ความเสมอภาค – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:16:24 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png ความเสมอภาค – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” (12) https://thaissf.org/er043/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=er043 Tue, 19 Aug 2014 08:16:01 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/08/19/er043/ เราได้เป็นผู้ให้ ผู้ช่วยเหลือ ได้ช่วยเหลือทุกคน นักเรียนเกิดความเสมอภาค …ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน ดิฉันจะพยายามทำเป็นแบบที่ดีให้กับลูกๆ และก็สอนด้วยค่ะ เพราะว่าบางครั้งเด็กก็ต้องการชี้แนะเหมือนกันทำไมครูต้องทำแบบนี้ ทำไมครูต้องแต่งตัวแบบนี้ ทำไมครูจึงพูดไพเราะ เราต้องสอนเค้าด้วย เพราะเค้าเหมือนผ้าขาวที่เราจะต้องป้อนเค้า ให้ในสิ่งที่ถูกต้องแก่เค้า เพราะว่าเด็กก็ต้องมีทั้งความดีเติบโตไปพร้อมๆ กับความรู้ที่เค้าจะต้องนำไปเป็นอาวุธในการต่อสู้ในการดำรงชีวิตต่อไป…

ข้อมูลเหล่านี้บอกอะไรได้ แม้ว่ามีส่วนหนึ่งที่แสดงถึงความใส่ใจในความเสมอภาคหรือความเป็นธรรม ดังพบในข้อมูลส่วนแรงผลักดันสู่ความเป็นครู แต่ข้อมูลส่วนใหญ่แสดงถึงรูปแบบของการเป็น “ผู้ให้-ผู้รับ” ในความหมายของ “พ่อ(หรือแม่)-ลูก” การมุ่งมอบโอกาสตามสิทธิที่เด็กพึงได้รับ การมุ่งสร้างความเป็นธรรม ดูจะมีนัยเกี่ยวกับความเคารพในความเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิขั้นพื้นฐานบางอย่าง แต่เมื่อพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ร่วมด้วย เห็นได้ว่านัยนี้ดูจะถูกบดบังไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการให้ความสำคัญแก่ความกตัญญูอันเป็นหน้าที่ในการทดแทนคุณ แสดงถึงมิติของการเป็น “ผู้ให้” มากกว่า “ผู้เคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน”

หากเรายังทำความเข้าใจ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” โดยอาศัยกรอบแนวคิดเรื่องอัตตาณัติอยู่ รูปแบบที่ใช้น่าจะเป็น “ผู้ใหญ่ตัวน้อย” คือ มองว่าเด็กเป็นผู้ที่ครูจะต้องช่วยพัฒนาอัตตาณัติ ดังนั้น จึงต้องปฏิบัติกับเด็กราวกับว่าเป็นผู้ใหญ่อีกคน มุมมองนี้ไม่ไปด้วยกันกับการมองเด็กเป็น “ผู้รับที่ต้องตอบแทน”

ในเมื่อข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็ดูจะยืนยันว่ามีการให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็ก ข้อนี้ก็แสดงถึงความจำเป็นที่จะต้องตอบคำถามว่าแนวคิด “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แบบไทย” นั้นมีได้หรือไม่ หรือมีในลักษณะใด “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” กับ “คุณค่าของบุคคล” อันเนื่องมาจากผลงานหรือการกระทำบางอย่าง (เช่น กตัญญู) ถือเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ หรืออีกนัยหนึ่ง ครูไทยเข้าใจแนวคิดเรื่อง “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” นี้ว่าอย่างไร

ข้อนี้มีความสำคัญในอีกทางหนึ่งด้วย เนื่องจากการวิเคราะห์ในหัวข้อที่มาก่อนแสดงว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” กับ “อัตตาณัติ” มีความเกี่ยวพันกันแนบแน่น และ “จิตวิญญาณ” (แบบอัตถิภาวะ) ก็มีฐานคติเรื่อง “อัตตาณัติ” (หรือ “เสรีนิยม”) แอบแฝงอยู่ แต่สำหรับบริบทไทย แนวคิดทั้งสาม ได้แก่ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” “อัตตาณัติ” และ “จิตวิญญาณ” มีความเกี่ยวพันกันแนบแน่นหรือไม่

นัยของคำถามจะเห็นได้ชัดขึ้นหากพิจารณาเห็นว่าภายในกรอบแนวคิดเรื่องอัตตาณัติ การพัฒนาจิตวิญญาณนั้น แอบแฝงเป็นส่วนหนึ่งของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เนื่องจากการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คือการไม่ขัดขวางและส่งเสริมสมรรถนะด้านอัตตาณัติ และในบริบทการศึกษาก็รวมความถึงการไม่ขัดขวางและส่งเสริมปัจจัยอันส่งเสริมอัตตาณัติ และแก่นแกนของอัตตาณัติก็คือการตัดสินใจเลือก การเลือกที่สำคัญที่สุดและมีนัยต่อชีวิตทั้งมวลของบุคคลก็คือการเลือกเป้าหมายชีวิตในความหมายที่ลึก คือในความหมายของการเลือกให้ความหมายแก่ชีวิต อย่างไรก็ตาม การจัดการศึกษาไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือตะวันตก โดยทั่วไปมุ่งเน้นตรงปัจจัยอันส่งเสริมอัตตาณัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณธรรม ในส่วนการพัฒนาสมรรนะการตัดสินใจเลือกก็มิได้มีมาก ส่วนใหญ่ก็จะแฝงอยู่กับการพัฒนาสมรรถนะทางสติปัญญาและการให้ข้อมูลความรู้ผ่านทางการฝึกฝนด้านวิชาการ

]]>
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” (10) https://thaissf.org/er041/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=er041 Mon, 18 Aug 2014 10:13:11 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/08/18/er041/ ไม่เคารพสิทธิ ความเท่าเทียม สอดคล้องกับข้อความต่อไปนี้

…แต่พอเข้าไปปุ๊บ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ซึ่งเห็นแล้วพวกนี้ สภาพมันไม่เหมือนโรงเรียนอื่นอ่ะ เอ๊ะ เราไปสอบก็เราก็นึกว่าเหมือนโรงเรียนทั่วไป ไปกลับเนี่ยเจอ 24 ชั่วโมง ไปเจอปัญหาเด็ก ความสงสารมันขึ้นอ่ะ ไปขึ้นตรงนั้น …ด้วยว่าความที่ก็เกิดความเมตตาแล้วก็ความเสียสละ แล้วก็มองเรื่องความเป็นธรรมความเสมอภาคของคนในสังคม ก็มองเลยว่า เออ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งนะที่เสียโอกาสมากเลย แล้วก็กลไกการปกครองของประเทศมันถูกผู้ที่มีอำนาจกว่า เจริญกว่า มีการศึกษากว่า จะได้เปรียบทุกอย่างเลยไง แล้วคนกลุ่มนี้จะต้องเสียเปรียบทางสังคม…ไอที่ผมเป็นครูเข้ามานะครับ ผมก็เลยคิดว่าการศึกษานี่เป็นกลไก เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนกลุ่มด้อยโอกาสนั้นน่าจะเป็นพลิกชีวิตเปลี่ยนโอกาสขึ้นมานะครับ…

ทั้งนี้ มีอีกข้อความหนึ่งให้พิจารณา

…เราก็เน้นเสมอเด็กต่างชาติที่อยู่เราต้องรักในหลวง ต้องรักประเทศไทย เราสอนเรื่องประวัติศาสตร์ยากมากเรื่องไทยกับพม่ารบกัน คิดแล้วคิดอีกว่าจะเป็นแง่ลบ แง่บวกกันแน่เพราว่าต้องมีทั้งเด็กพม่า เด็กไทยอยู่ปนกัน ก็เน้นบอกว่าต้องรักประเทศไทย รักในหลวง…

ข้อนี้มีประเด็นคล้ายกับเรื่องการวัดผล คือ มีเงื่อนไขบางอย่างในตัวระบบการศึกษาเองที่ทำให้เกิดคำถามต่างๆ ในยามที่พิจารณาเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเพื่อให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ กล่าวคือ การศึกษาเองกลายเป็น “สิทธิ(มนุษยชน)ขั้นพื้นฐาน” เป็นเรื่องความเป็นธรรมในสังคมที่มนุษย์ทุกคนควรจะได้ หรือแม้แต่กระทั่งเป็นกลไกในการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ปัจเจกบุคคลและสังคม อีกประการหนึ่งคือการศึกษามีหน้าที่ในการสืบทอดอุดมการณ์บางอย่าง ข้อนี้จึงเกิดคำถามว่าแนวคิดเรื่องสิทธิ ความเจริญก้าวหน้าและอุดมการณ์ดังกล่าวอาจนำสู่การกดทับความเป็นตัวตนเฉพาะวัฒนธรรมหรือไม่ ประเด็นนี้สำคัญ ดังกล่าวแล้วว่าตัวตนทางวัฒนธรรมกินความถึงความมีความหมายของโลกและชีวิตทั้งปวง ซึ่งหมายความว่ามีฐานะเป็นแหล่งของสุขภาวะทางจิตวิญญาณเลยทีเดียว

4.2 จิตวิญญาณและจิตวิญญาณความเป็นครู

ข้อสังเกตประการหนึ่งเกี่ยวกับข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงการศึกษาก็คือเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระบบสุขภาพแล้ว แม้จะมีภาพของการเปลี่ยนแปลงตนเองและการต่อสู้กับความขัดแย้งภายใน (ดูตัวอย่างการต่อสู้กับความกดดันทางอารมณ์ในเรื่อง “จิตนิ่ง” ข้างล่าง) แต่ก็มีน้อยกว่า และบางครั้งดูเหมือนกับว่าผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมีลักษณะคงที่ เหมือนกับผ่านการหล่อหลอมหรือผ่านการตกผลึกมาแล้ว ข้อนี้ทำให้การสังเคราะห์ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการทางจิตวิญญาณของผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ การสังเคราะห์ความรู้เกี่ยวกับจิตวิญญาณก็เป็นไปได้ไม่ง่ายนักเช่นกัน เนื่องจากสังเกตได้ว่าผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดูจะเห็นว่า “จิตวิญญาณ” และ “จิตวิญญาณความเป็นครู” เป็นเรื่องเดียวกัน แม้ในส่วนกระบวนกรเอง ก็ดูจะมิได้ให้ความสำคัญกับแง่มุมความหมายของคำว่า “จิตวิญญาณ” มากนัก สังเกตได้จากการที่กระบวนการให้ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทำกิจกรรมดังนี้

…จะให้อาจารย์ทบทวนพลังทั้งหมดที่เรามี 8 ด้านด้วย อาจารย์ดูแลตัวเองและเติมตัวเองในด้านไหนบ้าง ด้านร่างกาย การกินอาหาร การนอนหลับ การพักผ่อน ด้านอารมณ์ ว่าเราได้เติมพลังตัวเองในด้านอารมณ์อะไรบ้าง หรือว่าด้านจิตวิญญาณ ไปทำบุญตักบาตร หรือทางด้านปฏิสัมพันธ์ ด้านบริบทด้านปัญญา ด้านสารอาหาร…

สังเกตได้ว่ามีการแยกระหว่าง “จิตวิญญาณ” และ “ปัญญา” แม้ว่าจะมีการถกเถียงเกี่ยวกับ “จิตวิญญาณ” และ “จิตปัญญา” นอกจากนี้ ยังนิยาม “จิตวิญญาณ” เป็นเรื่องทางศาสนาเป็นหลัก

ข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แสดงถึง “จุดเปลี่ยน” ที่ทำให้บุคคลมี “จิตวิญญาณความเป็นครู” ดังนี้

…เมื่อก่อนนี้ผมไม่อยากเป็นครูนะ เพราะสมัยก่อนที่ตอนเรียนจบใหม่ๆ เพลง ตชด. ขอร้องกำลังดังอยากเป็นตำรวจชายแดนมาก ไม่รู้ว่ามนต์ภาคเหนือที่ว่ามีดอยมีอะไร แต่พอได้มาเป็นครูจริงๆ เห็นเด็กด้อยโอกาส เห็นอะไรมากก็เลย จากวันนั้นมา 35 ปี ไม่เคยคิดเปลี่ยนใจเลย เพราะว่ารักเด็กมากจนไม่อยากเข้าไปอยู่ในเมือง…ช่วงนั้นผมเข้าไปทดสอบดูปรากฏว่าเด็ก ม. 6 หา ห ร ม. ค ร น. ไม่เป็นผล เลยคิดว่ามันยิ่งทำให้ผมเอาใจใส่ประถมมากขึ้น…

]]>