ของเล่น – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:17:54 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png ของเล่น – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 การเล่นกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Free Play) ตอนที่ 3 https://thaissf.org/cd024/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=cd024 Sun, 20 Jul 2014 09:56:56 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/07/20/cd024/ “แม่ชอบจังที่….” หรือ “พ่อภูมิใจมากเลยที่….” เป็นต้น

– กระตุ้นให้เด็กแก้ไขปัญหาเอง

การที่พ่อแม่คอยช่วยมากไปหรือเร็วไป ทำให้ลูกไม่รู้จักแก้ไขปัญหาเอง เมื่อประสบปัญหาลูกเลยไม่รู้จักคิด คอยแต่จะให้พ่อแม่แก้ปัญหาให้ หรือลูกอาจรู้สึกแย่ คิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถก็เป็นได้

ขณะเล่นควรกระตุ้นให้ลูกคิดแก้ปัญหาเอง หากลูกจนมุม พ่อแม่อาจคอยช่วยแก้อ้อม ๆ หรือช่วยบางส่วน แต่ไม่ใช่ทำให้ทั้งหมด พยายามให้ลูกรู้สึกว่าเขาทำสำเร็จได้ด้วยตนเองและชื่นชมประกอบไปด้วย

– ให้ความสนใจต่อการเล่น

เป็นไปไม่ได้ที่พ่อแม่จะอยู่เล่นกับลูกตลอดเวลา ลูกต้องมีเวลาเล่นตามลำพังบ้าง แต่พ่อแม่ควรให้ความสนใจเป็นระยะ ๆ หลายครอบครัวให้ความสนใจกับลูกเฉพาะเวลาเกิดปัญหา เช่น ลูกแย่งของเล่นกัน ทะเลาะกัน หรือส่งเสียงดัง พ่อแม่ก็จะตะโกนดุหรือเข้ามาจัดการ นั่นคือการให้ความสนใจเชิงลบ ซึ่งถือเป็นแรงเสริมให้เกิดพฤติกรรมนั้นซ้ำอีก สำหรับเด็กแล้วหากไม่ได้รับความสนใจเชิงบวก ซึ่งหมายถึงคำชมหรือการแสดงท่าทางชื่นชม การได้ความสนใจเชิงลบยังดีกว่าการไม่ได้ความสนใจใด ๆ เลย และนั่นก็คือต้นตอของการเกิดพฤติกรรมเกเรอย่างหนึ่ง ดังนั้นพ่อแม่ควรเข้ามาพูดคุยหรือชื่นชมเด็กเป็นระยะในพฤติกรรมหรือทักษะที่เด็กทำอย่างเหมาะสม

– สนับสนุนการเล่นสมมติและจินตนาการ

เด็กเริ่มเล่นจินตนาการตั้งแต่อายุ 18 เดือน และจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนวัยประถมต้น จากนั้นอาจค่อย ๆ ลดน้อยลง การเล่นจินตนาการเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเด็ก เพราะจะนำไปสู่การพัฒนาความคิด อารมณ์ และสังคม

การเล่นจินตนาการ จะช่วยให้เด็กมีความคิดที่หลากหลายไม่จำกัด

การเล่นบทบาทสมมติ จะช่วยให้เด็กเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น

พ่อแม่ควรสนับสนุนการเล่นผ่านเครื่องเล่นที่เป็นชุด ๆ เช่น ชุดเครื่องครัว ชุดเครื่องมือแพทย์ ชุดก่อสร้าง ชุดไม้บล็อก เป็นต้น นอกจากนี้การเล่นหุ่นเชิดและการมีโอกาสแต่งตัวเป็นสัตว์หรือตัวละครต่าง ๆ ก็จะช่วยเสริมจินตนาการของเด็กได้มากเช่นกัน

– หลีกเลี่ยงการแข่งขัน

พ่อแม่หลายคนอาจถือโอกาสเล่นเกมแข่งขัน เพื่อสอนกฎกติกาต่าง ๆ สำหรับเด็กอนุบาล กฎ กติกาเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ หรือแม้แต่เด็กประถมต้นเองก็ตาม แม้เด็กจะเข้าใจกฎแต่ถ้าเล่นกันจริง ๆ เด็กก็มักเป็นฝ่ายแพ้ ซึ่งนำไปสู่ความรู้สึกว่าตนเองไม่เก่ง ตนเองไม่มีความสามารถพอ พ่อแม่อาจตระหนักถึงประเด็นนี้ จึงอาจแกล้งทำเป็นแพ้บ้าง แต่หากทำบ่อย ๆ เข้า ลูกก็จะรู้และจะยิ่งรู้สึกไม่ดีทั้งต่อพ่อแม่และตนเองมากขึ้น

ดังนั้น พ่อแม่จึงควรหลีกเลี่ยงเกมหรือการเล่นที่เป็นไปในลักษณะการแข่งขัน หากเล่นเกมหรือกีฬาควรปรับเป้าหมายการเล่นให้เน้นที่ได้สนุกด้วยกัน หรือเลือกที่จะให้ความสำคัญในจุดอื่น เช่น พ่อลูกเตะฟุตบอลกัน พ่อควรเน้นความสำคัญที่ได้สนุกร่วมกัน หรือให้คำชมต่อทักษะบางอย่างที่ลูกทำได้ดีขึ้น เช่น ลูกโหม่งลูกบอลได้ดีขึ้น ลูกรู้จักเล่นเป็นทีมโดยรู้จักส่งบอลให้คนอื่นแล้ว เป็นต้น

– สนุกกับการเล่น

ขณะเล่นกับลูกพ่อแม่ควรผ่อนคลาย มีอารมณ์แจ่มใส ทำใจให้สนุก และรู้จักแลกเปลี่ยนทางอารมณ์กับลูก การแลกเปลี่ยนโดยทั่วไปมักเป็นไปตามธรรมชาติอยู่แล้ว นั่นคือเมื่อลูกหัวเราะ พ่อแม่หัวเราะตาม เมื่อลูกแก้ปัญหาได้ พ่อแม่สบตาชมลูกพร้อมทั้งยิ้มอย่างภาคภูมิใจไปกับเขาด้วย การใส่ใจที่จะแลกเปลี่ยนทางอารมณ์กันนี้ นอกจากจะทำให้บรรยากาศการเล่นสนุกขึ้นแล้ว ยังนับเป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมของเด็กอีกด้วย

เป็นที่ทราบกันมานานว่า “การเล่นเป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเด็ก” แต่จากงานวิจัยในปัจจุบันทำให้ทราบมากขึ้นว่า การเล่นไม่ใช่เป็นวิธีการเรียนรู้เท่านั้น แต่การเล่นช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนพื้นฐานของโครงสร้างและการทำงานของสมอง การเล่นช่วยปรับในระดับอารมณ์ พฤติกรรม ตลอดจนบุคลิกภาพของคน ๆ นั้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู ตลอดจนชุมชน สังคม ประเทศชาติ ควรต้องหันกลับมาสนใจเรื่องการเล่นของเด็กและสนับสนุนอย่างจริงจังต่อไป

]]>
การเล่นกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Free Play) ตอนที่ 2 https://thaissf.org/cd023/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=cd023 Wed, 16 Jul 2014 15:19:45 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/07/16/cd023/ พ่อแม่สามารถสนับสนุนให้ลูกเล่น โดยการจัดเตรียมของเล่นที่เหมาะสมกับวัย ของเล่นควรเป็นของเล่นที่เอื้ออำนวยให้เด็กได้ใช้จินตนาการมีลักษณะปลายเปิด เช่น ไม้บล็อก ตัวต่อ ชุดเครื่องครัว ชุดก่อสร้าง ชุดสัตว์ หรือของเล่นที่เป็นชุดต่าง ๆ

เด็กในแต่ละวัยสามารถเล่นอย่างอิสระได้ตามลำพัง แต่เด็กมักต้องการให้พ่อแม่เล่นและแสดงความสนใจร่วมด้วย ยิ่งอายุน้อย เด็กจะยิ่งต้องการให้พ่อแม่เล่นด้วยมากกว่าเด็กโต พ่อแม่ควรเล่นกับลูกตามแต่เวลาจะเอื้ออำนวย แต่ควรมีอย่างสม่ำเสมอ เพราะการเล่นกับลูกถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ ความผูกพันกับลูก โดยทั่วไปแล้วเมื่อลูกมีพฤติกรรมดื้อหรือเกเร พ่อแม่มักพยายามหาวิธีแก้ไขพฤติกรรมแบบใดแบบหนึ่ง บางคนใช้การคาดโทษ การดุ การด่า การงดสิทธิพิเศษ การทำงานชดใช้ หรืออื่น ๆ ส่วนใหญ่พบว่าวิธีการดังกล่าวได้ผลชั่วคราวหรือไม่ได้ผลเลย เพราะว่าพ่อแม่ลืมตระหนักถึงความต้องการพื้นฐานของเด็กไป ความต้องการพื้นฐานของเด็กก็คือ ความสนใจ ความรัก และความสัมพันธ์ที่ดีของพ่อแม่กับลูกนั่นเอง

หากพ่อแม่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับลูก การลงโทษหลากหลายวิธีรังแต่จะทำให้ปัญหาพฤติกรรมนั้นซับซ้อนและแก้ไขยากขึ้น ดังนั้นพ่อแม่ควรเริ่มต้นด้วยการสานสัมพันธ์ที่ดีกับลูกผ่านการเล่นร่วมกับลูก

แล้วจะเล่นอย่างไร? ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

– เล่นตามเด็ก

หลายครั้งพ่อแม่มักสร้างกฎเกณฑ์ในการเล่นให้ลูก ไม่เปิดโอกาสให้ลูกคิดเอง โดยพ่อแม่เป็นผู้คิดวางแผนการเล่นเอง เช่น แม่กับลูกเล่นบ้านตุ๊กตากัน แม่จะคอยสั่งลูกว่า “ห้องครัวต้องอยู่ตรงนี้ลูกอ้าว เอาโต๊ะกินข้าวมาวางตรงนี้ซิลูก เอ๊ะ มีแต่โต๊ะแล้วจะนั่งกันยังไงนี่ เอาเก้าอี้มาด้วยซิลูก” การทำเช่นนี้เด็กจะรู้สึกเบื่อ ไม่สนุก และไม่รู้สึกว่าตนเป็นคนสำคัญ ความคิดของตนเองไม่เข้าท่า และหากเป็นเช่นนี้บ่อย ๆ เด็กจะขาดความมั่นใจ เด็กบางคนขณะเล่นอาจลงเอยด้วยการคอยถามแม่ถึงวิธีการเล่นถามรายละเอียดทุกอย่าง ไม่รู้จักคิดเอง หรือบางคนเล่นไปเล่นมาอาจลงเอยด้วยเป็นฝ่ายดูพ่อแม่เล่นก็ได้

ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเล่นโดยให้ลูกเป็นผู้นำการเล่น ให้ลูกคิดเองวางแผนและจินตนาการเอง อย่าพยายามสอนลูกแต่ให้พยายามเลียนแบบติดตามเรื่องราวของลูกและทำตามที่ลูกขอร้องการทำเช่นนี้ลูกจะได้พัฒนาความสามารถในการเล่นและรู้จักคิดเอง ลูกจะรู้สึกสนุกและกระตือรือร้นมากขึ้นด้วย

บางครั้งลูกอาจชอบเล่นซ้ำ ๆ พ่อแม่ควรปล่อยให้เขาได้ใช้เวลาของเขาเต็มที่ อาจรู้สึกเบื่อและต้องการให้ลูกเปลี่ยนกิจกรรม การชักชวนหรือผลักดันให้ลูกเปลี่ยนกิจกรมเร็วเกินไปอาจทำให้เด็กจับจด ไม่ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความสนใจและสมาธิในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

– พากย์การเล่น

บ่อยครั้งที่พ่อแม่มักใช้การถามลูกขณะเล่น เช่น หนูกำลังทำอะไรอยู่? เอ๊ะ! ทำไมรถถึงจอดล่ะ? นี่สีอะไรคะ? โดยทั่วไปพ่อแม่สามารถถามได้ แต่ถ้าตลอดการเล่นพ่อแม่ใช้การถามเป็นส่วนใหญ่เด็กอาจรู้สึกเบื่อ ต่อต้าน หรือกังวลต่อการต้องตอบคำถาม ทำให้ขัดขวางการคิดหรือจินตนาการในขณะเล่นของเด็ก

ดังนั้นการพากย์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่พ่อแม่น่าจะลองใช้ดูขณะเด็กกำลังเล่น เช่น ขณะลูกเล่นต่อรางรถไฟ พ่อแม่อาจพากย์ว่า “รางรถไฟต่อเสร็จแล้ว และรถไฟกำลังเคลื่อนแล้ว ฉึก ฉัก ฉึก ฉัก….” หรือขณะลูกเล่นรถ พ่อแม่พูดว่า “ตอนนี้รถกำลังเติมน้ำมันอยู่… น้ำมันเต็มถังแล้ว โอ้โห รถวิ่งเร็วเลย”

การพากย์เช่นนี้นอกจากจะไม่ขัดขวางกระแสความคิดของลูกแล้ว ลูกยังรู้สึกดีกับตนเอง เพราะได้รับความสนใจเต็มที่จากพ่อแม่ โดยไม่ต้องแสวงหาหรือเรียกร้องด้วยการสร้างปัญหาหรือทำพฤติกรรมไม่ดีต่าง ๆ นอกจากนี้แล้วในเด็กเล็กที่ภาษายังพัฒนาไม่ดี ยังได้โอกาสพัฒนาความเข้าใจภาษาจากการเชื่อมโยงสิ่งที่ได้ยินกับการกระทำของตนอีกด้วย

]]>