารย์จะใช้วิธีการคิดและวิธีการสอนแพทย์ประจำบ้าน คือ อาจารย์ไม่ดุเลย อาจารย์จะใจดีมากแต่ว่าความทุ่มเทกับคนไข้เนี่ยเป็นสิ่งที่เรารับรู้ได้จากงานที่อาจารย์ทำนะฮะ คือจำได้ว่าตอนนั้นที่ประทับใจมากๆ ก็คือ เป็นคนไข้ Septic shock refer มาจาก รพ.ชลบุรี เนื่องจากว่ามี Bulk injuries ก็คือมี injury ของท้องนะครับ และมีการ rapture ของลำไส้เล็กส่วนต้น แล้วก็มีการติดเชื้อ ตอนนั้นสิ่งที่ผมรับรู้ก็คือคนไข้คนนี้ตายแน่ๆ ยังไงก็ตาย แต่ว่าสิ่งที่ผมเห็นจากการเริ่มรับคนไข้มาและเห็นการทำงานของอาจารย์เนี่ย นั่นคือ ความรู้สึกที่เรารู้สึกว่ามันคือคุณลักษณะของหมอคนนึงซึ่งพึงกระทำต่อคนไข้น่ะครับ อันนั้นคือสิ่งที่ประทับใจผมมา แล้วก็เป็นแบบอย่างในกระบวนการคิดในการดูแลผู้ป่วยของผมจนกระทั่งถึงทุกวันนี้” (เหนือ 1)

ดังนั้นการที่บุคคลได้เรียนรู้การมีจิตวิญญาณของบุคคลที่เป็นต้นแบบที่มีความสำคัญกับตนเอง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้บุคคลมีจิตวิญญาณด้วย

3. การสนับสนุนและบรรยากาศ

การสนับสนุน ในการวิจัยครั้งนี้ หมายถึง การที่บุคคลได้รับการปฏิบัติตนจากบุคคลรอบข้างในด้านการช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาอุปสรรค การให้กำลังใจ การมีทีม เพื่อส่งเสริมให้บุคคลมีการแสดงออกอย่างมีจิตวิญญาณ บรรยากาศการทำงาน หมายถึง ลักษณะของสภาพแวดล้อมการทำงานในหน่วยงานสาธารณสุข ประกอบด้วย การมีส่วนเข้าร่วม แลกเปลี่ยนความคิดความรู้สึก การระมัดระวังมิให้เกิดอารมณ์ด้านลบ บรรยากาศเหล่านี้ เอื้อให้เกิดการทำงานที่แสดงถึงการมีจิตวิญญาณ ด้านการสนับสนุนมีการสนับสนุนจากครอบครัว และจากที่ทำงานด้านจิตใจ และการมีการร่วมมือ จากตัวอย่างต่อไปนี้

“จริงๆ สามีก็เป็นแรงผลักตัวนึงที่ทำตรงนี้นะฮะ ก็คือว่าเค้าจบพยาบาลเหมือนกันแล้วเค้าก็ไปเรียนต่อสาธารณสุขศาสตร์ เอ่อ.. แล้วก็มาทำงานชุมชนได้ช่วงนึง แล้วก็ตอนนี้เค้าก็มาเป็นอาจารย์สอนพยาบาลเกี่ยวกับสาธารณสุขเนี่ยน่ะค่ะ เค้าก็เคยทำงานชุมชนแล้วเค้าจะเข้าใจอะไรลึกซึ้ง ..ทีนี้เค้าก็เป็นคนบอกว่า เออ.. ก็ทำ ก็ดี ก็พอชวนเค้า เค้าก็ไม่ปฏิเสธ แต่มีขัดแย้งนิดนึงก็บอกว่ามันจะดีเหรอ ก็ไม่เป็นไรพี่ พาไปแป๊บเดียวก็กลับ อืม.. เค้าก็จัดแจงทุกอย่าง ถ่ายวิดีโอให้ตั้งแต่ต้นจนจบ ทีนี้พอทำเสร็จเค้าก็ตัดต่อให้เสร็จเรียบร้อย ทำเองแล้วก็ใส่เพลง แล้วมีภาพตลกๆ แล้วเรามาเปิดให้เด็กๆ ดู เด็ก happy มาก” (อีสาน 2)

“เราหยุดเรียนไป 2 ปี มีมานะมีความอดทน พ่อแม่ให้กำลังใจด้วยว่าถ้าเกิดไม่ตั้งใจลูกก็จะไปทำงานกับพ่อแม่อย่างนี้นะ ถ้าลูกไม่ตั้งใจ ลูกไม่เหนื่อยหรอ เลยมีแรงฮึดสู้ที่จะอ่านหนังสือหรืฝ่าฝันอุปสรรคตรงนั้น ก็สอบได้ ได้ไปเรียน

“คุยกันก็ยังอยู่ตรงนั้น ก็บอกว่าถ้าแม่ต้องไปช่วยน้ำท่วมภาคใต้หนูคิดว่ายังไง เขาก็บอกว่าแม่ครับถ้าบวช ๆ เมื่อไรก็ได้แต่ว่าเหตุการณ์นี้แม่ลงไปช่วยคนได้อีกตั้งเยอะแยะ เราในฐานะที่เราเป็นแม่เราก็ภูมิใจว่าเด็กอายุ 14-15 เขาก็คิดว่าศักยภาพของแม่จะลงไปช่วยคนที่เดือดร้อนอีกหลายร้อยคน” (เหนือ 1)

“ถ้าจริงๆ ตรงนี้ที่ดูของตัวเองไว้คือทีมนี่สำคัญที่สุดเลยสำหรับตนเอง ถ้าไม่มีทีมทั้งทีมพยาบาลจุดต่างๆ ทีมเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใน รพ. ท่านผู้อำนวยการ ถ้าการทำงานต่างๆ นี่ทีมไม่เล่นด้วยก็คงไม่ประสบผลสำเร็จถึง ณ ปัจจุบัน อันที่สองก็คือครอบครัว ถ้าพูดถึงงานที่ทำทุกอย่างที่ไป บางทีนอกเวลากลับมาค่ำๆ ก็ไม่ค่อยมีปัญหา คือครอบครัวก็สนับสนุนตรงนี้” (อีสาน 3)

“ส่วนหน่วยงานหรือว่ากลุ่มคนไข้ ได้ส่งเสริมหรือว่าได้มีอะไรท้าทายให้เรา มีผลอะไรต่อการพัฒนาจิตใจบ้างนะคะ ก็ในเรื่องของหน่วยงานกับหัวหน้านี่เห็นชัดๆเลยนะคะ ว่าที่โรงพยาบาลนะคะ ที่หน่วยงานนี่จะให้โอกาสทำงาน เค้าจะให้โอกาสเต็มที่คุณอยากทำอะไร เสนอขึ้นมาเลย ให้ทำงาน แล้วก็ปรึกษาได้ ปรึกษาได้ทุกคนด้วย ที่สำคัญเมื่อถึงเรื่องเพียรทำต่อเนื่อง ระวังเรื่องแพ้ใจ พอแพ้ใจเนี่ย มีที่ระบายได้ มีที่ระบาย ขี้มูก น้ำตา อะไรก็เต็มที่ ระบายได้แบบหมดเปลือกนะคะ…” (ใต้ 2)

“ส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่เป็นกำลังใจ คนรู้จักเป็นกำลังใจ ก็ถือว่าค่อนข้างโชคดี มีคนเป็นกำลังใจเยอะก็รู้สึกดีๆ ….ผมก็วันนี้วันเกิดนอนละมีคนโทรมาตอนเที่ยงคืน ผมก็มีอะไรเหรอ เนี่ยมีคนไข้ allergy มา หยุดหายใจด้วย กำลังทำ CPR อยู่ก็รีบเลย ขับรถออกจากบ้านแล้วก็มาจอดที่หน้าห้อง CPR ก็วิ่งเข้าไปทำไมห้อง CPR มันมืดนะ พยาบาลที่อยู่หน้าห้องก็แบบ เนี่ยมีคนไข้อยู่ข้างในหมอ พอเข้าไปปั๊ปก็นึกว่าจะเห็นคนไข้อยู่บนเตียง เจ้าหน้าที่ถือเค้กแล้วก็ร้องเพลง happy birthday พูดไม่ออกเลยครับผม ….ก็รู้สึกประทับใจ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเจ้าหน้าที่เขาจะรู้สึกดีๆกับเราแบบนี้ ก็รู้สึกว่าเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เป็นกำลังใจ” (เหนือ 1)

“แต่พอมาเจอท่านหัวหน้านี่นะคะ ก็คือมองโลกในแง่ดี ปรับตัวเองเยอะมากนะคะ แม้กระทั่งว่าครั้งนี้ที่มาเนี่ย จริงๆ แล้วตัวเองขอบายหลายรอบแล้วนะคะ หมายความว่าในหน่วยงานน่ะค่ะ เนื่องจากว่าเป็นโครงการที่ต่อเนื่องระยะยาวแล้วกลัวว่าจะไม่สามารถเข้าร่วมได้ แต่ท่านหัวหน้าได้ให้คำพูดคำนึงก็คือว่า ในเมื่อโอกาสมาถึงแล้วไม่มีทุกคน ไม่มีโอกาสสำหรับทุกคน เค้าให้โอกาสมาแล้วแสดงว่าต้องมีอะไรดีๆ รออยู่แน่ๆ นะคะ แล้วก็อีกอย่างนึงที่ฟัง คือเวลาที่เราท้อหรือเราทุกข์เนี่ย คำพูดคำนึงก็คือหัวหน้าจะบอกว่า เอาเวลาที่เราท้อทุกข์มาทำดีว่า จะได้ประโยชน์กับคนอื่นมากกว่าค่ะ” (เหนือ 1)

การสนับสนุนเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่และความสัมพันธ์ของมนุษย์ในสังคม มีลักษณะเป็นเครือข่ายที่ต้องการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีการช่วยเหลือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้สึกต่าง ๆ ซึ่งกันและกันเพื่อให้บรรลุผลตามที่ต้องการ และเกิดความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจ รู้สึกว่าตนเป็นที่ยอมรับของบุคคลในสังคม ซึ่งทำให้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขและมีความหมายซึ่งการทำงานของบุคคลทางสาธารณสุขเป็นงานที่ต้องเสียสละความสุขส่วนตัว บางครั้งใช้เวลาที่ควรจะอยู่กับครอบครัวมาช่วยเหลือคนไข้ เพื่อให้คนไข้พ้นทุกข์ บุคคลจะทำงานเหล่านี้ได้อย่างเต็มกำลังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งจากครอบครัวและที่ทำงาน การสนับสนุนจึงเป็นแรงกระตุ้นให้บุคคลเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำงานด้วยจิตวิญญาณ

ด้านบรรยากาศในการทำงานมีบรรยากาศที่เน้นการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน และการรักษาอารมณ์ของผู้ร่วมงาน ดังตัวอย่างต่อไปนี้

“กิจกรรมนี้ คือทีมของทีม far เค้าจะเป็นคนดู บางทีคือดูโรงพยาบาลอึมครึมเนี่ย เค้าก็จะมี บางทีมันจะมีจังหวะอึมครึม ซาซา เงียบๆ ไอ้เราก็แบบ ทีมก็จะวิเคราะห์ว่าเออนะ โรงพยาบาลเริ่มจะเงียบๆแล้วนะ สงสัยต้องมีอะไรแน่เลย เราเลยจัดเวที จริงๆเวทีนี้เค้าก็จะมีทุกปี แล้วก็มีเป็นระยะนะคะ เป็นโครงการทุกปี ทำทุกปี เราก็จะตั้งประเด็นขึ้นมาให้น้องเค้าได้คุย แล้วก็เปิดรับสมัครก่อน เปิดรับสมัครว่าใครจะเข้าเวที คล้ายๆสภากาแฟตอนเที่ยงนะคะ ใครจะเข้าเวทีนี้บ้าง ให้ไปลงชื่อได้ที่น้อง เดี๋ยวเราจะมาพูดคุยกัน น้องเค้าก็จะมาลงชื่อ …อีกเวทีหนึ่งจะเป็นเวทีที่เชิญน้องมาคุย โดยที่ไม่ได้จัดเป็นลักษณะนี้นะคะ ก็คือมาคุยเปิดใจเลย แต่ว่าการที่เราจะจับกลุ่มที่มาคุยเนี่ย ต้องดูกลุ่มที่คิดว่ามีปัญหา ณ ตอนนี้ อย่างเช่น ต้องนี้กลุ่มของน้องฝ่ายการเค้าเริ่มจะมีปัญหา หมอกับพี่หัวหน้าฝ่ายการก็จะเชิญน้องฝ่ายการมา แล้วก็คุยเปิดใจกัน แต่จะไม่ให้หน่วยงานอื่นได้เข้าไปอยู่นะคะ ก็ให้เป็นอาณาจักรของเค้าไปเนอะพี่เนอะ แล้วอีกเวทีนึงที่ทีม fa เชิญน้องๆเป็นกรุ๊ปแต่ว่ารวมทุกหน่วยงาน แล้วก็เปิดเวทีให้แต่ละกลุ่มเข้ามาคุยกันกับหัวหน้า fa ว่าทำแล้วมีปัญหาอะไรบ้าง อยากจะให้ทีม fa ช่วยอะไรได้บ้าง ลักษณะนี้” (ใต้ 2)

“มีเป็นบางกรณี ถ้าเกิดว่ามันรุนแรงคือ หมายความว่าถ้าเขาแสดงอารมณ์กันมากเกินไปก็จะพูดเพราะว่าปกติ จะมีโอกาสประชุมฝ่ายอาทิตย์ละครั้ง หรือบางทีก็ไม่ได้ประชุม ก็จะเอาเรื่องของตัวอย่างคนไข้ไปพูด แต่แบบเราจะไม่พูดแบบเจาะจงนะคะ เพราะการพูดแบบเจาะจงแล้วยิ่งในฝ่ายเรามีกันแค่ 7 คน การพูดเจาะจงลงไปเนี่ยมันเหมือนเราไปซ้ำเติมความผิดของเขา เราก็เลยอยากให้พูดแบบรวม อยากให้ทุกคนทำแบบรวมๆด้วยกัน ก็เคยประชุมกันก็เคยพูดไปว่าการให้บริการคนไข้เนี่ย ให้เรายึดหลักว่าเขาเป็นญาติพี่น้องของเราแล้วถ้าเราอยากให้คนอื่นทำอะไรกับเรา คือทำดีกับเราเนี่ย เราต้องทำดีกับคนอื่นก่อน อยากให้เขาทำอะไรยังไง อยากให้เขาทำดีใช่ไหม เราก็ต้องทำดีกับเขาก่อนจะ อันนี้จะไม่ใช้กับคนไข้อย่างเดียว ใช้กับเพื่อนร่วมงานในฝ่ายอื่นด้วย” (เหนือ 3)

บรรยากาศการทำงาน เป็นคุณภาพของสภาพแวดล้อมในหน่วยงานที่เกิดจากประสบการณ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลกระทบต่อพฤติกรรมและตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรับรู้ที่สะสมมาของพฤติกรรมในหน่วยงาน บรรยากาศการทำงานเป็นลักษณะภายในซึ่งแยกความแตกต่างระหว่างหน่วยงานหนึ่งกับหน่วยงานอื่น ๆ เป็นคุณลักษณะที่ส่งเสริมให้เกิดการทำงาน การที่บุคคลอยู่ในบรรยากาศการทำงานที่แสดงถึงการมีจิตวิญญาณย่อมเป็นแรงบันดาลให้บุคคลมีจิตวิญญาณด้วย

]]>
คุณค่าของความเป็นมนุษย์ ตอนที่ 22 https://thaissf.org/sh022/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh022 Fri, 06 Jun 2014 13:34:31 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/06/06/sh022/

ความตระหนักเรื่องภาพลักษณ์ดังกล่าวเป็นส่วนที่ผลักดันให้ทำเพื่อความถูกต้องและประโยชน์ของประชาชน เช่น

…ก็เกิดภาพข้างนอกมองเข้ามาว่าคุณทำเพื่อประโยชน์ของคุณเองหรือเปล่า ท่านให้แต่นโยบายมาแต่ไม่ให้หลักการมา พอไม่ให้หลักการมาก็เกิดช่องว่าง ทุกคนก็มองประโยชน์ตัวเอง ผมก็เลยบอกว่าหัวหน้าครับเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ไหวนะครับ เขามองกลับมาแน่ว่าศาลเราหาแต่ประโยชน์ เอาแต่ค่าตอบแทน เบิ้ลงาน เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ รู้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่สนิทกับทนายเจ้าหน้าที่ก็พูด …ถ้าให้เบิ้ลงานก็เตะไปๆ ถ่วงไป นี่คืออีกจุดหนึ่งที่ผมเห็นว่าไม่เป็นธรรม ดูแล้วภาพองค์กรไม่ไหวกับสายตาคนนอกมองเข้ามา และศาล…ก็ไม่ใช่ศาลใหญ่ด้วย ทนายก็สนิทกับเจ้าหน้าที่ ก็เห็นภาพ มันเห็นอยู่แล้ว ผมก็เลยคิดว่าไม่ไหวต้องมีระบบอะไรบางอย่างขึ้นมา เพื่อให้เกิดความเป็นหลักเกณฑ์ เพื่อสังคม (ลปรร. ผู้พิพากษา ครั้งที่ 1)

อันที่จริงตามมุมมองจริยศาสตร์วิชาชีพ กล่าวได้ว่าความตระหนักและใส่ใจรักษาภาพลักษณ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นนักวิชาชีพ เนื่องจากวิชาชีพมีความเป็นชุมชนผู้ปฏิบัติเสมอ ผู้ที่มีความเป็นนักวิชาชีพย่อมต้องตระหนักถึงความเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนดังกล่าว การใส่ใจในภาพลักษณ์นั้นก็เป็นรูปแบบหนึ่งของความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เนื่องจากสมาชิกอื่นๆ ในชุมชนต่างก็ได้รับผลกระทบไม่ว่าด้านบวกหรือลบจากภาพลักษณ์ที่มีต่อวิชาชีพของตน

นอกจากนี้ การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้นหมายรวมถึงการมีอุดมการณ์ร่วมกัน ซึ่งข้อนี้ก็พบในข้อมูลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในรูปคำกล่าวที่แสดงความชื่นชมต่อผู้ที่ทุ่มเทเพื่ออุดมการณ์วิชาชีพ

…พอฟังเขาวันนี้ก็อยากจะบอกเขาว่านายแน่มากเลย เรารักนายจริงๆ เป็นอะไรที่ตื้นตัน ที่เรามีรุ่นน้อง มีตุลาการที่มีหัวใจแบบนี้ ถ้ามีตุลาการแบบนี้ไม่ต้องมาก เอาแค่ 20% องค์กรเราคงเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนจริงๆ อย่างที่เราทุกคนหวัง ดีใจ รักนายเพิ่มขึ้นเยอะเลย และอยากให้ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ…(ลปรร. ผู้พิพากษา ครั้งที่ 1)

การรักษาภาพลักษณ์นั้นมิใช่เพื่อประโยชน์ของคนที่อยู่ในวิชาชีพ แต่เพื่อสร้างความไว้ใจแก่คนภายนอก อันจะช่วยให้วิชาชีพสามารถทำงานตามอุดมการณ์และหน้าที่ความรับผิดชอบของตนได้สำเร็จ ข้อนี้สะท้อนไว้อย่างดีในคำกล่าวที่ยกมาแล้วข้างต้น

อุปสรรค

เช่นเดียวกับในกรณีของเจ้าหน้าที่เรือนจำ ความมุ่งมั่นในอุดมการณ์วิชาชีพและความเป็นข้าราชการนั้น ดำเนินไปท่ามกลางอุปสรรคต่างๆ อุปสรรคบางรูปแบบอยู่ในกระบวนการทำงานที่มีอยู่ เช่น

เนื่องจากผมอยู่ศาล…มานาน ผมต้องไปโต้แย้งกับคนที่อาวุโสกว่าทั้งนั้นเลย ประธานบ้าง รองประธานบ้าง วัฒนธรรมองค์กรของศาล…เขาจะยอมรับความเห็นแย้ง อันนี้ผมว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ดี แย้งเพื่อให้ได้ความถูกต้องอย่างนี้ไม่เป็นไร คนที่เขาตำหนิเราเขาทำอะไรเราไม่ได้ เวลาเอาเหตุผล จะไม่มีทางมาหักล้าง ผมถึงบอกว่าเราต้องฝึกฝน ประสบการณ์ชีวิตทำให้เราถูกฝึกฝนมาเหมือนกัน …บางทีก็ผ่านพ้นไปทำให้จิตใจเราเข้มแข็ง เขาไม่กล้าตำหนิเราตรงๆ …การที่เขามาตำหนิคนที่ทำถูกต้องและทำเพื่อองค์กรเขากล้าตำหนิไหม ก็ไม่กล้า ได้แต่นินทาลับหลัง ได้แต่ว่าเรา อย่างท่านก็เข้าไม่นานก็โดน …อย่างที่ผมบอกว่าเราควรกล้าในสิ่งที่เราควรกล้า และควรกลัวในสิ่งที่เราควรกลัว (ลปรร. ผู้พิพากษา ครั้งที่ 1)

ขณะที่อุปสรรคบางรูปแบบเกิดจากความพยายามพัฒนาระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนหลายฝ่าย เช่น

ผมไม่กลัวเพราะผมคิดว่า ณ วันนี้เขาก็ยังใช้ระบบที่ผมทำอยู่ ที่วางไว้อยู่เหมือนเดิม เพียงแต่เข้ามาทำต่อ ผมพร้อมที่จะเจอ ก็สงสัยจะโดนอะไรเยอะ โดนเกลียดเยอะ ก็เป็นจริงๆ มีคำพูดมาสี่คำ หนึ่งท่านรู้ไหมว่ามีคนเกลียดท่านเยอะ ผมก็ครับ ท่านรู้ไหมว่ามีคนหมั่นไส้ท่านเยอะ ท่านรู้ไหมว่าท่านทำงานแบบ one man show อีกคำจำไม่ได้ ผมก็ครับ แต่ไม่สนใจ เพราะผมไม่ได้ทำเพื่อตัวผม ผมทำเพื่อประชาชน ที่เขาโดนอยู่ วันที่ผมออกมา…ผมก็โดน โดนเตะตัดขา (ลปรร. ผู้พิพากษา ครั้งที่ 1)

หรืออีกตัวอย่าง เช่น

…งานนี้เป็นงานที่มีแรงเสียดทานสูง ผู้พิพากษาทุกคนจะรู้และแอนตี้หมดทั้งประเทศ หน่วยงานข้างนอกแอนตี้ แต่พวกเราพยายามฝ่าฟัน เราโดนตำหนิจากผู้ใหญ่ โดนจากเพื่อนร่วมงาน จากทนายความ แต่ท้ายที่สุดสิ่งนี้ก็ผ่านพ้นมา มีคนอยากให้เลิกระบบนี้ แต่พอไปถามผู้พิพากษาก็ไม่มีใครยอมเลิก ถามว่าทำไม จุดหนึ่งที่ได้ทำตรงนั้นและทุกคนที่ทำก็คือว่าเมื่อขัดผลประโยชน์ใครก็จะลุกขึ้นมาต่อต้าน ไม่ด้วยจะเหตุผลที่อ้างว่าอะไรก็ตาม แต่เป้าหมายเดียวกันที่เรายืนหยัด ไม่ว่าจะถูกใครว่าถูกตำหนิอย่างไรคือ เพื่อประชาชน ประโยชน์ตกกับประชาชน…(ลปรร. ผู้พิพากษา ครั้งที่ 1)

]]>