ตัวชี้วัด – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:16:23 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png ตัวชี้วัด – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 การศึกษาและพัฒนาเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา (4) บทนำ https://thaissf.org/er053-2/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=er053-2 Thu, 04 Sep 2014 01:43:09 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/09/04/er053-2/ องค์การที่ได้นำเทคนิคในเรื่องจิตวิญญาณมาใช้เป็นพื้นฐานในการทำงาน จะมีการพัฒนาผลผลิตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Colin, 1999 อ้างถึงใน Robbins, 2005) และยังพบว่า องค์การที่ให้บุคลากรหรือพนักงานมีโอกาสพัฒนาจิตวิญญาณจะมีผลการปฏิบัติงานที่ดีกว่าองค์การที่พนักงานไม่มีโอกาส (Nech and Milliman, 1994 อ้างถึงใน Robbins, 2005) จิตวิญญาณในการทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเพิ่มพลังอำนาจ (Empowerment) (Lee, 1991) และมีความสัมพันธ์ทางลบกับการตั้งใจลาออกของพนักงาน (Moore and Casper ,2005) และยังมีความสัมพันธ์กับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความพึงพอใจของพนักงาน ผลการปฏิบัติงานของทีม และความผูกพันต่อองค์การ (รัตติกรณ์ จงวิศาล, 2551)

สุขภาวะทางจิตวิญญาณ (Spiritual health) เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญที่คาดว่ามีบทบาทในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพและระบบการศึกษา เพื่อสุขภาวะที่ดีอย่างเป็นองค์รวมทั้งสุขภาวะทางกาย ทางจิต และทางสังคมของบุคคล ช่วยลดความตึงเครียดและสร้างความสุขให้แก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในระบบสุขภาพและระบบการศึกษา (มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์, 2552) ซึ่งมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานหนึ่งที่เห็นถึงความสำคัญของสุขภาวะทางจิตวิญญาณของบุคลากร และได้มีแผนการดำเนินงานในส่วนของการพัฒนาสุขภาวะทางจิตวิญญาณอย่างกว้างขวางทั้งในระดับสถาบัน องค์การ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลระดับต่างๆ ศูนย์สุขภาพชุมชน และสถานีอนามัย รวมทั้งสถาบันหรือองค์การที่ไม่ได้ทำงานกับระบบสุขภาพโดยตรง หรือมูลนิธิต่างๆ โดยมีเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุข ทุ่มเทกำลังกายและใจเพื่อการปฏิบัติงานได้อย่างเต็มกำลัง และเกิดสุขภาวะทางจิตวิญญาณทั้งของผู้ให้บริการและผู้รับบริการในระบบสุขภาพ รวมถึงบุคลากรในระบบการศึกษา ซึ่งในการพัฒนาสุขภาวะทางจิตวิญญาณ หากมีการศึกษาและพัฒนาเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดการพัฒนาสุขภาวะทางจิตวิญญาณที่เหมาะสมและเป็นมาตรฐานแล้ว จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ควบคู่กับแนวทางในการเสริมสร้างและพัฒนาสุขภาวะทางจิตวิญญาณได้อย่างมีประสิทธิผล

จากการทบทวนเอกสาร บทความ แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง คณะผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาและพัฒนาเครื่องมือในการประเมินและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนาของบุคลากรในระบบสุขภาพและระบบการศึกษา เพื่อจะนำเครื่องมือและตัวชี้วัดที่ได้ไปใช้ในการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา และเป็นแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาสุขภาวะทางจิตวิญญาณของบุคลากรทั้งผู้ให้และผู้รับบริการในระบบสุขภาพ ระบบการศึกษาและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อทบทวนเอกสาร บทความ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ

2. เพื่อพัฒนาเครื่องมือวัดและตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนาของบุคลากรในระบบสุขภาพและระบบการศึกษา

3. เพื่อจัดทำคู่มือการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนาของบุคลากรในระบบสุขภาพและระบบการศึกษา

ขอบเขตการศึกษา

การศึกษาครั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตของการศึกษาและพัฒนาเครื่องมือสุขภาวะทางจิตวิญญาณของผู้ปฏิบัติงานและบุคลากร โดยมีการศึกษา 7 ขั้นตอน ดังนี้

1. การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณในการทำงาน และขั้นตอนหรือกระบวนการพัฒนาจิตวิญญาณ จากเอกสารทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย แนวคิด ทฤษฎี เครื่องมือวัด การพัฒนา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

2. สังเคราะห์และสรุปความหมาย องค์ประกอบ แนวทางในการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา (ผลจากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง)

3. ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) โดยผู้ทรงคุณวุฒิ พิจารณาทั้งความหมาย องค์ประกอบ และแนวทางการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา

4. ปรับปรุงแก้ไข ความหมาย องค์ประกอบ และแนวทางการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา หลังจากนั้นจัดทำร่างเครื่องมือประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา จากการทบทวนวรรณกรรมและจากผู้ทรงคุณวุฒิ

5. เก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 855 ตัวอย่าง ประกอบด้วย กลุ่มตัวอย่างในระบบสุขภาพ ซึ่งเป็นบุคลากรด้านสาธารณสุขจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ จำนวน 471 ตัวอย่าง และในระบบการศึกษา ซึ่งเป็นบุคลากรด้านการศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 384 ตัวอย่าง

6. นำข้อมูลที่ได้จากการทดลองใช้เครื่องมือวัด นำมาวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis) เพื่อหาองค์ประกอบของจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา

7. หาคุณภาพเครื่องมือวัดจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา โดย

– ค่าอำนาจจำแนกรายข้อ โดยใช้การวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์คะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Item-total correlation)

– ค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือวัด (Reliability) โดยการหาค่าความเชื่อมั่นแบบความสอดคล้องภายใน (Internal consistency) ด้วยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค (Cronbach’s alpha coefficiency)

ผลการดำเนินงาน

ก. ผลที่ได้ตามตัวชี้วัด/เป้าหมายของโครงการ

1. ได้เอกสารการทบทวนบทความ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะทางจิตวิญญาณตัวชี้วัดสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ

2. ได้ตัวชี้วัดสำหรับการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนาของบุคลากรในระบบสุขภาพและระบบการศึกษา

3. ได้เครื่องมือวัดสำหรับการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนาของบุคลากรในระบบสุขภาพและระบบการศึกษา

4. ได้คู่มือการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนาของบุคลากรในระบบสุขภาพและระบบการศึกษา

ข. ผลอื่นที่ได้นอกเหนือจากเป้าหมาย/ที่คาดการณ์ไว้

1. ได้เกณฑ์ปกติ (Norms) ที่แสดงค่าคะแนนแต่ละค่าของแต่ละองค์ประกอบและรวมทุกองค์ประกอบของแบบวัดสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ความถี่ อันดับเปอร์เซ็นไทล์ (Percentile Rank) และคะแนนมาตรฐานที (Standardized T-Score)

2. ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่างมากกว่าที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ จากจำนวน 500 ตัวอย่าง เป็น 855 ตัวอย่าง

3. ได้แบบบันทึกชุดคะแนนสุขภาวะทางจิตวิญญาณแต่ละด้าน (Spiritual health profile) รวมทั้งกราฟที่แสดงคะแนนแต่ละองค์ประกอบ ทั้งกราฟที่แสดงเป็นค่าคะแนน มาตรฐานที เพื่อให้ผู้ประเมินเห็นภาพชัดเจนว่าสุขภาวะทางจิตวิญญาณของตนนั้นด้านใดที่น้อย ด้านใดที่มาก และกราฟที่แสดงคะแนนดิบที่รวมจากคะแนนแต่ละข้อและช่วงคะแนนปกติ เพื่อให้ผู้ประเมินสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าคะแนนในแต่ละด้านของตนนั้นอยู่ในช่วงคะแนนปกติหรือไม่ และแบบบันทึกชุดคะแนนพร้อมทั้งตัวอย่างการบันทึก

]]>
การศึกษาและพัฒนาเครื่องมือประเมินและตัวชี้วัดสุขภาวะทางจิตวิญญาณเพื่อการพัฒนา (3) บทคัดย่อ https://thaissf.org/er052/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=er052 Sun, 31 Aug 2014 07:40:08 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/08/31/er052/ กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เมตตากรุณา มีเป้าหมายและพอเพียง ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ อ่อนน้อมถ่อมตน ให้อภัย และมีความเป็นมิตร แบบวัดที่ได้มีค่าความเชื่อมั่น และมีอำนาจจำแนกอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ผลจากการพัฒนาในครั้งนี้คณะผู้วิจัยสามารถสร้างคู่มือการประเมินสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ซึ่งประกอบไปด้วยการประเมิน 3 ส่วนได้แก่แบบวัดสุขภาวะทางจิตวิญญาณ แบบสอบถามปลายเปิด และการประเมินโดยใช้กรณีศึกษา ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือประเมินเพื่อการพัฒนาสุขภาวะทางจิตวิญญาณและได้นำคะแนนมาสร้างเกณฑ์ปกติจากกลุ่มตัวอย่างที่อยู่ในระบบสุขภาพและระบบการศึกษา

คำสำคัญ: สุขภาวะทางจิตวิญญาณ, การประเมิน, ตัวชี้วัด

Abstract

This study was aimed to review the previous literatures on spiritual health, to develop the instrument to assess spiritual health, and to construct the spiritual health assessment manual for the personnel in health care and educational settings.

The researchers developed the initial 18-dimensionional spiritual health and the scenario questions for case study instrument based on the results of literature reviews. The content validity of the instrument was examined by the panel of 13 expertise scholars. The improved instrument was used to collect the empirical data from the sample of 855 subjects. Seven dimensions as spiritual health indicators emerged from the exploratory factor analysis of the spiritual health scale and those dimensions were named moral courage, loving-kindness and compassion, goal and sufficiency, humanism, humility, forgiveness, and friendliness. The developed scale showed good psychometric properties with high item discrimination power and reliability. The final spiritual health instrument included thirty-four items, the two open-ended questionnaires capturing positive emotions experience and meaningfulness of life goal, and the scenario question for case study. The benefits of the instrument foster both the academics and practitioners in both health care and educational settings to develop and improve their spiritual health by comparing their spiritual health scores with the norm scores from the norm sample.

Keywords: Spiritual health, Assessment, Indicators

]]>