ปฏิรูปการศึกษา – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Tue, 07 Feb 2017 09:02:18 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png ปฏิรูปการศึกษา – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 วิสัยทัศน์การศึกษาในอุดมคติของเกาหลีใต้ https://thaissf.org/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b8/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b8 Wed, 18 Jan 2017 14:16:56 +0000 http://175.41.155.75/?p=2470 พิทักษ์  โสตถยาคม

นักวิชาการศึกษา กลุ่มวิจัยและส่งเสริมการวิจัยทางการศึกษา

สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

จากการที่ประธานาธิบดีคิม ยัง ซัม เป็นประธานาธิบดีที่มาจากพลเรือนคนแรก และประกาศนโยบายปฏิรูปเพื่อสร้างประเทศเกาหลีใหม่ โดยใช้การปฏิรูปการศึกษาเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการการปฏิรูปการศึกษาขึ้นตรงต่อประธานาธิบดี เพื่อเสนอนโยบายและมาตรการในการปฏิรูปการศึกษาแก่ประธานาธิบดี มีกระทรวงศึกษาธิการรับหน้าที่นำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ซึ่งมีข้อเสนอแนะต่อการปฏิรูปการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 จำนวน 4 ฉบับ ตั้งแต่ปี 1995-1997 มีเป้าหมายที่ “การศึกษาในอุดมคติ” ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติได้จัดแปลและเผยแพร่ไว้ ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการสื่อสาร ดังนี้

  • หนึ่งในคุณลักษณะของ “การศึกษาในอุดมคติ” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของระบบการศึกษาใหม่ คือ การนำเทคโนโลยีการสื่อสารทางไกลที่นำสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาให้กับประชาชนทุกคนในทุกเวลา และทุกสถานที่
  • หลักการว่าด้วยการจัดวางระบบการศึกษาใหม่ ระบุให้สื่อสารมวลชน ผู้สื่อข่าว องค์กรต่างๆ ของนักการศึกษา กลุ่มบุคคลที่ทำงานเกี่ยวกับสังคมโดยตรง รวมทั้งสมาคม ผู้ปกครอง จำเป็นต้องผลักดันตนเองให้เข้าไปช่วยเปลี่ยนแปลงเจตคติของผู้คนทั่วไป และลงไปร่วมมีบทบาทในการปรับปรุงสภาพของการศึกษาด้วย
  • แผนปฏิรูป สวัสดิการทางการศึกษาของรัฐ ให้ได้รับการศึกษาตลอดชีวิต มีระบบธนาคารหน่วยกิต เรียนรู้ตามความต้องการความสนใจของประชาชน มีศูนย์สื่อผสมเพื่อการศึกษาแห่งชาติ สร้างระบบสนับสนุนการศึกษาทางไกล มีการตั้งคณะกรรมาธิการส่งเสริมการให้บริการสารสนเทศทางการศึกษา เป็นการรวมผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษาประธานาธิบดีเรื่อง ICT
  • การปลูกฝังคุณธรรม กำหนดให้สื่อมวลชนควรมีส่วนช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เห็นความสำคัญของการศึกษาที่บ้านว่าด้วยการบ่มเพาะคุณลักษณะอันดีงามให้แก่บุตรหลานของตน ระบบถ่ายทอดข้อมูลทางการศึกษาและเคเบิ้ลทีวีเพื่อการศึกษา จะต้องเข้ามารับผิดชอบในงานพัฒนารายการการศึกษาสำหรับผู้ปกครองและครอบครัว
  • บทบาทสื่อมวลชนในการเผยแพร่ความรู้ทางการศึกษา สื่อมวลชนควรมุ่งจัดทำรายการทางการศึกษาในเรื่องพัฒนาการทางอารมณ์ของเยาวชน เพื่อทำหน้าที่เสมือนยาถอนพิษให้แก่เด็กที่เติบโตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายอันเต็มไปด้วยยาเสพติด อันธพาล และความรุนแรง นอกจากนี้ ควรจัดบริหารทางด้านกฎหมายและการบริหารรวมเข้าไว้ด้วย เพื่อปกป้องเยาวชนให้พ้นจากความรุนแรง อาชญากรรม และการถูกล่อลวงที่พบเห็นในจอโทรทัศน์ นิตยสาร และวีดิทัศน์ เป็นต้น
  • บทบาทสื่อมวลชนในการสร้างเสริมหน้าที่พลเมืองศึกษา ในการให้ความรู้เรื่องหน้าที่พลเมือง 1) ควรใช้ประโยชน์จากสื่อ ICT การถ่ายทอดสด ข่าวสารทางไกล อาทิ ระบบการถ่ายทอดข่าวสารทางการศึกษา ซึ่งเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาในการส่งเสริมหน้าที่พลเมืองศึกษา และ 2) ควรเน้นการเข้ามามีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายการถ่ายทอดข่าวสารที่ทรงอิทธิพล การแสดง การตีพิมพ์หนังสือและการสื่อสารทางคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมในโรงเรียน และการปลูกฝังสำนึกในการเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตย

นอกจากนั้น เอกสารนี้ยังได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การปฏิรูปการศึกษาจะสำเร็จสมประสงค์ได้ก็ต่อเมื่อมีการปฏิรูปจากระดับล่างขึ้นมาสู่ระดับบน ให้ผู้ปกครอง ภาคอุตสาหกรรม สื่อมวลชน และองค์กรทางการศึกษาทั้งมวล ควรจะเข้ามามีบทบาทในการปฏิรูปการศึกษาด้วย สรุปคือ การปฏิรูปการศึกษาจะบรรลุเป้าหมายได้ ก็จำเป็นต้องมีกระแสความเคลื่อนไหวของปวงชนในระดับชาติอย่างเร่งด่วน เพื่อส่งเสริมการศึกษาในรูปโฉมใหม่ให้ปรากฏขึ้น

ข้อค้นพบจากงานสังเคราะห์กระบวนการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ยังพบว่า เกาหลีมีสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา รัฐบาล และการเป็นแบบอย่างของผู้คนในสังคม จึงทำให้ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาคุณธรรมด้วย ซึ่งบทบาทของแต่ละสถาบันมีดังนี้

1) สถาบันครอบครัว ยึดคำสอนของขงจื้อที่ว่า “ทั่วทั้งจักรวาลมีเพียงครอบครัวเดียว ทุกสรรพสิ่งมีความเกี่ยวข้องกัน” ทำให้ครอบครัวของคนเกาหลีมีระเบียบแบบแผนและมีความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกอย่างแน่นแฟ้น

2) สถาบันการศึกษา ได้ให้ความสำคัญของการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กับการพัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อให้สามารถออกไปประกอบอาชีพและเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ ประเทศได้จัดหลักสูตรใหม่โดยให้มีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมอย่างเป็นระบบและชัดเจนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับอุดมศึกษา มีการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรทางการ และให้ผู้เรียนเรียนรู้หลักสูตรแฝงจากสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เป็นจริง

3) บทบาทของรัฐ ได้ใช้กุศโลบายที่ใช้กระบวนการทางสังคมพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมุ่งมั่นพัฒนาสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็งเพราะเป็นรากฐานของสังคม ปฏิรูปการศึกษาโดยจัดหลักสูตรใหม่ที่ยังคงเน้นคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กับความรู้ ความสามารถ รวมทั้งดำเนินโครงการแซมาอึลวุนดงของรัฐบาล กระตุ้นให้ชาวบ้านเชื่อมั่นในอนาคตว่า สามารถกินดีอยู่ดีถ้าขยันและร่วมมือกันดี โครงการนี้เป็นโครงการขับเคลื่อนขบวนการทางสังคมที่รวมพลังขนาดใหญ่ ที่ได้รับความร่วมมืออย่างดีในระดับชาติ ทั้งผู้นำทางการเมือง กลุ่มชนชั้นนำในเมือง ในหมู่บ้าน ข้าราชการท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการฝึกอบรมกระตุ้นให้ชาวบ้านร่วมพัฒนาหมู่บ้าน ด้วยการปลูกฝังคุณธรรมการทำงานด้านความขยันหมั่นเพียร การช่วยตนเอง ความร่วมมือกัน

โดยเริ่มต้นด้วยการค้นหาผู้นำที่มีความสามารถชักชวนชาวบ้านให้ร่วมโครงการก่อน จากนั้นจึงขยายผล และประสบความสำเร็จ อันเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมทั้งการออกกฎหมายควบคุมความประพฤติ นอกจากนั้น ในการปฏิรูปการศึกษายังได้คำนึงถึงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ด้วยการอบรมระยะสั้น ทั้งด้านการปลูกฝังคุณลักษณะที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมและตระหนักถึงบทบาทความเป็นพ่อแม่  และ 4) การมีส่วนร่วมของชุมชน สังคม และองค์กรต่างๆ ผู้ใหญ่ในชุมชนมีบทบาทในสังคม คนเกาหลีเชื่อว่าผู้ใหญ่จะต้องทำตัวเป็นต้นแบบพฤติกรรมที่ดีงามเพื่อให้เยาวชนได้เลียนแบบ ผู้ใหญ่จะว่ากล่าวตักเตือนเด็ก หากเห็นว่ากระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แม้จะไม่ใช่ลูกหลานตนเองโดยตรง หรือการรวมตัวประท้วงหน่วยงานเมื่อเห็นว่ามีการดำเนินงานไม่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการอภิปราย ระดมความคิด และแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนระบบการศึกษา หรือการรณรงค์เคลื่อนไหวทางสังคมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาต่อไป

 

รายการอ้างอิง

ขวัญสรวง อติโพธิ.  (2557).  คิดอย่างมีชาติ. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2559, จาก https://goo.gl/oy6Uks
เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ และรุ่งเรือง สุขาภิรมย์.  (2550).  รายงานการสังเคราะห์งานวิจัยคุณลักษณะและกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของประเทศต่างๆ. กรุงเทพฯ: ศูนย์คุณธรรม.
ประเวศ วะสี.  (2554).  เทศาภิวัฒน์: การปฏิรูปการบริหารประเทศจากการเอากรมเป็นตัวตั้งเป็นเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง.  กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.).
ประเวศ วะสี.  (2559).  การศึกษาเปลี่ยนประเทศไทย ประเทศไทยเปลี่ยนการศึกษา.  กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ.  (มปป.). การปฏิรูปการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 เพื่อความเป็นผู้นำในยุคสารสนเทศและโลกาภิวัฒน์.  กรุงเทพฯ: สกศ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.  (2559).  (ร่าง) กรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2574. กรุงเทพฯ: สกศ.
สุภกร บัวสาย.  (2556).  จดหมายถึงเพื่อนสมาชิก ฉบับที่ 126 ฟินแลนด์: มหัศจรรย์การศึกษา. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2559, จาก https://goo.gl/LJFBtj
สุรัฐ ศิลปอนันต์. (2558).  ฟินแลนด์ปฏิรูปการศึกษาจนเป็นเลิศที่สุดในโลก.  ใน เหลียวหลังแลหน้า ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน. เอกสารประกอบการเสวนาการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน วันที่ 29 มกราคม 2558 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์.
อภิษฎา ทองสอาด.  (2559). พัฒนาการและการจัดการศึกษาของประเทศฟินแลนด์.  เอกสารทบวนการพัฒนาการและการจัดการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ ในโครงการยกระดับสุขภาวะโรงเรียนเพื่อเป็นฐานการศึกษาจังหวัด  มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

 

]]>
การสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนระบบการศึกษา https://thaissf.org/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b7 Wed, 11 Jan 2017 17:39:06 +0000 http://175.41.155.75/?p=2456 บทความโดย

พิทักษ์  โสตถยาคม

นักวิชาการศึกษา กลุ่มวิจัยและส่งเสริมการวิจัยทางการศึกษา

สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

 

มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ กำหนดการประชุมระดมสมองเพื่อเชื่อมภาคีปฏิรูปการศึกษาทุกระดับ (Think Tank) วาระพิเศษ “การสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนระบบการศึกษา” ในวันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2560 เวลา 9.00-12.00น. ณ ห้องประชุม 1 มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ มีโจทย์เกี่ยวกับสื่อสร้างการเรียนรู้ของสังคม 3 ประการ ได้แก่ (1) จะทำอย่างไรให้สื่อและช่องทางการสื่อสารที่สามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่าด้วยเรื่องเป้าหมายและระบบการศึกษาที่ถูกต้อง (2) จะชวนและระดมพลังคนทำงานสื่อและคนสร้างสรรค์สื่อต่างๆ มาช่วยกันสร้าง content ที่จะช่วยสร้างสังคมเรียนรู้ได้อย่างไร และ (3) จะระดมสื่อเพื่อส่งเสริมศักยภาพในการทำสื่อได้อย่างไร

การสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนระบบการศึกษา มี 2 ส่วน ส่วนแรกคือ “การสื่อสาร” และส่วนที่สองคือ “ระบบการศึกษา” การสื่อสารในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งหรือส่วนเดียวกันกับการรณรงค์เคลื่อนไหวทางสังคม ซึ่งเป็น 1 ใน 3 องค์ประกอบของยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เป็นการรณรงค์ให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง โดยมีความรู้นำ และอำนาจรัฐหนุน ซึ่งใช้ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง การสาธารณสุขที่ผ่านมาได้อย่างเห็นผล หากนำมาใช้ในการปฏิรูประบบการศึกษาได้สำเร็จ ก็จะเป็นการเปลี่ยนประเทศไทยให้ก้าวพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้ไม่ยาก

หนึ่งในการรณรงค์เคลื่อนไหวทางสังคม คือ การทำความเข้าใจว่าระบบการศึกษาไม่ใช่แค่โรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการ แต่คือสังคมทั้งหมดในพื้นที่ (ประเวศ วะสี. 2554) กระบวนทัศน์ใหม่ของการศึกษาคือ ความงอกงามอย่างหลากหลายไม่มีที่สิ้นสุด การเรียนรู้ที่พัฒนามนุษย์ให้เต็มตามศักยภาพของความเป็นมนุษย์ การศึกษาคือชีวิต ชีวิตคือการศึกษา การศึกษาคือการพัฒนาคุณภาพคนตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ด้วยวิธีการเรียนรู้อันหลากหลาย โดยใช้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ ไม่เฉพาะห้องเรียน การศึกษาเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ ทุกภาคส่วนของสังคมร่วมเปลี่ยนการศึกษาด้วยมรรควิธี หรือมรรควิธีแห่งการศึกษาเปลี่ยนประเทศไทย (ประเวศ วะสี. 2559)

จะเห็นได้ว่า การรณรงค์สร้างกระบวนทัศน์ใหม่ของการศึกษาไทยเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของทุกภาคส่วน และสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้มากพอที่จะร่วมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

สสค.ได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ของเพียร์สัน (Pearson) เกี่ยวกับบทเรียนจากประเทศที่มีระบบการศึกษาดีเด่น เช่น ฟินแลนด์ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ 5 ประการ ได้แก่ 1) ไม่มียาวิเศษในการปฏิรูปการศึกษา ต้องมีการปฏิรูปจริงจังต่อเนื่องหลายปี อย่างมีเป้าหมายเชิงระบบที่ชัดเจน 2) ครูเก่งคือปัจจัยสำคัญ พัฒนาครูให้มีขีดความสามารถในการจัดการเรียนรู้ได้คุณภาพสูง รักษาครูดีให้อยู่ในระบบ ส่งเสริมครูทำงานเป็นมืออาชีพและด้วยจิตสำนึกของครู 3) วัฒนธรรมการศึกษาที่ดี ค่านิยมในสังคมและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อคุณภาพการศึกษาถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ประชาชนให้ความสำคัญกับการศึกษา พ่อแม่คาดหวังสูงต่อคุณภาพการศึกษา 4) ส่วนร่วมของพ่อแม่ ผู้ปกครอง โรงเรียนทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ปกครอง ในการให้ข้อมูลผลการเรียน และสานสร้างความเข้าใจเพื่อให้นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและถูกต้อง 5) จัดการศึกษาเพื่อทักษะที่จำเป็นในปัจจุบันและโลกอนาคต (สุภกร บัวสาย. 2556)

หากเราเรียนรู้บทเรียนของประเทศที่ประสบผลสำเร็จข้างต้นมาพิจารณาวางแนวทางการรณรงค์เคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อสร้างกระบวนทัศน์ใหม่การศึกษาไทย อาจช่วยให้ได้ข้อคิดที่จะกำหนดแนวทางการประยุกต์ใช้ขับเคลื่อนระบบการศึกษาไทย สู่จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาที่ระบุไว้ใน (ร่าง) กรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2574 ก็เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความเป็นพลเมือง (เป็นคนดี มีวินัย เป็นพลเมืองที่ดี และมีคุณภาพของสังคม ประเทศ และของโลก) มีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะในการปฏิบัติงาน และดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข

 

 

 

]]>
“เรื่องการศึกษาในฟินแลนด์ อะไรเป็นปัจจัยให้ฟินแลนด์ยอดเยี่ยม” https://thaissf.org/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5 Wed, 14 Dec 2016 00:21:48 +0000 http://175.41.155.75/?p=2437 วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2559 ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการเปิดตัวหนังสือ Finnish Lessons 2.0 “จะปฏิรูปการศึกษาอย่างไรให้สำเร็จ บทเรียนแนวใหม่จากฟินแลนด์”

ซึ่งมี ปาฐกถานำ โดย Dr. Pasi Sahlberg นักคิดด้านการศึกษาระดับโลก ผู้เขียน Finnish Lessons 2.0

พวกเราทีมงาน เพจ ‘คิดเปลียนเรียนรู้’ ไปเข้าร่วมเรียนรู้และถอดบทเรียนออกมาเป็นเนื้อหาในบทความบทนี้

ย้อนกลับไปเมื่อ10ปีที่แล้ว การศึกษาของประเทศฟินแลนด์เปลี่ยนแปลงไปมาก ในดูแลการศึกษาความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่การเรียนเท่านั้น แต่หมายถึงความร่วมมือของคนฟินแลนด์กับคนทั้งโลก ที่จะส่งองค์ความรู้ส่งต่อไปยังประเทศต่างๆ

หนังสือเล่มนี้ถูกแปลมาแล้ว 27 ภาษา  และวันนี้ Dr. Pasi Sahlberg มาเล่าเรื่องให้ฟัง ถึง

“เรื่องการศึกษาในฟินแลนด์ อะไรเป็นปัจจัยให้ฟินแลนด์ยอดเยี่ยม”

ฟินแลนด์ เป็นที่รู้จักกันในฐานะ ประเทศที่มีผลิตภัณฑ์nokia’

จนกระทั่งเมื่อ ปี 2000 Dr. Pasi ด้เริ่มพัฒนาความร่วมมือกับหลายๆมหาวิทยาลัย จึงได้รู้ถึงข้อกังวลของ ชาวฟินแลนด์  คำวิจารณ์มากมายเกี่ยวกับการศึกษาของฟินแลนด์ การศึกษาที่ประเมินโดยการสอบวัดผลมีคะแนนต่ำลงเรื่อยๆ ในภาคของการศึกษาฟินแลนด์จึงเกิดคำถามว่า

“เราควรจะทำระบบให้เหมือนกับประเทศอื่นๆ หรือสร้างระบบการศึกษาของตัวเองขึ้นมา”

ช่วงเวลาธันวาคมของ ปี2001 ฟินแลนด์จึงเปลี่ยนไปตลอดกาล ซึ่งตอนนั้นเองเราก็กลัวว่าระบบการศึกษาจะไม่ดีอย่างที่คิดไว้

ตามปกติแล้ว ผลของ pisa ก็น่าจะเป็น อังกฤษ นอร์เวย์ อเมริกา แต่กลับกลายเป็นฟินแลนด์ ที่1 ทุกคนก็ถามหาคำอธิบายในเรื่องนี้  ว่าทำไมฟินแลนด์จึงกลายเป็นอันดับ 1 ของ pisa ซึ่งฟินแลนด์เองก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ในตอนนั้น มันน่าตกใจมากที่3ปีถัดมาก็ยังคงเป็นแบบเดิม

ประเทศฟินแลนด์จึงเริ่มคิดว่าควรมีการศึกษาทางเลือก เพราะผลของ Pisa 2001-2003  ที่ผ่านมาสร้างความแปลกใจ และเปลี่ยนวงการศึกษา “เมื่อเป็นแบบนั้น ผมเลยยืนยันกับตัวเองว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นั้นมันใช่ หลายๆคนพยายามคุยกับผมให้เขียนหนังสือเพื่อเล่า ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”  ซึ่งคนในวงการการศึกษามองว่าฟินแลนด์มีการศึกษาที่เป็นตัวของตัวเองมาก

“2 คำถามที่สำคัญมากๆ คือ ทำไมระบบการศึกษาในเอเชียถึงไม่ได้ดีนัก แต่เกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จ หรือเราควรจะตามประเทศแม่อย่าง อย่างอเมริกา และ อังกฤษ หรือเราควรมีต้องมีทางเลือกของตัวเอง  มันเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องคิดมากๆ”

ในปัจจุบันเราให้โรงเรียนแข่งกันเรียนเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆคือ ถ้าคุณจะซื้อทุเรียนแล้วคุณพบว่ามีคนขายทุเรียนแค่คนเดียว คุณก็จำเป็นที่จะต้องซ้ือกับเขา แต่ถ้าคุณมีอีกคน ขายทุเรียนเหมือนกัน คุณก็อาจจะได้ทุเรียนที่ดีกว่าในราคาที่สมเหตุสมผลกว่า ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรสำเร็จด้วยการแข่งขันแบบนี้

ข้อสอบและการประเมิณครู ทำให้โรงเรียนไม่มีอิสระในการจัดการ ไม่ได้หมายถึงแค่การเรียนการสอนเท่านั้น ซึ่งทำให้โรงเรียนส่วนใหญ่ในอังกฤษเลือกที่จะเป็นโรงเรียนเอกชน ที่รัฐไม่สามารถเข้ามาควบคุมได้

อย่างแรกคือทุกคนอาจจะต้องทำความเข้าใจและยอมรับให้ได้ก่อนว่า ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะทำข้อสอบผ่าน แต่นั้นเป็นเพราะว่าเด็กทุกคนมีทักษะการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน มีความถนัดที่ต่างกันเพราะอย่างนั้น เราจึงต้องมีระบบทางเลือกด้วยเช่นกัน

คำเตือน! อย่าลองทำที่บ้าน!!

หลายคนบอกให้ มาเลียนแบบฟินแลนด์กันเถอะ แต่ผมขอบอกว่าอย่าลอง ยกเว้นว่าคุณจะก๊อปปี้ฟินแลนด์ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะประวัติความเป็นมาของประเทศ รวมไปถึงวัฒนธรรมของฟินแลนด์ได้อย่างสมบูรณ์ ผมเขียนเรื่องนี้เพียงเพราะอยากให้ฟินแลนด์เป็นแรงบันดาลใจ และให้ทุกท่านตั้งคำถามกับตัวเอง ทำไมเราถึงทำแบบนี้ แล้วฟินแลนด์ทำแบบนั้นได้

 

ระบบการสอน แบบ แคนดา หรือ ฟินแลนด์ มี 3 อย่างเป็นส่วนสำคัญ

  • การร่วมมือกับครู ชุมชนรอบโรงเรียน และนักเรียน
  • การสร้างความร่วมมือ
  • ความรับผิดชอบกับสิ่งที่เราพยายามสร้าง มาตราฐานความรับผิดชอบ

ครู และ โรงเรียนไม่ควรพึ่งพาระบบส่วนกลางมาก แต่ยังคงทำงานร่วมกัน เราให้ความสำคัญกับความเสมอภาค

EQUITY is Important

  • ความเสมอภาคเป็นเรื่องสำคัญมาก และถ้าจะมีอะไรที่อธิบายได้ นั่นก็คือการที่เราสร้างระบบการศึกษาที่มีความเสมอภาคและโอกาสในการเข้าถึงเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ
  • ต้องมีโรงเรียนสำหรับทุกคน
  • ความเสมอภาคไปด้วยกันอยู่เสมอ คุณจะเห็นได้จาก อเมริกาและอังกฤษที่ไม่มีความเสมอภาคในเรื่องของการศึกษา แต่คุณจะเห็นประเทศอย่าง แคนดา หรือ ญี่ปุ่น ที่มีอันกับที่สูงกว่า ที่แสดงถึงความเสมอภาคเรื่องของการศึกษาด้วยเช่นกัน

มายาคติที่มีต่อฟินแลนด์  

ฟินแลนด์ไม่มีวิชาพื้นฐาน

นั่นไม่จริง ฟินแลนด์ยังมีการเรียนการสอน วิชาพื้นฐานทั้งหมด เพียงแต่ฟินแลนด์ไม่ได้พึ่งพิงตามระบบการเรียนการสอนธรรมดา แต่ทุกโรงเรียนในฟินแลนด์มีโปรเจค ซึ่งจะเป็นสิ่งที่นักเรียนจะได้ทำร่วมกัน เช่น เรื่องอะไรก็ตามที่นักเรียนสนใจ หรือช่วยกันเลือก เช่น gobalwarmming

ว่ากันอย่างง่ายๆคือนักเรียนจะต้องมีส่วนออกแบบ การเรียนรู้ มีส่วนในการเลือกว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ หัวเรื่องอะไร ผลที่คาดหวังเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้นักเรียนต้องทำกับครู และนี่คือการปฏิวัติการเรียนรู้

ฟินแลนด์ไม่มีการบ้าน

ฟินแลนด์มีการบ้าน แต่ไม่ใช่การบ้านที่ไม่มีเหตุผล  ไม่ใช่การทำการบ้าน 2 ชั่วโมงต่อวัน แต่เราจะให้การบ้านที่เชื่อมโยงกับบ้านของเขาเหล่านั้น การบ้านมีหน้าที่แตกต่างกันออกไป

สำหรับเรามีโลกความจริงที่แตกต่างกันไป ซึ่งมันอันตรายมากในเรื่องการแยกแยะความเป็นจริงบนโลกความจริงและอินเตอร์เน็ต โรงเรียนจำเป็นต้องสอนสิ่งนี้ให้แก่นักเรียน คือการแยกแยะข้อเท็จจริง เป็นต้น

 

[5 บทเรียน จาก การศึกษาของฟินแลนด์]

  1. การศึกษาเป็นเรื่องของประชาชน
  2. เรามองเด็กในแง่องค์รวมซึ่ง้ชเด็กมีความสามารถมากมายจึงไม่สามารถจัดอันดับได้แค่ว่าการวัดว่าสอบตกหรือผ่าน ซึ่งเด็อาจจะเก่งใน ศิลปะ หรือ ดนตรี ซึ่งนั้นคือหน้าที่ของโรงเรียนที่จะทำให้ประจักษ
  3. การมองอาชีพครู ครูของเราจบปริญาโท และครูจะต้องทำวิจัยเป็นตัวจบ อาชีพครูของเรา มาจากคนที่อยากเป็นครูและครูเหล่านั้น จะเป็นครูที่สอนเด็กประถม
  4. โรงเรียนต่างๆต้องมีงบประมานและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมแก่เขา สำหรับฟินแลนด์เรามองว่าเมืองไหนที่มีครอบครัวว่างงานเยอะ เราจะจัดให้ห้องเรียนเล็กลงและเพิ่มครูให้เยอะขึ้น และให้ที่ปรึกษาลงไปช่วยเด็ก โดยทุกโรงเรียนจะมีที่ปรึกษาพิเศษประจำโรงเรียน
  5. Vision การให้ความสำคัญของการศึกษา ถ้าเราไม่มีวิสัยทัศที่ชัดเจน เราก็จะไปไหนไม่ได้
]]>
จดหมายข่าว ฉบับเดือนตุลาคม 2558 https://thaissf.org/download/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a5/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7-%25e0%25b8%2589%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a5 Wed, 23 Mar 2016 08:17:47 +0000 http://175.41.155.75/?post_type=wpdmpro&p=2128 หน้าที่ที่จะทำให้เด็กไทยทุกคนเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และสังคม เป็นของเราทุกคน ทุกฝ่าย การจะทำให้เด็กคนหนึ่งมีคุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่ครรภ์มารดา รัฐควรจัดสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมและเพียงพอแก่หญิงตั้งครรภ์ พัฒนาคุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียนอนุบาลให้มีมาตรฐาน รวมทั้งหาแนวทางให้การศึกษานอกระบบโรงเรียนแก่เด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาปกติได้ และบูรณาการการดูแลเด็กร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์

]]>
จดหมายข่าว ฉบับเดือนกันยายน 2558 https://thaissf.org/download/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1-2/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7-%25e0%25b8%2589%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1-2 Wed, 23 Mar 2016 07:13:00 +0000 http://175.41.155.75/?post_type=wpdmpro&p=2116 ขณะนี้การศึกษาของเราทั้งหมดเป็นการสร้างทุกขภาวะ สร้างความทุกข์ทั้งแผ่นดิน สร้างความทุกข์ให้ผู้เรียน สร้างความทุกข์ให้ผู้ปกครอง และสร้างความทุกข์ให้ครู ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะการศึกษาที่ดีควรจะเป็นการสร้างความสุข แต่เรากลับทำให้เป็นการศึกษาที่สร้างความทุกข์ เพราะสิ่งที่เราทำกันมาร้อยกว่าปี เป็นการศึกษาด้วยการท่องหนังสือ คือเอาวิชาเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เราแยกส่วนว่าชีวิตก็อย่างหนึ่ง การศึกษาก็อีกอย่างหนึ่ง

การศึกษาที่ดีต้องเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง แล้วชีวิตคนต้องมีความสุข ชีวิตเราเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง เราก็ต้องไปเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ ไม่ใช่ไปท่องวิชาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับชีวิต อะไรที่เป็นความสุขเราก็ต้องไปเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ ยิ่งเราเป็นเมืองพุทธ ทางพุทธศาสนาถือว่าความทุกข์เกิดจากความไม่รู้ หรือ อวิชชา ซึ่งการศึกษาควรจะทำให้เกิดการรู้ หรือ วิชชา ซึ่งจะทำให้คนเกิดความสุข

ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี

]]>
จดหมายข่าว “ทางเลือกของการเรียนรู้” https://thaissf.org/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7-%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587 Thu, 14 Jul 2016 09:06:47 +0000 http://175.41.155.75/?p=2230 แท้จริงแล้วการศึกษาทางเลือกย่อมไม่มีข้อจำกัดไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง แต่ต้องเป็นกระบวนการบูรณาการทั้งจากพ่อแม่ ครอบครัว และสังคม บทบาทของพ่อแม่ต้องไม่ใช่ผู้ออกคำสั่ง แต่ต้องเป็นผู้คอยช่วยเหลือชี้แนะในเรื่องต่างๆได้ พ่อแม่มีส่วนในการออกแบบชีวิตของเด็กได้ แต่ต้องไม่ใช่เผด็จการในชีวิตทั้งหมดของเด็ก

ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน

]]>
หนังสือ การศึกษาเปลี่ยนประเทศไทย ประเทศไทยเปลี่ยนการศึกษา https://thaissf.org/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2-2/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad-%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a2-2 Fri, 18 Mar 2016 07:00:23 +0000 http://175.41.155.75/?p=2089 “การศึกษาเปลี่ยนประเทศไทย-ประเทศไทยเปลี่ยนการศึกษา”

ที่สำคัญคือ เปลี่ยนการศึกษาที่เป็น ภาระ (load) ทางเศรษฐกิจของประเทศให้เป็น พลัง (energy) ทางเศรษฐกิจ อาจจะเรียกว่าเปลี่ยนจากการตั้งรับเป็นรุก เปลี่ยนจากการที่คนไทยหงอยเหงาเศร้าซึม ทำอะไรไม่เป็น ยากจน เป็นคนไทยที่กัมมันตะ (active) มีชีวิตชีวา ขยันขันแข็ง ทำงานเป็น สร้างรายได้ เรียนรู้จากการทำงาน มีรายได้ หายยากจน

ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี

]]>
หนังสือ ระบบปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อการเรียนรู้ที่ดีของคนทั้งมวล (GOOD LEARNING FOR ALL) https://thaissf.org/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80-2/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad-%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%258f%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580-2 Fri, 18 Mar 2016 07:02:50 +0000 http://175.41.155.75/?p=2091 การเรียนรู้ที่ดีเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดของมนุษย์ ที่สามารถสร้างคนให้ทำเป็น คิดเป็น และบรรลุความจริง ความดี ความงาม และความสุขได้ เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ที่ทำให้ประเทศเคลื่อนไปสู่ความอยู่เย็นเป็นสุข จึงควรมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีสำหรับคนทั้งมวล หรือ Good Learning for All (GLA) ตั้งแต่ในครอบครัว เด็กปฐมวัย นักเรียนในโรงเรียน การศึกษาในมหาวิทยาลัยทั้งหมด การเรียนรู้ในชุมชน ในองค์กร และในสังคม รวมทั้งการศึกษาของพระสงฆ์ โดยออกแบบระบบซึ่งมีองค์ประกอบครบ ที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีของคนทั้งมวลไปได้อย่างต่อเนื่อง

ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี

]]>
จดหมายข่าว “KICK OFF การปฏิรูปการเรียนรู้” https://thaissf.org/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7-%25e0%25b8%2589%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599 Wed, 23 Mar 2016 07:18:18 +0000 http://175.41.155.75/?p=2118 ขณะนี้การศึกษาของเราทั้งหมดเป็นการสร้างทุกขภาวะ สร้างความทุกข์ทั้งแผ่นดิน สร้างความทุกข์ให้ผู้เรียน สร้างความทุกข์ให้ผู้ปกครอง และสร้างความทุกข์ให้ครู ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะการศึกษาที่ดีควรจะเป็นการสร้างความสุข แต่เรากลับทำให้เป็นการศึกษาที่สร้างความทุกข์ เพราะสิ่งที่เราทำกันมาร้อยกว่าปี เป็นการศึกษาด้วยการท่องหนังสือ คือเอาวิชาเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เราแยกส่วนว่าชีวิตก็อย่างหนึ่ง การศึกษาก็อีกอย่างหนึ่ง

การศึกษาที่ดีต้องเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง แล้วชีวิตคนต้องมีความสุข ชีวิตเราเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง เราก็ต้องไปเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ ไม่ใช่ไปท่องวิชาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับชีวิต อะไรที่เป็นความสุขเราก็ต้องไปเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ ยิ่งเราเป็นเมืองพุทธ ทางพุทธศาสนาถือว่าความทุกข์เกิดจากความไม่รู้ หรือ อวิชชา ซึ่งการศึกษาควรจะทำให้เกิดการรู้ หรือ วิชชา ซึ่งจะทำให้คนเกิดความสุข

ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี

]]>
จดหมายข่าว “ปฏิรูปเด็กปฐมวัย เปลี่ยนอนาคตประเทศไทย” https://thaissf.org/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a5/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7-%25e0%25b8%2589%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a5 Wed, 23 Mar 2016 08:32:20 +0000 http://175.41.155.75/?p=2131 หน้าที่ที่จะทำให้เด็กไทยทุกคนเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และสังคม เป็นของเราทุกคน ทุกฝ่าย การจะทำให้เด็กคนหนึ่งมีคุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่ครรภ์มารดา รัฐควรจัดสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมและเพียงพอแก่หญิงตั้งครรภ์ พัฒนาคุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียนอนุบาลให้มีมาตรฐาน รวมทั้งหาแนวทางให้การศึกษานอกระบบโรงเรียนแก่เด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาปกติได้ และบูรณาการการดูแลเด็กร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์

]]>