การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org ThaiSSF.org Sun, 31 Jan 2016 16:17:19 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.1 https://thaissf.org/wp-content/uploads/2016/01/sodsri-logo-150x150.png การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ – มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ https://thaissf.org 32 32 การขับเคลื่อนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (18) https://thaissf.org/sh110/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh110 Tue, 18 Nov 2014 13:31:48 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/11/18/sh110/ ลักษณะและปัญหา อย่างเช่น การได้มาซึ่งประเด็น ลปรร. วิธีการคัดเลือกคนในพื้นที่เข้าวง ลปรร. วิธีการนำ ลปรร.ไปเป็นเครื่องมือในการทำงานประจำ ดำเนินโครงการตามนโยบายจากส่วนกลาง

ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณาดำเนินการ

1. ภาพรวมระดับจังหวัด คือ

• สื่อสารเป้าหมายรายทางและเป้าหมายสุดท้าย วิธีการไปถึงเป้าหมาย บทบาทความรับผิดขอบของผู้เกี่ยวข้องทั้งทีมทำงานและผู้เข้าวง ลปรร. ผ่านช่องทางการสื่อสารที่มีอยู่เป็นระยะ

• จัดหาวิธีการรวบรวมและทีมติดตามผลลัพธ์การจัดวง ลปรร. ที่เหมาะกับจังหวัดของตน โดยเป็นรูปแบบการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากกว่าเป็นการประเมิน ทั้งวิธีตั้งรับและเชิงรุก อย่างเช่น การลงพื้นจะทำให้เห็นถึงปัญหาอุปสรรคจริง คอยเป็นพี้เลี้ยงที่ “ชี้” ประเด็นการเรียนรู้ “ช่วย” เติมเต็มเทคนิค ลปรร. และ “เชียร์” ให้กำลังใจเมื่อยามท้อแท้ ไม่ละเลยที่จะนำผลลัพธ์จากการรวบรวมมาเป็นข้อมูลในการวางแผนปรับปรุง พัฒนาในครั้งต่อๆไป

• รวบรวมรายงานถอดบทเรียน/ประสบการณ์ ความสำเร็จวิธีทำงานใหม่ๆ วิธีทำงานยากๆ เป็นคลังความรู้จากพื้นที่ต่างๆ มาสื่อสารขยายผลให้เกิดการเรียนรู้และปฏิบัติในวงกว้าง

• จัดทำผลลัพธ์ภาพรวมของกระบวนการเรียนรู้ซึ่งเกิดขึ้นรายทาง โดย mapping ความสำเร็จพื้นที่ ให้ความสำคัญของผลลัพธ์ในเชิงคุณภาพมากกว่าการบันทึกตัวเลขรายงานตัวชี้วัด เช่น การเรียนรู้ของบุคลากรนำสิ่งที่เรียนรู้จากวง ลปรร.ไปปรับปรุงวิธีทำงาน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์กร ประชาชนมีคุณภาพชีวิต สุขภาวะที่ดีขึ้นอย่างไร

2. การจัดวง ลปรร.

• ตั้งต้นที่การมีเป้าหมายชัดเจน สิ่งที่อยากเห็นหรือความคาดหวังของการจัดวง ลปรร. มีตั้งแต่ถอดบทเรียนวิธีทำงาน mapping ความสำเร็จพื้นที่ ติดตามประเมินนำวิธีการทำงานนั้นๆไปใช้ในพื้นที่ หรือเพียงให้ผู้เข้าร่วมรู้จักกระบวนการ ลปรร. ฯลฯ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปที่การตั้งประเด็น ลปรร. หรือหัวปลา วิธีการรวบรวม ค้นหา เลือกผู้เข้าร่วม และการออกแบบกระบวนการ ลปรร.

• ตั้งประเด็น ลปรร. มีประเด็นย่อยในการพูดคุย ไม่กว้างหรือใหญ่เกินไปจนไปไม่ถึงเป้าหมาย เพราะจะทำให้การเล่าเรื่องไม่สามารถลงรายละเอียดวิธีทำงานลงลึกได้ คือ เห็นแต่ว่าทำงานอะไร แต่ไม่เห็นว่าทำงานอย่างไร

• มีกระบวนการค้นหา รวบรวม คัดเลือก และวิธีทำให้แน่ใจว่า ผู้เข้าวง ลปรร. เป็นผู้มีประสบการณ์จริงตามประเด็น ลปรร.

• ทีมงานที่ประกอบด้วย KM PM, กระบวนกร ผู้บันทึก และผู้ถอดบทเรียน คุยสื่อสาร

– จูนเป้าหมาย ทำความเข้าใจความหมายของแต่ละประเด็นย่อยหรือหัวปลาย่อย

– บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ เป็นระยะตั้งแต่เริ่มต้น (Before Action Review)

– ทำการประเมินโดยใช้หลักการจัดการความรู้ (After Action Review) และนำผลการประเมินนี้ไปปรับปรุงออกแบบกระบวนการ ลปรร. ในครั้งต่อๆไป โดยมีการพูดคุยปรับกระบวนการได้ระหว่าง ลปรร. (During Action Review) หากเห็นว่าการทำวง ลปรร.เริ่มเบ้ออกนอกทางไม่เป็นตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

• สื่อสารทำความเข้าใจเป้าหมาย บทบาทของผู้เข้าร่วมวง ลปรร. ตั้งแต่ขั้นตอนการเชิญและเข้าร่วมวง โดยเฉพาะหากมาจากพื้นที่ต่างกัน

• หลายพื้นที่เป็นห่วงและมีปัญหาเรื่องถอดบทเรียน แต่เมื่อพิจารณาลงในรายละเอียดพบว่า เป็นผลพวงจากต้นน้ำ คือ เริ่มตั้งแต่เป้าหมายการจัดวง ลปรร.ไม่ชัดเจน หัวปลาใหญ่เกินไปสำหรับการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ไม่มีหัวปลาย่อย ทีมงานเข้าใจความหมายหัวปลาต่างกัน กระบวนการ mapping ไม่ดีพอทำให้ผู้เข้าร่วมไม่มีประสบการณ์ตามหัวปลาจึงเล่าเรื่องไม่ได้ ขาดการเตรียมตัวคนเล่าเรื่องทำให้เล่าไม่ตรงประเด็น เหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อนักบันทึกเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการถอดบทเรียน

]]>
การขับเคลื่อนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (17) https://thaissf.org/sh109/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh109 Mon, 17 Nov 2014 14:01:58 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/11/17/sh109/ น้ำหนักต่ำเป็นไปไม่ได้ที่แม่จะให้ลูกกินข้าวพอ ในชุมชนต้องมาช่วยกันแก้ไข เวลาเราเกิดปัญหาเจ้าหน้าที่ สอ.ทำไม่ได้หรอก ไปเอาอบต. ผู้ใหญ่บ้าน อสม. มาด้วย ไม่ต้องกำหนดบทอะไรที่มันซับซ้อนมาก

ลปรร.สามารถนำไปใช้พัฒนาสู่ชุมชน โดยมีการนำสิ่งที่ไปเรียนรู้จากที่อื่นมาบอกว่าเขาทำกันอย่างไร โดยนำมาพูดคุยให้ได้วิธีการจากที่ต่างๆด้วยความร่วมแรงร่วมใจ มีเครือข่ายขององค์กรท้องถิ่นมาร่วม เช่น เรื่องการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ที่มีทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน เกิดความร่วมมือช่วยกันดูแลแก้ปัญหา ทั้ง อสม. ผู้ใหญ่บ้าน ชุมชน อบต. จนปัจจุบันคนในครอบครัวทุกคนมาช่วยกันดูแล และยังได้รับความร่วมมือจากอบต. รับผิดชอบในการพาไปโรงพยาบาล ดำเนินการออกบัตรผู้พิการให้นอกจากบัตรผู้สูงอายุ และบัตรผู้มีรายได้น้อยจาก อบต…”

ลักขณาภรณ์ เสนชัย รพ. หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

“… กรณีที่ไปดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ถูกตัดเท้าด้วยการ ลปรร. ไปนั่งคุย เชิญญาติ และแพทย์ที่ไปดูแล และอสม.มาร่วม นำญาติคนไข้ที่ดูแลได้ดีมาร่วมแลกเปลี่ยน จากนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้วิธีบริหารจัดการการดูแลร่วมกันระหว่างครอบครัว ญาติ อสม.มาช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมทำความสะอาดบ้าน อบต.มีรถมารับส่งพาไปล้างแผลที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลก็ลงมาเยี่ยมมากขึ้น ลปรร.เข้าไปดึงให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมามีส่วนร่วมให้เกิดสุขภาวะที่ดีขึ้นในชุมชน…”

วิชิต ยศสงคราม สสอ.หนองแสง จ.อุดรธานี

 

4. ประชาชนได้รับประโยชน์

“…เมื่อนำลปรร. มาใช้ทำให้เกิดการทำงานที่เป็นเครือข่ายและเจ้าหน้าที่เป็นเนื้อเดียวกัน คนไข้ได้ประโยชน์จากที่เราไปคุยกันแล้วสามารถช่วยคนไข้ได้มากขึ้น จากเทคนิคการดูแลแบบใหม่ในการเจาะเลือดด้วยการนวดก่อนทำการเจาะแทนการตีเพื่อกระตุ้นแบบเดิม…”

สถิต สายแก้ว รพ. ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

 

“… คนไข้ได้รับการดูแลและคุณภาพชีวิตดีขึ้น จากที่เจ้าหน้าที่มองปัญหานอกจากเรื่องการเจ็บป่วยกว้างออกไป ไม่ใช่มองแค่เรื่องโรค เรื่องการกินยาหรือได้รับยา การออกกำลังกาย ทำให้เจ้าหน้าที่มองกว้างขึ้น นอกจากเยี่ยมบ้านได้ผลงาน ก็เยี่ยมบ้านได้คุณภาพชีวิตของคนไข้ด้วย…”

วิชิต ยศสงคราม สสอ.หนองแสง จ.อุดรธานี

“…จากที่ได้กระบวนการไป มีการไปทำและเกิดประโยชน์กับประชาชนจริง ด้วยการเอาไปใช้ในเรื่องดูแลผู้พิการ นำความรู้ที่ได้ไปใช้แลกเปลี่ยนในพื้นที่ โดยเริ่มจากการประชุม อสม. จนนำผู้มีประสบการณ์ 2-3 คนจาก 3 หมู่บ้านที่ทำสำเร็จไม่มีไข้เลือดออก มาเล่าให้อีก 5 คนจากหมู่บ้านที่มีคนเป็นไข้เลือดออกไม่เว้นแต่ละวัน จนได้วิธีที่จะไปปฏิบัติต่อในหมู่บ้านตนเอง…”

จุฑามาส มาฆะลักษณ์ สสจ.สมุทรสงคราม

 

วิธีการติดตามผลลัพธ์

1. สอบถามจากเพื่อนร่วมงาน ผู้รับบริการ

2. ติดตามสังเกตพฤติกรรมการให้บริการ

3. ติดตามจากเรื่องเล่าสิ่งที่เรียนรู้จากวง ลปรร. ไปปรับใช้ในงานของตนเอง

4. ติดตามผลการดำเนินงาน

“… จริงๆก็จะบอกว่า ถ้าเกิดเราอิงที่ตัวชี้วัดมากเกินไป และเราไปสร้างความทุกข์ ความเครียดและเราทำงานแบบไม่มีความสุข แต่ตอนนี้เราเน้นการทำงานที่มีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ แล้วปรากฏว่าผลของการทำงานจากที่เราไม่ได้เอาตัวชี้วัดไปบีบ ใช่เรามีตัวชี้วัด เราสนใจกระทรวงให้มาเราสนใจ ผู้ตรวจมาเราสนใจ และเราสามารถตอบได้ เราไม่ได้เอามา ranking เอามาพิจารณาความดีความชอบ แต่ว่าพอเราไปแบบนี้งานก็เกิด คุณภาพก็มี ไม่ใช่คุณภาพไม่มีงานเละไม่อย่างนั้น แต่กลับกลายเป็นว่าน้องทำงานมีใจมากขึ้น และมีความสุข เราไม่ได้จับผิด เราไปแบบให้กำลังใจ ไปแบบผู้หล่อเลี้ยง…”

นุชนภางค์ ภูวสันติ สสจ.สระบุรี

“… เราประเมินจากตรงไหนว่าดีขึ้น เราบอกว่าเราจะไม่ตีคนไข้ ต้องนวดคนไข้ และจะมีเส้นขึ้นมาเอง เขาจะมีเทคนิคของแต่ละคน ก็มาแชร์เทคนิคกัน ตอนเช้ามาเจาะ จากเสียงที่เคยตีตุ๊บตั๊บก็หายไป พรุ่งนี้เช้าเจาะเงียบเพราะนวด และที่เคยเจาะหลายๆ ครั้งไม่ได้ จะเปลี่ยนคน คนนี้เจาะไป 2-3 ครั้งต้องเปลี่ยนคนและขอโทษคนไข้ คำพูดคำจาก็เปลี่ยนไป พี่ ER เขามาทดลองใช้ก็บอกว่าปีนั้นน้องๆ ก็ชอบ…”

สถิต สายแก้ว รพ. ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

]]>
การขับเคลื่อนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (16) https://thaissf.org/sh108/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh108 Sun, 16 Nov 2014 15:25:19 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/11/16/sh108/ มีการเกิด COP หลายๆ COP COP เบาหวาน COP เรื่องผู้พิการ COP เรื่องคุณธรรม หลายพื้นที่เราจัดตั้งวงเราทำโดยอาศัยยุทธศาสตร์จังหวัด… ”

พิทักษ์ เอ็นสวัสดิ์ สสจ.พิจิตร

“…. ก็คุยกันไปกันมา ตอนแรกบอกว่าอยู่ได้สองโมงครึ่ง แต่วันนั้นอยู่ถึงสี่โมงครึ่ง ทุกคนพูดหมด พอหลังจากพูดหมด เราก็ถอดบทเรียน ทุกคนก็บอกว่าถ้าวันนี้เราเอาของทุกคนมาก็จะเป็นระบบ complete ที่สุด คนที่ทำดีที่สุดจะมีระบบ screening การดูแล แต่ยังไม่ใช่เชิงลึก มันยังไม่ได้เป็นเครือข่าย เราพาไปเยี่ยมของแต่ละหมู่บ้าน แต่อีกของคนหนึ่งทำเชิงลึกในเรื่อง difficult case แต่เรื่องการคัดกรองยังไม่ถึง 80% เพราะยังไม่ตอบสนองตัวชี้วัด อย่างที่ผู้ใหญ่ต้องการ อีกคนหนึ่งบอกว่า หนูมีปัญหาแบบนี้ สิ่งที่พี่เขามีปัญหาทางหน่วยเราเอาไปแก้ไข บรรยากาศวันนั้นเป็นอะไรที่สนุกสนาน อยากให้ไปทำแบบนี้กับ รพ.สต. เขาบ้าง ในเรื่องของการบริหารจัดการที่จะสนับสนุนผู้สูงอายุในระบบต่อเนื่อง เงินโอทีอะไรประมาณนี้ เขาก็เห็นความสำคัญ จนเราพูดจบถอดบทเรียนเสร็จแล้ว เราก็เลยบอกว่าถ้าสมมุติเรากลับไปทำให้ทำแบบนี้ จริงๆ วัตถุประสงค์ที่เราทำก็คือ หนึ่งเราอยากทราบว่าปัจจุบันผู้สูงอายุถูกดูแลไปถึงไหน ตัวชี้วัดเป็นอย่างไร และอีกอย่างหนึ่งก็คือ กระบวนการที่จะไปทำ ลปรร. จากกลุ่มที่ตัวเองคิดว่าหลากหลาย เราก็คิดว่าจะต้องมีปัญหาแน่นอน การยอมรับว่าตัวเองจะต้องมานั่งฟังเรื่องดีๆ พูดหรือเปล่า หลังจากสรุปเสร็จแล้วเราก็ได้แนวทางว่าประชากรกลุ่มผู้สูงอายุ มาจากทั้งทะเบียนบ้านคือยึดของ อบต.ในเรื่องของการ screen เป้าหมายของอำเภอของเรา ใช้แบบ screen ของสถาบันเวชศาสตร์ครอบครัว คือ ADL เขาก็คัดกรองอยู่แล้ว เพราะแบ่งประเภทผู้สูงอายุ สมองเสื่อม ซึมเศร้า เสี่ยงต่อการหกล้ม โภชนาการ เราตั้งเป้าหมายตอนนั้น 60% พอเรามาฟังเขาพูด เขาบอกว่าคงไม่ได้หรอก เพราะว่าผู้สูงอายุเขามันเยอะ การคัดกรองสมองเสื่อมต้องใช้พยาบาล ถ้างั้นเราจะเอาอย่างไรให้ได้เชิงคุณภาพจริงๆ เรื่องคัดกรอง 2 แบบ คือสมองเสื่อม กับสุขภาพจิต ให้ผู้สูงอายุ 80% ทุกคน ของประเภท 2 ประเภท 3 ขอกลุ่มนี้ 100% สำหรับกลุ่มสมองเสื่อมกับสุขภาพจิต เขาก็โอเค ไม่ใช่ 60% ของทุกคนนะ แต่ 100% ของ 80 ขึ้นไป เขาบอกว่าทำได้ มันเป็นเป้าหมายที่เขาตั้งเองเขาคิดว่าเขาทำได้ และเขาก็บอกว่าขอให้อำเภอไปทำแนวทางการดูแล ประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 3 ที่เป็นของอำเภอหนองบัวระเหว…”

ลักขณาภรณ์ เสนชัย รพ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

ผลลัพธ์กระบวนการ ลปรร.

เป้าหมายการจัดกระบวนการ ลปรร. คือ ผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงดีๆที่เกิดขึ้นต่อการพัฒนางาน รพ.สต. หลายแห่งติดตามผลลัพธ์ด้วยวิธีง่ายๆไม่สลับซับซ้อน มีประโยชน์ต่อการวางแผนพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ

ผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจัดกระบวนการ ลปรร. หลักๆ คือ

1. ความรู้/เนื้อความรู้ โดยนำบันทึกข้อมูลเรื่องเล่าวิธีทำงานที่สำเร็จจากวง ลปรร. มาจัดทำเรียบเรียงเป็นเอกสารผลงานวิชาการ ถอดบทเรียนเป็น good practice และหรือ best practice ที่มีกระบวนการวิธีปฏิบัติ ที่ทุกคนสามารถเทียบเคียงเอาไปใช้ได้

“… ตอนที่ตั้งวง ก็จะมีประเด็นที่เขาเขียนเรื่องเล่ามา 5-6 ประเด็น เสร็จแล้วเราก็เอาประเด็นนั้นมาเปิดเป็น best practice ของจังหวัด เช่น ผู้ป่วยเรื้อรังของจังหวัด ในบทจากเรื่องเล่าที่เจ้าหน้าที่ไปทำเรื่องนี้ ถ้าเรื่องเบาหวาน ความดัน จะต้องดูแลอย่างไร จะต้องทำอย่างไร จะเกิดเป็น best ของคนระนองขึ้นมา เป็นลักษณะเล่าการทำงานว่า ถ้าจะต้องดูแลผู้ป่วย case อย่างนี้ต้องทำอย่างไร รวมเป็นเรื่องเล่า เป็น best practice 5 ประเด็น เป็นหนังสือมี 2 เล่ม…”

บุษกร อุ่ยเต็กเค่ง สสจ.ระนอง

“… มีของขอนแก่นนะคะว่า แต่อาจจะยังไม่กระจายไปมาก เรื่องนี้ความรู้ที่ได้สกัดออกมาเกิดจาก CBL เกิดจากโครงการ CBL ใช้บริบทเป็นฐานการเรียนรู้แต่ละครั้ง สรุปสุดท้ายเขาจะได้มาเป็น CPG ของ รพ.สต. CPG ซึ่งโดยปกติไม่ว่าเรื่องอะไรก็จะออกมาจากกรมและไปจังหวัด ไปอำเภอ อำเภอไปที่พื้นที่ ซึ่ง CPG ตัวนั้นไม่เหมาะที่จะใช้กับพื้นที่ เพราะว่าเรื่องเดียวกันก็จริง แต่ CPG ที่มาจากส่วนกลางจะเป็นแนวทางหลักๆ ไม่ใช่วิธีปฏิบัติในพื้นที่ อย่าง CUP หนองสองห้อง โครงการ CBL ที่เขาทำมันทำให้เขาได้ตัวเหล่านี้ออกมา ได้ 2-3 เรื่องไม่มาก และจะนำสู่การไปใช้ เขาจะทำในลักษณะปฏิทินตั้งโต๊ะ ทำให้เจ้าหน้าที่ของรพ.สต. เอาไปใช้ได้ เช่น เรื่องของเบาหวาน ที่จะมีแนวทางของส่วนกลางเป็นทฤษฎีภาพรวมเลย พอมาถึงพื้นที่ของเขา เบาหวาน ต้องใช้แบบนี้นะ หรือเรื่องคนไข้ MI ก็แล้วแต่ ในพื้นที่ของเขามี ตอนนี้กำลังออกมาเป็นแผ่นๆ ยังไม่มีเป็นปฏิทินให้เปิด แต่ว่าก็งวดเต็มที่แล้ว…”

บัวบุญ อุดมทรัพย์ สสจ.ขอนแก่น

2. การเรียนรู้ของผู้เข้าร่วมกระบวนการ ลปรร.

2.1 เปลี่ยนแปลงวิธีทำงานและหรือรูปแบบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ หน่วยงาน/องค์กร ตัวอย่างเช่น นำกระบวนการ ลปรร. เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมประจำเดือน เจ้าหน้าที่ตื่นตัว สนใจ และเข้าร่วมเพิ่มขึ้นและสม่ำเสมอ

2.2 เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทิศทางส่งเสริมพัฒนางาน

2.3 วิธีคิด มุมมองเปลี่ยนไป คือ เข้าใจปัญหาเหตุการณ์ วิธีทำงานเพื่อนร่วมกัน ผู้ป่วย ที่เกิดขึ้นกับสิ่งรอบตัว

2.4 เห็นคุณค่างาน เห็นคุณค่าตนเอง

“… เกิดการประชุมประจำเดือนเพื่อพัฒนางานในรูปแบบใหม่ด้วยการประยุกต์ใช้กระบวนการ ลปรร. และการจัด ลปรร. แบบสัญจรในแต่ละ รพ.สต. ติดต่อกันเป็นประจำในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเพิ่มทักษะในงาน…”

เสาวดี สังข์ทอง สสอ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

“… ก็เลยรู้สึกว่าวิธีการเล่าเรื่องเราก็ได้วิธีการทำงานที่ดีในพื้นที่เราอีกเยอะ ในส่วนตัวที่ได้ หลังจากนั้นก็เอาไปลองทำเอง เราประทับใจว่าเราทำได้ ก็ลองไปทำเอง น้องๆ ที่ทำก็รู้สึกดี เราทำเรื่องเจาะเลือดเบาหวาน น้องๆ ที่ทำก็ได้ประโยชน์ว่าเอาไปใช้ได้ดีนะพี่ จากเมื่อก่อนเราเจาะเลือดเราต้องตีคนไข้ นวด เราได้เทคนิคใหม่ ทุกคนก็แชร์กัน เราก็เอาไปในพื้นที่ 3-4 ที่ ร่วมกับทีมผู้บริหาร จากผู้บริหารไม่เคยไปพื้นที่ก็ได้ไปพื้นที่กับเรา เกิดเครือข่ายการทำงานกับ รพ.สต. ในพื้นที่ หมอที่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมก็เริ่มเข้ามา ชวนก็ง่ายขึ้น เข้าใจคนไข้ เข้าใจเจ้าหน้าที่ รพ.สต. มากขึ้น…”

สถิต สายแก้ว รพ.ราษีไศล จ. ศรีสะเกษ

“ … ตั้งประเด็นว่า ทำไมเขาถึงติดยาเสพติด ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ให้เขาเล่า แรกๆ เขาก็ไม่เล่า หลังจากพี่ติ๊บได้คุยกัน ก็สนิทสนมพยายามใกล้ชิด ให้ความเห็นอกเห็นใจเขา เขาก็กล้าเล่าให้ฟัง ว่าเป็นอย่างไร คือเขาติดยาเพราะตามเพื่อน บางครั้งก็อยากลอง บางครั้งก็ขาดความอบอุ่นในครอบครัว หลายๆ อย่าง เขากล้าเล่าให้เราฟัง จนเกิดความสนิทกันขึ้น จนกระทั่งอบรมเสร็จ เข้าค่าย10 วัน เสร็จแล้ว เขาก็โทรศัพท์ มาหาเรา บอกว่าเขาอบอุ่นขึ้น ทำให้เขามีค่าขึ้น เพราะไม่มีใครรังเกียจเขา เขาจะไม่หันไปติดยาอีก… ”

ศจี ชูศรี สสอ. เมือง จ. ระนอง

“… สิ่งที่เราได้ในการทำวงเล็ก 26 คน คือ วิธีคิด เขาปรับเปลี่ยนไปเลย หลังจากการประเมินตรงนั้น เขาบอกว่าต่อไปนี้การทำงานของเขา เขาจะไม่ทำแค่ว่ามาประชุม แต่จะเอาวิธีนี้ไปถ่ายทอดใน สสอ.เขาว่า ต่อไปนี้ไม่ใช่ว่าสสอ.เรียกมาประชุม ก็แค่มาประชุมและรับฟังการชี้แจงและก็กลับไป แต่จะต้องมีการแลกเปลี่ยนในพื้นที่ของเขา และก็สิ่งที่เราได้ก็คือ เราได้ระบบงานที่เกิดขึ้น เราได้สิ่งที่เราจะต้องลงไปติดตามประเมินผลกลุ่มเหล่านี้ ที่ไม่ต้อง KPI อย่างที่พี่หน่อยบอก เราไปโดยไม่ต้องมี KPI เขารับเราแน่นอน อันนี้เป็นภาพแรก แต่จริงๆ อีกหลายภาพ…”

บัวบุญ อุดมทรัพย์ สสจ.ขอนแก่น

“… เรื่องความสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ พอเกิดการตั้งวง ความสัมพันธ์ระหว่าง CUP กับพื้นที่ รพ.สต. ดีขึ้น ระหว่าง รพ.สต. ด้วยกัน พอได้มาพูดคุยกัน เห็นแนวทางการทำงาน ได้แลกเปลี่ยนตรงนี้ด้วยและอีกอย่างหนึ่งเหมือนเข้าอกเข้าใจ เห็นอกเห็นใจกัน เกิดการทำงานเป็นทีมขึ้น เกิดการทำงานที่เป็นเครือข่าย เช่น ตรงนี้มีปัญหาก็จะช่วยเหลือกัน เกิดการช่วยเหลือกันระหว่างการทำงาน ถ้าไม่มีวงตรงนี้ก็ต่างคนต่างทำงาน อันนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง…”

นุชนภางค์ ภูวสันติ สสจ.สระบุรี

]]>
การขับเคลื่อนกระบวนการแลกเปลี่ยนรเรียนรู้ (15) https://thaissf.org/sh107/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh107 Wed, 12 Nov 2014 11:59:27 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/11/12/sh107/ สรุป ส่งเล่มให้กระทรวงฯ…”

นุชนภางค์ ภูวสันติ สสจ.สระบุรี

“… ถ้าในภาพของการเขียนแผน หมายถึงแผนของ CUP ของหนองบัวระเหว จะทำแผนเป็นภาพของ CUP ทำแผนร่วมกันหมด ระหว่างโรงพยาบาลกับ รพ.สต. ทั้ง 6 แห่ง แผนเราจะมียุทธศาสตร์ประมาณ 5-6 ยุทธศาสตร์ และเรื่อง KM ก็อยู่ในงานพัฒนาคุณภาพ เจ้าหน้าที่เราจะใช้คำว่าเครือข่ายสุขภาพหนองบัวระเหว เวลาเราเขียนหมายถึง ลปรร. หรือเปล่า เราไม่เคยสื่ออันนี้ แต่ทุกอย่างที่เราทำ ก็อยู่ในเนื้องาน เช่นนโยบายที่เราพัฒนาระบบปฐมภูมิ ปีนี้คือเราจะเน้นระบบการดูแลต่อเนื่อง แต่ทุกครั้ง ที่เวลาเราประชุมระบบการดูแลต่อเนื่อง เราจะใช้ ลปรร. ทุกครั้ง เราเลยไม่ได้บรรจุในแผนว่าเป็น ลปรร. แต่ในยุทธศาสตร์ การพัฒนาคุณภาพของเราจะมี KM การจัดการความรู้ ซึ่งอย่างเวลาที่ตัวเองรับผิดชอบงาน วิชาการ รพ.สต. ทุกครั้ง ที่การพูดคุยแม้แต่ประชุม รพ.สต. จะมีการให้ทุกแห่งเสนอความคิดเห็นของตัวเองก่อน จะไม่ฟันธง เพราะฉะนั้นอีกอย่างหนึ่งที่เราทำอย่างนี้เพราะว่าทุกครั้ง ที่เราทำจะมีศัพท์ใหม่มา รพ.สต.ก็จะบอกว่ามีงานมาให้เฮ็ดอีกแล้วพี่ ทุกอย่างไม่ต่างกันเราเลยไม่พูด เพราะนั่นแหละคือ ลปรร. ของเรา เพราะเราจะมียุทธศาสตร์ในเรื่องพัฒนาบุคลากร…”

ลักขณาภรณ์ เสนชัย รพ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

“… กำหนดหัวปลากำหนดไปเลย มีแผนปลายปี พอปี 55 เราจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ต้นปีงบเราจะทำเรื่องคนไข้เรื้อรัง ระบุโรคไปเลย เบาหวาน ความดันไปก่อน กลุ่มเป้าหมายที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวง คือน้องๆ เวชปฏิบัติ ทุกที่มีพยาบาลเวช มี 10 CUP เวลาตัวเองประชุมประจำเดือนพยาบาล พยาบาลใน PCU ในโรงพยาบาลก็เข้าร่วมประชุมด้วย เป็นลูกพยาบาลด้วย เขาเป็นคนปฐมภูมิ การที่จะประชุมฝ่ายกลางก็เป็นเรื่องปกติ แต่เขาจะมาประชุมกับเราด้วยทุกเดือน…”

เสาวดี สังข์ทอง สสอ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

 

จ. การติดตามประเมินการบริหารให้เกิดวง ลปรร.

เมื่อดำเนินตามแผนหรือโครงการในการขับเคลื่อนกระบวนการ ลปรร. สาธารณสุขจังหวัดและ CUP ซึ่งมีบทบาทในการวางแผน กำหนดเป้าหมาย ออกแบบ และประสานกับผู้เกี่ยวข้องการขับเคลื่อนในภาพรวม มีวิธีติดตามผลของการขับเคลื่อนวง ลปรร. คือ

• ลงพื้นที่เป็นผู้สังเกตการณ์ในขณะที่มีการจัดวง ลปรร. บทบาทคือให้กำลังใจ ให้คำชื่นชม บางครั้งมีผู้บริหารร่วมลงพื้นที่ด้วย

• จัดหรือเปิดพื้นที่ให้มาเล่าและนำเสนอผลงานในเวทีวิชาการ หรือการประกวดระดับจังหวัด

• จัดเวทีให้มาพูดคุยกันเพื่อติดตามความก้าวหน้าและทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน

• รวบรวมผลงานหลังจากจัดวง ลปรร. ทั้งเรื่องเล่าและการถอดบทเรียน โดยส่วนมากพื้นที่ส่งขึ้นมายังส่วนกลางที่ระดับ CUP หรือ

“…. เป็นผู้ประสานระดับจังหวัด พอเขาจัดระดับอำเภอเขาก็จะเชิญเราไปด้วย เราก็ไปช่วยเอื้อให้เขาเกิดการทำวง ตอนแรกจิ๋มก็แจ้งไปยังสาธารณสุขอำเภอและทางผู้อำนวยการทุกแห่งได้ทราบว่า เราจะต้องทำอะไรอย่างน้อยก็ต้องมีการจัดวงในระดับอำเภอในระดับ CUP ที่คุณจะต้องเอาไปต่อยอด ทางอำเภอเวียนแจ้งทางสาธารณสุขอำเภอว่าเขาจะจัด เขาก็แจ้งขอเชิญจังหวัดให้ไปร่วมเราก็เลยจัด พอวันไปท่านสาธารณสุขอำเภอมันน่าจะขึ้นกับผู้ประสานและการดูลูกน้องด้วย เพราะว่าอย่างที่เราตั้งวงมันจะมีสามวงวันนั้นจะมีไข้เลือดออก มี pap smear เรื่องเจ เป็นสามแห่ง ท่านสาธารณสุขอำเภอก็อยู่และถามว่าทำอะไรบ้าง ตอนแรกก็ประชุมว่าจะทำอะไรและก็บอกว่าจะแบ่งกลุ่มท่านก็มา observe ทานข้าวเที่ยงจนเสร็จ ก็จะให้แต่ละกลุ่มมาเสนอ ท่านก็มานั่งฟังก็เลยมองว่าการประสานงานมาที่ระดับ CUP มันก็มีส่วนที่ทำให้เขาได้ดำเนินการต่อ…”

จิราพรรณ โพธิ์กำเนิด สสจ. ศรีสะเกษ

“… ก็หาเวทีให้เขา ให้เขาได้เผยแพร่ในสิ่งที่เขาได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรามีเวทีวิชาการสาธารณสุขของจังหวัด บางแห่ง บางวง เขาจะมีโอกาสนำเสนอ เป็นโปสเตอร์ presentation บางวงมีโอกาสได้นำแสดงเป็นนิทรรศการอย่างมีชีวิต บางวงก็จะเอาไปเป็น R2R ก็นำเสนอผลงานของ R2R และเขาก็มีการประกวดกันของระดับจังหวัด ในหลายๆ วงที่อาจจะไม่มีโอกาสเข้ามาสู่เวทีนี้ เพราะว่าจังหวัดจะต้องกรองมาก่อน และถูกบันทึกลงในหนังสือ ผลงาน part ของเรื่องเล่า ก็จะเป็นอีก part หนึ่ง เป็นเรื่องเล่าของปฐมภูมิ จะอยู่ข้างหลังไป อยู่ในหนังสือประกอบการประชุมจังหวัดประจำปี บางคนอาจจะถูก UP ขึ้น Web บอกของเราว่า เพื่อจะให้คนอื่นๆ ได้อ่านเรื่องราวของเขา…”

บัวบุญ อุดมทรัพย์ สสจ.ขอนแก่น

“… ของสระบุรี จะมีอยู่ 12 CUP พอเราพัฒนาศักยภาพ ทีมนำไปแล้ว แต่ละ CUP เราจะมีแผนร่วมกันว่า ในปีนี้เราจะแลกเปลี่ยน ว่าแต่ละ CUP จะทำเรื่องอะไร ตัวจังหวัดเอง ก็จะเอาตัวเองลงไป เหมือนว่าอาจจะเป็นพี่เลี้ยงไปชื่นชมการทำงานของเขา บางครั้งเราก็ไปเป็น fa. ช่วยเขา คนที่เราพัฒนาให้การเรียนรู้ก็ไม่ได้ 100% เราก็ไปช่วย เอาตัวเองลงไปทำด้วย อย่างเขาตั้ง 3 วง เราก็ไปช่วยเขาสัก 1 วง พอหลังจากเสร็จเราก็มาคุยกันว่าอย่างไร เราจะมีเวทีในการเอาทีมนำ เพราะทีมนำเราจะไม่เยอะมาก อย่าง CUP เรามี 3 คน เราก็จะเอามาสัก CUP ละ 1 หรือ 2 แล้วแต่เขาจะว่าง ก็มาคุยกันติดตามกันว่าเขามีปัญหาอะไร และจะให้จังหวัดช่วยเหลืออะไร เราจะทำทุก 2 เดือน ที่เราสร้างความก้าวหน้าร่วมกัน…”

นุชนภางค์ ภูวสันติ สสจ.สระบุรี

]]>
การขับเคลื่อนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (14) https://thaissf.org/sh106/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh106 Tue, 11 Nov 2014 12:58:57 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/11/11/sh106/ เจ้าหน้าที่เวชปฏิบัติ ทั้งหมด 10 CUP กำหนดว่า 6 เดือนแรก จากมี 6 ตำบล ให้มีเรื่องมาเล่าตำบลละ 1 เรื่อง ที่ไปทำอะไรมากับกลุ่มคนไข้เรื้อรัง ให้คนไข้มาแลกเปลี่ยนในกลุ่ม ให้น้องเจ้าหน้าที่สกัดเป็นความรู้ และกำหนดว่าถ้าทำจนครบทั้ง 6 วงแล้ว จะมีการให้รางวัลเล็กน้อยด้วย ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่มาแลกเปลี่ยนเป็น NP มีบทบาทหน้าที่หลักในงาน รพ.สต. คือการดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง ซึ่งควรต้องแม่นทั้งระบบ…”

เสาวดี สังข์ทอง สสอ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

“…ในภาพจังหวัด ตอนที่จัดเวที CUP กับรพ.สต. มีโครงการจัดลำดับอำเภอ เรียกว่า ranking โดยเรียงลำดับอำเภอไหนได้คะแนน 1-22 ซึ่งมีผลกับการให้ขั้นเงินเดือนและโบนัส ใช้งบประมาณของจังหวัด ซึ่งทำมา 7 ปีแล้ว…”

จิราพรรณ โพธิ์กำเนิด สสจ.ศรีสะเกษ

 

ค. การได้มาซึ่งงบประมาณ

ด้วยความหลากหลายวิธีการทำให้เกิดกระบวนการ ลปรร.ในจังหวัด ทำให้มีทั้งใช้งบประมาณและไม่ใช้งบประมาณในการดำเนินการ คือ

1. ไม่ใช้งบประมาณในการจัดวง ลปรร. หรือ ไม่ต้องตั้งงบประมาณขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับการจัดวง ลปรร. แต่เป็นการนำกระบวนการ ลปรร. ไปเป็นเครื่องมือในการดำเนินโครงการที่มีอยู่เดิม อย่างเช่น การประยุกต์นำ ลปรร.มาใช้แทนรูปแบบประชุมประจำเดือนที่จัดกันตามปกติ

“…ทุกครั้งที่มาทำงานจะไม่มีงบประมาณ ตัวเองก็ไม่ได้ไปขอ ผอ.เรื่องงบประมาณ เพราะฝ่ายเราจะมีกาแฟ ชา มีอะไรของเรากินอยู่แล้ว มีมะม่วงพริกเกลือ บรรยากาศที่เราจัดจะเป็นบรรยากาศที่เป็นกันเอง มีมะม่วงมีพริกเกลืออยู่ข้างหน้า ก็จัดวงแบบนี้ ก็คุยกันไป เราก็จะเปิดประเด็นว่าเราอยากจะฟังว่าที่เราทำงานเรื่องผู้สูงอายุมาตั้งนาน ก็อยากจะฟังว่าเป็นอย่างไร…”

ลักขณาภรณ์ เสนชัย รพ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

“…ในแผนของ คปสอ.ไม่มีคำว่า ลปรร.ในแผนแม้แต่โครงการเดียว ผมคิดว่ามาเห็นของศรีสะเกษ มีนราธิวาสที่เขาทำ โดยไม่ใช้งบประมาณ เราน่าจะกลับไปทำได้ คิดว่าเราจะประยุกต์เอาของเขามาใช้ เพราะเรามีการประชุมประจำเดือนอยู่แล้ว ที่สสอ. ช่วงเช้าสละเวลานิดหนึ่งชวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่จะมาเรียนรู้มาคุยกันก่อน และช่วงบ่ายก็เอาเรื่องจากเวทีนี้ไปสรุปอีกทีหนึ่ง ถ้ามันเป็นประโยชน์แก่การทำงาน ก็ตกลงทำกันตั้งแต่เดือนมกราคม…”

วิชิต ยศสงคราม สสอ.หนองแสง จ.อุดรธานี

2. ใช้งบประมาณหรือตั้งงบประมาณขึ้นมาใหม่ ส่วนใหญ่รองรับค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้เข้าร่วมที่มาจากต่างแดนกัน งบประมาณที่ว่ามาจากหลายแหล่งขึ้นกับการประยุกต์ให้เข้ากับเกณฑ์การจัดสรรแหล่งงบประมาณ

3. งบประมาณตั้งขึ้นเพื่อใช้สำหรับการทำความเข้าใจกระบวนการ ลปรร. สร้างทีมงานในระยะเริ่มต้นขยายเป็นครือข่าย โดยเขียนเป็นโครงการระบุรายละเอียดแผนการดำเนินงาน บอกผลลัพธ์และวิธีการวัดผลชัดเจน โดยมีบางแห่งทำเป็น MOU ร่วมกับ CUP

“… อย่างศรีสะเกษทำแผนงานโครงการ ก็ไม่ได้ทำรวมกับโครงการอื่น ก็ทำเป็นงานพัฒนาศักยภาพของเราขึ้นมาเอง แต่พอเงิน defend ขอเป็นเงินของจังหวัด แต่เงินที่เราเอาไปทำใช้เงิน CUP เพราะว่ามีเงินสนับสนุนใน CUP อยู่แล้วเรียบร้อย ยังไม่เคยสนับสนุนเงินลง CUP 13 CUP ที่ทำใช้เงินตัวเองหมดเลย ทำออกมาได้ ถามว่าแผนงาน โครงการมีส่วนช่วยไหม เรามีความรู้สึกว่าจะเขียนให้ชัดเจนได้อย่างไร ท่านก็ต้องอนุมัติอยู่แล้ว ก่อนที่จะไปถึงท่านนายแพทย์ ก็ต้องผ่าน ท่าน ส. ที่ดูแลอยู่ ท่านก็ต้องดูว่าสิ่งที่เราทำมันจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นการเขียนแผนงานโครงการ ถ้ามันชัดเจนในประเด็นในแผนนั้นอยู่แล้ว ก็คือจะไม่เหมือนกับที่อื่น ว่ามียุทธศาสตร์จังหวัด แต่เป็นโครงการพิเศษ ที่เร่งรัดมา และบังเอิญคำว่า รพ.สต. ฮอตช่วงนั้น ทุกกรมทุกกองเอางานลงหมด ท่านก็เห็นว่าโครงการไหนควรสนับสนุนท่านก็ผ่านตลอด…”

จิราพรรณ โพธิ์กำเนิด สสจ. ศรีสะเกษ

 

“…ใช้งบประมาณที่ให้ไปและขอจากจังหวัดเสริม มีงบพัฒนาคุณภาพส่วนหนึ่ง อบรมให้ครอบคลุมทั้ง 3 CUP เพื่อสร้างความเข้าใจ ลปรร. และสร้างทีม ฝึกทักษะการเป็น fa., note taker…”

จุฑามาส มาฆะลักษณ์ สสจ.สมุทรสงคราม

“…จากชื่อโครงการว่า การดูแลต่อเนื่องเชื่อมต่อจากโรงพยาบาลถึงบ้านด้วยกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนา รพ.สต. ให้ทุกคนเป็นเจ้าภาพหมด ใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อหล่อเลี้ยงเรื่องการดูแลผู้ป่วยเตียง 1-3 มีเบื้องหลังวิธีคิดเพื่อพัฒนา รพ.สต. เป็นโครงการที่ทำเรื่องให้โรงพยาบาลศูนย์ส่งคนไข้คืนให้โรงพยาบาลชุมชน ได้ case ละ 1,000 บาท โดยจากโรงพยาบาลไปถึง รพ.สต. ก็แบ่งเป็นเตียงให้ดูแลโดยไม่ต้องจัดอบรมอะไร แต่ให้ใช้กระบวนการลปรร.ไปทำ เขียนโครงการที่อยากให้เขาเป็นเจ้าภาพและให้เจ้านายรู้ว่าทำอะไร เป็นการบูรณาการลปรร.เข้ากับหน้างาน เชื่อมเป้าประสงค์ของลปรร.ไปยังงานรพ.สต. และให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างโรงพยาบาลกับรพ.สต. ซึ่งได้ชื่อมาจากโครงการปีที่ผ่านมาเป็นโครงการต่อเนื่องการดูแลถึงบ้าน มาเพิ่มการพัฒนารพ.สต.ด้วยกระบวนการเรียนรู้ให้ในปีนี้…”

รตญ. อมรพรรณ พิมพ์ใจพงษ์ สสจ.อุดรธานี

“…ของขอนแก่นจะให้ความสำคัญกับแผนงานโครงการค่อนข้างมาก เพราะมองว่าถ้าแผนงานโครงการมีความชัดเจน และก็ส่วนสำคัญถ้ามีงบประมาณในการสนับสนุนที่จะที่จะสนับสนุนลงไปในระดับ CUP ให้เขาขับเคลื่อนให้เกิดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ของ รพ.สต. ก็จะเป็นส่วนที่สำคัญก็จะตั้งต้นจากแผนงาน อย่างที่ขอนแก่นก็มียุทธศาสตร์เหมือนทางพิจิตร ทุกคนก็จะมา defend งบประมาณมาเป็นกองกลาง ทั้งหมดจะถูกผลักเข้าสู่กองกลาง จะทำโครงการและมา defend งบประมาณ ตรงนี้ก็จะเป็นโอกาสหนึ่งที่จะให้เราพูดผ่านหูนาย เหมือนที่พี่หน่อยบอกว่าผ่านหูนาย คือเราจะบอกว่าทำตรงนี้แล้วเกิดอะไรขึ้นเราจะเอางบประมาณไปใช้ทำอะไร โชคดีของงานปฐมภูมิที่เรามีงบจาก สปสช.เป็นเรื่องงบสนับสนุนบริการปฐมภูมิ จังหวัดขอนแก่นมีประชากรเยอะเราก็ได้ค่อนข้างมาก ทำโครงการเสริมศักยภาพบุคลากร เราใช้คำว่าบุคลากรปฐมภูมิโดยใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ชัดเจนว่าเงินเหล่านี้เราจะเอาไปใช้กิจกรรมอะไร เหมือนเป็น MOU ระหว่างจังหวัดกับ CUP เงินตรงนี้เราจะเอาไปทำโครงการใหญ่ของจังหวัดเอาไว้ จังหวัดก็จะมีกระบวนการในเรื่องของการพัฒนากระบวนการให้กับคนทำงานในพื้นที่ ซึ่งบางครั้งก็ถูกเลือกเข้ามาไม่เหมือนกัน ตามประเด็นหัวปลาเป็นครั้งๆ ไป แล้วก็อีกส่วนหนึ่งสำคัญก็คือเราใช้งบประมาณจัดสรรงบให้กับ CUP และระบุกิจกรรมที่ชัดเจนว่าเงินตัวนี้ที่ให้ไปให้ไปใช้ทำกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในหน้างาน ใน CUP โดยให้ QRT ของ CUP เป็นพี่เลี้ยง และเขาจะเรียก รพ.สต. เข้ามาทำกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และผ่องถ่ายลงไปว่า บางครั้งอาจจะบริหารจัดการ เหมือนกับจังหวัดก็ได้ เงินที่ให้ไปใช้กี่เปอร์เซ็นต์ของ CUP ทำ และอีกกี่เปอร์เซ็นต์ ให้ รพ.สต. เขาทำ เหมือนกับว่าถ้า CUP ได้ตังค์ ทำไม รพ.สต.ไม่ได้ เขาก็จะทำลักษณะแบบนี้ก็จะสอดรับกันไปเรื่อยๆ ค่ะ…”

บัวบุญ อุดมทรัพย์ สสจ.ขอนแก่น

]]>
การขับเคลื่อนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (13) https://thaissf.org/sh105/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh105 Mon, 10 Nov 2014 13:47:12 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/11/10/sh105/ เรื่องอะไรบ้าง หลังจากที่เราให้ประเด็นไป ก็มีทีมงาน 9 คน เอาเนื้อหาเรื่องทั้งหมดมาจับว่ามันเข้าประเด็นอยู่ในหัวปลาที่ตั้งไว้ เข้าวงก็จัดคนลงวง เราก็จะจัดวงแลกเปลี่ยนในจังหวัด โดยใช้ทีม fa. ทีม note…”

บุษกร อุ่ยเต็กเค่ง สสจ.ระนอง

“… ฝ่ายต่างๆ ก็รู้เราแบ่งเป็น 3 ประเภท เตียง 3 เป็นเตียงที่โรงพยาบาลต้องดูแลร่วมกับ รพ.สต.นะ เตียง 2 NP ดูแลนะ เตียง 1 เจ้าหน้าที่สุขภาพดูแล เราก็ออกไปตามโซน เราให้ ผอ.รพ.แม่โซน กล่าวเปิดประชุม เขาบอกว่าวันนี้พี่หน่อยให้ผมมาพูด ลปรร. ผมก็ไม่รู้ว่า ลปรร. คือเรื่องอะไร ตั้งวงคุยกัน เตียง 3 มีแต่วิชาชีพ เราก็จะมีแพทย์ มีนักกาย มีใครเข้ามาร่วมคุยกัน เราก็ตั้งตามโซน ยังไงเขาก็ต้องมาเป็นประธานเปิดให้ฉัน คือพูดไปเรื่อยๆ ในส่วนนี้ จะตั้งวงจะได้อะไรก็แล้วแต่ แต่ให้คนที่ทำงานจริงมาเล่ากัน แล้วเราไปครึ่งวัน เตียง 3 คนจะเล็กลงแล้ว เพราะจังหวัดอุดรมี 20 อำเภอ 17 รพ.ชุมชน 1 รพ.ศูนย์ มี 4 วง แต่เราเหนื่อยนะ เช้าไป 1โซน บ่ายไป 1 โซน แต่ว่าผู้บริหารก็เริ่มเห็นแล้ว …”

รตญ.อมรพรรณ พิมพ์ใจพงศ์ สสจ.อุดรธานี

“…เราจะเป็นพื้นที่ใหญ่ การเอา ลปรร.ลงไป ได้ครึ่งหนึ่งก็หรูแล้วค่ะของศีรสะเกษได้ 13 อำเภอ คิดออกมาก็ 60 % ที่เราติดตามดูก็ดีใจที่อย่างน้อยเราก็มีทีม ทีมที่ยั่งยืนก็คือพี่สถิต ระดับอำเภอ และมีพี่อีกหลายคน ตอนนี้มีทีมอยู่ 5 คน ที่มาจาก รพ.สต. รพช. และ สสจ. ในจังหวัดเรา ตอนแรกที่เราเอาไปลง คือทีมนำของจังหวัดก่อน 20 คน พอเสร็จแล้วก็ไปเป็นทีมของ CUP 40 คน ตามด้วย รพ.สต. 20 คน ที่เราไปจัด ปรากฏว่าตอนที่เราติดตามมาก็เหมือนกับทุกจังหวัด คือเราต้องมีการจัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทุกอำเภอ รพ.สต. ละ 1 เรื่อง ตอนนี้ได้มาครึ่งหนึ่ง รวมกับพี่ที่ศูนย์อนามัยมีทำมา 13 อำเภอ ก็สรุปให้นายว่า แต่ละอำเภอเขาทำเรื่องอะไรมาเขาก็จะส่ง เรื่องเล่าสกัดบทเรียนมา….”

จิราพรรณ โพธิ์กำเนิด สสจ. ศรีสะเกษ

 

“…เรื่องของทีม เริ่มแรก สสจ. ส่วนใหญ่พัฒนาบุคลากรจะเป็นคนรับผิดชอบ ในแต่ละบริบทของพื้นที่ราชบุรีเป็นบุคลากรของปฐมภูมิหรือ รพ.สต. มีน้อย เขาก็เลยไปคัดเลือกคนที่เดิมเคยเป็น QRT ของจังหวัด QRT คือตัวแทนของแต่ละอำเภอที่คัดเลือกมาช่วยในการดูเรื่องคุณภาพ รพ.สต. สาเหตุที่เลือกก็คือ QRT เป็นคนที่เคยลงไปในพื้นที่รพ.สต. รพ.สต.ส่วนใหญ่ให้การยอมรับ ที่ผ่านมาไปเป็นลักษณะทีมพี่เลี้ยง ดูแลให้เขาผ่านคุณภาพ HCA มาก่อน พอมาเปลี่ยนเป็น PCA ทีมนี้ ก็ยังดูแลต่อเนื่อง ก็ได้รับคัดเลือกมาเป็นทีมวิทยากรจังหวัดด้วย ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ตัวจินตนาก็อยู่สาธารณสุขทั่วไป พอได้ทีมมา เราก็นัดประชุมพูดคุยกัน…”

จินตนา นาคงาม รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี

“…จากที่เราทำแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อก่อนเราก็ใช้ ลปรร. ที่หนองบัวระเหวมี รพ.สต. 6 แห่ง ตัวเองอยู่กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน มีหน้าที่ในการดูแลเหมือนรับผิดชอบการดูแลคุณภาพของ รพ.สต. ทั้ง 6 แห่ง จากที่เราทำงานร่วมกันมาและใช้ลปรร. เมื่อก่อนเราให้ รพ.สต. มาพูดเรื่อง best practice, good practice เราทำมาตลอด แต่หลังจากที่เรามาเข้ากระบวนการนี้และไปทำครั้งล่าสุด ก็เชิญผู้รับผิดชอบมาพูดคุยเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ ที่หนองบัวระเหวมีผู้สูงอายุจาก 7 % จนถึงปัจจุบัน 13% ผู้สูงอายุของเรามีทั้งโรคเรื้อรัง และหลายๆโรค เราเริ่มดำเนินการโดยคัดกรองผู้สูงอายุของเวชศาสตร์ครอบครัวให้ทาง รพ.สต. ไปคัดกรอง หากเจอสมองเสื่อม เจอสุขภาพจิต ก็เชิญเข้ามา จากการดำเนินงานที่ผ่านมาก็มีบางแห่งที่ทำได้ดี แต่บางแห่งก็ทำอยู่ เราก็เลยพูดคุยและเชิญเขามาพูดคุยเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ…”

ลักขณาภรณ์ เสนชัย รพ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

4. ทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ที่มีผลต่อเป้าหมายกระบวนการ ลปรร.

กระบวนการนี้เป็นวิธีสื่อสารสร้างความเข้าใจกันในทีมงานถึงเป้าหมายการจัดกระบวนการ ลปรร. ของจังหวัดและบทบาทแต่ละคน

• สื่อสารกับหัวหน้างานเพื่ออำนวยความสะดวก อนุญาตให้เป็นหนึ่งในทีมขับเคลื่อน โดยการโทรศัพท์พูดคุย ทำหนังสือแต่งตั้ง

• พูดคุยกับทีมงานชักชวน ถามความสมัครใจ ความสะดวกที่จะเข้าร่วมเป็นทีมงาน รวมถึงบอกบทบาทความรับผิดชอบ

“…ศรีสะเกษมี QRT ประมาณ 20 คน ใช้วิธีคุยกับเจ้าตัวเขาก่อน และเรียนหัวหน้าเขาให้รับทราบด้วย สสจ.จะเป็นหัวหน้าฝ่าย ทีมอำเภอจะมาจากโรงพยาบาลชุมชน และผู้รับผิดชอบงานโดยตรงเช่นเภสัชกร เพราะเมื่อเราคุยกับเจ้าตัวแล้วไปคุยกับผู้บริหาร เขาอนุญาต ก็จะทำเป็นคำสั่งแต่งตั้งส่งไปให้เขามาช่วยงาน โดยต้องอาศัยความรู้จักและทำความคุ้นเคยพอสมควร…”

คุณจิราพรรณ โพธิ์กำเนิด สสจ.ศรีสะเกษ

“… เมื่อได้ประเด็นหัวปลาแล้ว ทำการประสานไปทางสาธารณสุขอำเภอ เพื่อขอเชิญเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยทำหนังสือถึง สสอ.ก่อน และโทรศัพท์ไปเรียนให้ทราบว่าจะเชิญ รพ.สต.มาเล่า ท่านสาธารณสุขอำเภอก็ให้ความร่วมมือ และโทรศัพท์ไปหาคนที่จะเชิญเข้ามาเป็นการส่วนตัว เพื่อแจ้งและสอบถามความสะดวกในการเข้าร่วมให้ หากมีการติดประชุม ก็เลื่อนจนทุกคนสามารถเข้ามาร่วมได้…”

ลักขณาภรณ์ เสนชัย รพ. หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

“…มีการประสานชี้แจงบอกบทบาทก่อน เพื่อทราบว่าเขาอยากทำหรือไม่ และชักชวนมาร่วมงาน สร้างเป็นทีมนำในทุก CUP เพื่อให้เข้าใจและเห็นกระบวนการลปรร.ก่อนว่าเป็นอย่างไร จะจัดวง ลปรร.จะต้องทำอย่างไร พอมีทีมนำแล้ว จึงเป็นการตั้งวง ลปรร.ซึ่งต้องมีคุณกิจ ทำความเข้าใจวิธีการหาคุณกิจอ ย่างไร การเป็น fa. ต้องทำหน้าที่อย่างไร และให้ไปขับเคลื่อนให้เกิดการลปรร.ในพื้นที่ของทุกๆ CUP เกิดการแลกเปลี่ยนและเกิดการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของแต่ละพื้นที่ขึ้น มีการนำ ลปรร.ไปพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ใน รพ.สต. ด้วยการนำพื้นที่ที่ทำได้ดีมานั่งคุยแลกเปลี่ยน และให้เห็นความสำเร็จ…”

นุชนภางค์ ภูวสันติ สสจ.สระบุรี

“… ตอนแรกทดลองเรียนไปทำกับครู ข. ครู ก. โดยมีการกำหนดหัวปลาในการไปทำ หลังจากนั้นก็ทำเนียนไปกับงานประจำ จากที่ได้เรียนแจ้งผู้บริหารในการที่จะพัฒนาเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ไปด้วยกัน เวลาไปเยี่ยมพื้นที่เดือนละครั้งนั้นก่อนไปจะให้พื้นที่ส่งข้อมูลมาก่อนว่า รพ.สต. ที่จะไปนั้นเด่นเรื่องอะไร และไปร่วมกันแชร์ ซึ่งปกติจะมีกำหนดการทำงานว่าเดือนไหนจะไปที่ไหนและแจ้งพื้นที่ล่วงหน้า โดยมีการลงตารางรายละเอียดกำหนดวันที่จะไปอีกครั้งหนึ่ง…”

สถิต สายแก้ว รพ. ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

]]>
การขับเคลื่อนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (12) https://thaissf.org/sh104/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh104 Sun, 09 Nov 2014 13:58:13 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/11/09/sh104/ สสจ. core team จาก CUP สสอ. รพช. รพ.สต. และกลุ่ม QRT

“…ต้องมีเวลา บุคลิก เวลาด้วยกัน ไม่ต้องเวลาราชการ พระอาทิตย์ตกดินต้องคิดถึงกันตลอดเวลา มีอะไรปรึกษาหากันได้ ต้องเป็นอย่างนั้นก่อน ปรึกษาได้ทุกเรื่องก่อน ก่อนจะเจาะเป็นเรื่องๆไป เราจะดูน้องกันแบบนั้น ดูจากที่เราพาน้องมาเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ และเขาสามารถที่จะไปต่อได้ และก็ค่อยๆ น่าจะเป็นนายอุทิศ นางอุทิศ เอาใจมาก่อน ความรู้ไม่ต้อง เราจะมาต่อเติมให้ พาไปไหนก็เอาไปด้วย เหน็บไปด้วย และดูน้องคนนี้เขาชอบเรื่องอะไร แบบไหน เพราะว่าจังหวัดมีหลายเรื่อง น้องคนนี้ชอบเรื่องอะไร เราต้องดูบุคลิกเขาด้วย และความเป็นส่วนตัวเขาด้วย…”

รตญ.อมรพรรณ พิมพ์ใจพงศ์ สสจ.อุดรธานี

“… ที่ระนอง นอกจากมีใจที่เสียสละ มีใจรักแล้ว ยังมองถึงคนๆ นั้นที่จะมาเป็น QRT ได้ มีความมั่นใจแค่ไหน รู้จักแบ่งปันให้ไหม เพราะว่าถ้าเกิดไปดูงานของน้อง มีแต่ติ แสดงว่าใช้ไม่ได้แล้ว มีการแบ่งปันกัน ไม่ใช่ ไปเพื่อการจับผิด และสิ่งสำคัญที่สุดต้องยอมรับได้ด้วยว่า มันจะ feedback จากข้างล่างหรือข้างบนเราต้องรับได้… ”

ศจี ชูศรี สสอ.เมือง จ.ระนอง

“…ขอนแก่นจะดูที่เขาเป็นคนชอบประสานงานและบริหารจัดการ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ถ้าเขามีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้านายเขา หรืออะไรด้วย ถ้าเขามีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี กับเจ้านายเขา เช่น กับ ผอ.หรือ สสอ. ถ้าเขาได้ทำอะไรจะได้รับการสนับสนุน ก็จะเลือกประมาณนี้ ขอนแก่นมีประมาณ 15-16 คน…”

บัวบุญ อุดมทรัพย์ สสจ.ขอนแก่น

“…สาเหตุที่เลือกก็คือ QRT เป็นคนที่เคยลงไปในพื้นที่รพ.สต. รพ.สต.ส่วนใหญ่ให้การยอมรับ ที่ผ่านมาไปเป็นลักษณะทีมพี่เลี้ยง ดูแลให้เขาผ่านคุณภาพ HCA มาก่อน พอมาเปลี่ยนเป็น PCA ทีมนี้ ก็ยังดูแลต่อเนื่อง ก็ได้รับคัดเลือกมาเป็นทีมวิทยากรจังหวัดด้วย ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ตัวจินตนาก็อยู่สาธารณสุขทั่วไป พอได้ทีมมา เราก็นัดประชุมพูดคุยกัน…”

จินตนา นาคงาม รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี

2. พัฒนาทีม

เมื่อมีทีมงานเพิ่มขึ้น ได้พัฒนาทีมงานสร้างความเข้าใจถึงหลักการ แนวคิดกระบวนการ ลปรร. จนสามารถประยุกต์ใช้ได้เมื่อจัดวงจริงในพื้นที่ โดย

2.1 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เพิ่มเติมโดยเป็นผู้ฝึกเอง มีการทำวง ลปรร. เป็นตัวอย่างให้ดู จากนั้นให้ฝึกปฏิบัติการเป็นกระบวนกร นักบันทึก ถอดบทเรียน

2.2 ลงมือฝึกปฏิบัติทำวง ลปรร. จริง โดยมีพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ ปรึกษา (coaching feedback) ตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบวง ลปรร. การทำหน้าที่การเป็นกระบวนกร ผู้บันทึก ฯลฯ ด้วยกระบวนการ BAR DAR AAR

2.3 เชิญวิทยากรจากภายนอกมาถ่ายทอดความรู้ทั้งทีมงานและกลุ่มผู้เข้าร่วมกระบวนการ ลปรร.

“… สืบเนื่องมาจากปฐมภูมิ ที่ มสช. ดร.วณี มีการคัดเลือก CUP ละ 1 ล้านบาท ของระนองจะคัด core team จาก 2 อำเภอ ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไข อำเภอกะเปอร์ กับ กระบุรี มีทีมจังหวัดและทีม สสอ. และเรามี core team 5 คน เหมือนจังหวัดราชบุรี พอ 5 คนนี้ไปผ่านกระบวนการของมูลนิธิฯ มสช. เสร็จ ก็จะมีมูลนิธิฯ มสส. มา ให้คัดเลือกบุคลากรที่จะทำ ลปรร. ใน รพ.สต. ก็เอาจังหวัด เอาอำเภอ คน รพ.สต. เอา CUP ที่นี้ core team จะมา ไม่เหมือนกัน กระบวนการมารับรู้ไม่เหมือนกัน ของ มสช. จะอ่อนๆ ทาง มสส.จะเข้มข้น แบบได้กระบวนการที่ชัดเจน ตัวเองเป็น core team ของเขาทั้งสอง คืออยู่ตรงกลางจะรู้เลยว่าอันไหนดีไม่ดี ก็จับทีมชุดโน้นกับทีมชุดนี้มารวมกัน ก็จะมี core team 9 คน ที่ทำลปรร. มาสอนกระบวนการโดยมีอาจารย์อ้วน trainer และ 5 คนที่เหลือก็ไปเป็นเนื้อเดียวกัน ต้องมา concept นี้ และเอาเอกสาร ถ่ายทอดกระบวนการ พอเสร็จแล้วเขาก็จะรู้ว่า ต้องทำกระบวนการตามนี้ พอดีมีงบของ มสส.ให้ไปทำ พอให้งบไปทำ ตัวเองรับผิดชอบปฐมภูมิ มีงบของ สปสช. ที่ให้งบมาพัฒนาระบบบริการสุขภาพระบบปฐมภูมิ ก็เลยได้ที ได้ทั้งคน และมีเม็ดเงิน บริหารจัดการ เราก็จัดสรรเงินให้กับ รพ.สต. ในพื้นที่ มี 45 แห่ง เราก็ให้แห่งละ 2,000 บาท ทำอย่างไรก็ได้ให้คุณไปจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเอาผลงานก็คือให้มีเรื่องเล่าออกมา core team เป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอด 9 คน train เรียบร้อย เราก็เอาตัวแทน รพ.สต. ทั้ง 49 แห่งมาเข้ากลุ่ม คุณสมหญิงก็ลงจังหวัดระนองไป observe อีกที เราก็แบ่งกลุ่มเสร็จแล้วเราก็ train เจ้าหน้าที่ รพ.สต. การเป็น fa.. การเป็น note การเป็นคุณกิจ ทุกคนต้องฝึก ทุกคนต้องฝึกกระบวนการนี้หมด พอเสร็จแล้วคนที่เป็นเหมือนครู ข. ต่อจากเรา ครู ก. ก็ไปถ่ายทอดใน รพ.สต. ก็มีเนื้องานออกมาว่ามีเรื่องเล่าของ รพ.สต. ออกมา อำเภอเป็นคนรวบรวมเรื่องเล่าทั้งหมด…”

บุษกร อุ่ยเต็กเค่ง สสจ.ระนอง

 

“…. อำเภอจะส่งรายละเอียดมาให้ว่าจะจัดวันไหน ช่วงไหน และจังหวัดจะไปร่วมสังเกตการณ์ อำเภอเมืองที่ได้รับอบรมจากจังหวัดไปมีทั้งหมด 10 คนเป็นครู ก. ไปขยายต่อใน รพ.สต.ทุกแห่ง ก็ดึงเจ้าหน้าที่ รพ.สต. มาประมาณ 30 คน เพื่อทำวง 3 วง จังหวัดไปเป็น coacher แบ่งครูก.ทำหน้าที่เป็น fa., note taker, coach มีผู้เข้าร่วมจาก รพ.สต. ก็ได้ผลที่ดี รพ.สต.อยากจะทำกระบวนการลักษณะนี้ต่อไป และอยากฝึกให้สามารถทำได้ในทุกบทบาท โดยตั้งใจจะทำกับ อสม.ในพื้นที่ พร้อมกับให้จังหวัดช่วยไปดู…”

จิราพรรณ โพธิ์กำเนิด สสจ.ศรีสะเกษ

 

“… จัดวงให้เขาดูและศึกษาเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นอย่างไร ให้เขาเรียนรู้โดยมาแลกเปลี่ยนกระบวนการดูแลผู้สูงอายุ น้องเจ้าหน้าที่จาก สสอ.เป็นผู้จดบันทึก (note taker) มีพยาบาลจากโรงพยาบาลกุมกามเป็นผู้สังเกตการณ์ ภายหลังการจัดวง มีการถอดบทเรียน แนะนำเสริมในเรื่องกระบวนการและวิธีการ โดยวงที่ลงไปช่วยเป็นกรณีผู้สูงอายุสมองเสื่อมที่ถูกขัง จากที่เจ้าหน้าที่ รพ.สต.มาปรึกษาในการนำเรื่องนี้มาทำ CBL ด้วยการลปรร. จึงแนะนำให้ลองทำดู เพราะถ้าทำครั้งนี้สำเร็จ เรื่องอื่นๆก็น่าจะทำได้ ทาง อบต.ก็มาให้ความร่วมมือ นัดกันเป็นตอนเย็นเพื่อทำวง ได้พาพยาบาลจิตเวชไปร่วมด้วย ทำหน้าที่อยู่ข้างหลังสนับสนุนงานวิชาการ เพราะเรื่องสมองเสื่อมนั้น ทาง รพ.สต.อาจยังไม่แม่นในวิชาการ พยาบาลจิตเวชจะสามารถช่วยตอบเวลามีญาติคนไข้ถาม และบางครั้งเมื่อหลุดประเด็นขณะทำวง จะช่วยแนะนำเพิ่มเติม ทำให้วงลปรร.วันนั้นประสบผลสำเร็จได้ ด้วยการก็ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ตอนมีปัญหา ลงมาอยู่ในเวทีเป็นขวัญกำลังใจ เป็นหลักให้น้องๆเจ้าหน้าที่รพ.สต. มีการร่วมตั้งแต่เตรียมงาน ให้ข้อมูล และคำปรึกษาจนจบกระบวนการ ทำ BAR DAR AAR โดยภายใต้ความเชี่ยวชาญในหน้างานก็จะเป็นแหล่งข้อมูลให้กับเขาได้…”

ลักขณาภรณ์ เสนชัย รพ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

“…ในฐานะเป็น project manager ด้วย กระบวนการพัฒนาทีมเกิดจากทุกคนเมื่อเป็น QRT แล้ว จะมีโอกาสที่จะได้เข้าวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งจังหวัด อำเภอ มาในฐานะช่วยเป็น fa. เป็น co-fa. หรือฐานะของผู้สังเกตการณ์ เมื่อมาหลายครั้งก็จะเกิดทักษะในการทำวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับเหมือนได้บุญ ก็เอาบุญไปถ่ายทอดต่อและบอกเล่า ทำให้ได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง…”

บัวบุญ อุดมทรัพย์ สสจ.ขอนแก่น

“…อบรมให้ครอบคลุมทั้ง 3 CUP โดยชวนผู้ที่มีทักษะการถ่ายทอดความรู้ การพูดคุย การจัดวงเสวนามาร่วม มีตนเองทำหน้าที่วิทยากรกระบวนการ…”

จุฑามาส มาฆะลักษณ์ สสจ.สมุทรสงคราม

“…ที่ผ่านมาเป็นลักษณะของทีมพี่เลี้ยง ทำหน้าที่ดูแลมาตั้งแต่เรื่องให้ผ่านคุณภาพ PCA จนดูแลต่อเนื่อง ทีมมี 5 คน มีการถ่ายทอดประสบการณ์ตอนเป็นครูก. ต่อให้ครู ข. เนื่องจากมี 5 คนอาจไม่สามารถทำได้ ต้องไปหาเครือข่าย คือ จังหวัดที่อยู่ในเขตมาช่วยกันจัดอบรม เวทีที่ไปอบรมก็มีคนที่มาจากหน่วยงานต่างกัน และมีการ AAR ในแต่ละช่วง พอกลับไปทำในพื้นที่ตนเองก็สามารถนำความรู้ไปใช้ได้มาก ถือเป็นกระบวนการร่วมทำให้เกิดการเรียนรู้ของ core team ที่เรียนรู้ร่วมกันโดย AAR ทำให้การเรียนรู้ไปได้เร็ว ชัดขึ้น…”

จินตนา นาคงาม รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี

“… มีวิธีการไปเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นจริงหน้างานใน CUP ทั้ง 12 CUP ของสระบุรี หลังสร้างทีมนำแล้ว ก็มีแผนในปีนี้ให้แต่ละ CUP มาแลกเปลี่ยนว่าจะทำเรื่องอะไร จังหวัดลงไปเป็นพี่เลี้ยง ไปชื่นชมการทำงานของเขา บางครั้งก็ไปเป็น fa. ช่วยเขา ลงไปทำกับเขา ในการช่วยให้คำแนะนำ การ mapping ทำ BAR วางแผนการทำวง โดยเป็นการไปเรียนรู้ร่วมไปพร้อมกัน…”

นุชนภางค์ ภูวสันติ สสจ.สระบุรี

“… เริ่มจากยุทธศาสตร์จังหวัดที่เกิดจากงานพัฒนาบุคลากรมาบูรณาการให้เกิดเวที ผู้บริหารรับทราบ สนับสนุน ประเด็นความสำเร็จจึงมาจาก 2 เรื่อง คือ การบูรณาการงานและการเตรียมการอบรมทักษะให้กับเจ้าหน้าที่โดยการฝึกปฏิบัติและเขียนออกมาได้ เป็นภาพของการจัดการที่มี core team และต้องมีเครือข่ายอยู่แต่ละจุดที่ถือเป็น KM man ที่ต้องมีทักษะในเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คอยสื่อสารทำความเข้าใจ เชื่อมต่อกับ core team จังหวัดพิจิตรมีรพ.สต. 100 แห่ง จึงบูรณาการเรื่องถอดบทเรียนให้เป็นเรื่องเดียวกันกับการพัฒนาบุคลากรในรพ.สต. จัดอบรมไป 2 รุ่น มีการเชิญวิทยากรมาอบรม รพ.สต. ได้แลกเปลี่ยนร่วมกับพื้นที่จังหวัดและอำเภอ..”

พิทักษ์ เอมสวัสดิ์ สสจ.พิจิตร

]]>
การขับเคลื่อนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (11) https://thaissf.org/sh103/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh103 Sat, 08 Nov 2014 14:27:39 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/11/08/sh103/ จะตอบรับตัวชี้วัดนี้ ก็เรียกมาคุยก็เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ก็เกิดกระบวนการทำงานเชิงคุณภาพขึ้น พอเรื่องคนเรื่องงานเสร็จแล้วก็เรื่องพฤติกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ก็จะแตกต่างจากที่อื่น…”

บุษกร อุ่ยเต็กเค่ง สสจ.ระนอง

“…ขอนแก่นทำ 3 ตัว ร่วมกัน PCA ,CBL ด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งหมดก็คือใช้เครื่องมือตัวเดียวก็คือ ลปรร. ไม่ว่าจะเป็น PCA, CBL, KM เราจะใช้ตัวเดียวกัน เวลาลงไปทีมประเมินผลก็ไปชื่นชมสิ่งเหล่านี้เหมือนกันว่า CUP ไหนสามารถทำอย่างนี้ได้…”

บัวบุญ อุดมทรัพย์ สสจ.ขอนแก่น

“… จังหวัดสร้างพื้นที่หรือเวทีในการแลกเปลี่ยน หลังจากอบรมกับมูลนิธิฯ กลับมาจัดเวทีเกี่ยวกับเรื่องมหกรรมสุขภาพ 2 เรื่อง คือเรื่องวิชาการให้นำเสนอผลงานวิจัย กับเรื่องนวัตกรรมที่ให้มาแลกเปลี่ยนกัน เป็นเวทีที่น่าประทับใจ คนที่เล่ารู้สึกมีคุณค่า เขามีความสุขมาก และเราสนับสนุนเรื่องของวิชาการให้ ซึ่งเรื่อง CBL กำลังจะเกิดการประเมิน แต่ละพื้นที่ต้องส่ง 1 เรื่อง เพื่อประกวดระดับเขต ก็ทำการบูรณาการมาจัดเป็นวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้มาเล่าเรื่องแทนการนำเสนอ แต่มีลักษณะกระบวนการที่ให้ประเมินและออกเสียงเลือกในตอนสุดท้าย ให้ทำการประเมินกันเองจาก 9 แห่งเพื่อคัดเลือกไป ครั้งนั้นเป็นการใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเสริมให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างพื้นที่ด้วย ผลออกมาทุกคนเล่าแบบมีความสุข ตัวแทนเป็นผู้อำนวยการจากโรงพยาบาลสามง่ามที่เป็นเป้าหมายของงาน CBL เข้าร่วมตั้งแต่เช้าถึงเย็น และได้รับคำชี้แนะในการทำกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อไป เสนอให้ทำเป็นประเด็นๆขึ้นมาจากที่เขาเห็นความสำคัญ และเห็นว่าหากจะต่อยอด จังหวัดต้องมีเวทีเรื่องการจัดการความรู้โดยเน้นเรื่องกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาใช้…”

พิทักษ์ เอมสวัสดิ์ สสจ.พิจิตร

3.นำไปใช้เป็นเทคนิคในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในการเสริมคุณภาพของงานเดิม

เพื่อเสริมคุณภาพงานประจำที่ทำอยู่ให้ดีขึ้น และมีผู้คนจากหลายฝ่ายมาร่วมกันทำงาน เช่น นำกระบวนการ ลปรร. ไปใช้ในการประชุมประจำเดือนแทนรูปแบบประชุมเดิมๆ ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมสนใจมากขึ้น นำไปเป็นเครื่องมือในการประเมินและนิเทศก์งาน

“… เนื่องจากมีตำแหน่งเป็นนักวิชาการและเป็นผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอ รับผิดชอบดูแลกลุ่มพยาบาล รพ.สต. เมื่อได้รับเครื่องมือ ลปรร. ก็มีการไปปรับใช้ในการประชุมประจำเดือน แทนการประชุมแบบเดิมๆ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จากเมื่อก่อนมาเข้าร่วมประชุมกันตามปกติ ไม่ค่อยได้รับความสนใจ พอเปลี่ยนมาเป็นการ ลปรร. เขาต้องมีการเตรียมตัว มีการวางแผนในประเด็นที่จะมาแลกเปลี่ยน น้องๆเกิดความกระตือรือร้น ไม่ขาดการประชุม ให้ความร่วมมือดีขึ้น ในการประชุมกลุ่มพยาบาลทุกเดือน…”

เสาวดี สังข์ทอง สสอ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

“… และเรามาคัดเลือก เรื่องที่เป็น best practice ในกลุ่ม ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องดีเรื่องเด่น แต่ละคนมาร่วมเวทีเสร็จเล่าเสร็จ เราก็มาสรุปทีหลังว่าที่เราจัดเวทีนี้วัตถุประสงค์ คือสิ่งที่คุณอยากได้ คุณเล่าออกมาแบบไหนคุณก็เอาไปเขียน paper แบบนั้น อันนั้นก็คือเอาจากประเด็นปัญหาของพื้นที่ เราไปประเมินส่วนขาด ว่าเขายังขาดอะไร เขาอยากรู้เรื่องอะไร ก็มากำหนดเป็นประเด็นหัวปลา…”

จินตนา นาคงาม รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี

“…ของเราจะมีการนิเทศก์ทั้ง 2 ส่วน ทั้งสุนทรียสนทนา เพราะเดี๋ยวนี้การนิเทศก์งานก็จะเน้น ในเรื่องของการจับผิด แต่ ranking จะไม่ถามว่าได้เท่าไหร่ แต่จะไปเก็บข้อมูลในหมู่บ้านเลย อย่างเช่นว่า รพ.สต. นี้ให้วัคซีนเท่าไหร่เขาก็จะไปสุ่มถามเด็ก เราก็เอาเป็นเปอร์เซ็นต์เลย จะไม่ไปดูจากรายงาน รพ.สต. เราจะใช้ทั้ง 2 ส่วน ส่วนตัวชี้วัดรายบุคคลของหนองบัวระเหว ของโรงพยาบาลเราจะมีพยาบาลเพิ่มเติมงานวิชาการ แต่เรื่องเล่าทุกคนจะมี CQI ถ้าคุณจะให้คะแนน คุณให้ 5 คะแนน CQI คุณก็ต้องมีเรื่องเล่า เจ้าหน้าที่ทุกคนน้อง aid ก็จะต้องมี CQI แนบไป…”

ลักขณาภรณ์ เสนชัย รพ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

“… ก็เลยรู้สึกว่าวิธีการเล่าเรื่องเราก็ได้วิธีการทำงานที่ดีในพื้นที่เราอีกเยอะ ในส่วนตัวที่ได้ หลังจากนั้นก็เอาไปลองทำเอง เราประทับใจว่าเราทำได้ ก็ลองไปทำเอง น้องๆ ที่ทำก็รู้สึกดี เราทำเรื่องเจาะเลือดเบาหวาน น้องๆ ที่ทำก็ได้ประโยชน์ว่าเอาไปใช้ได้ดีนะพี่ จากเมื่อก่อนเราเจาะเลือดเราต้องตีคนไข้ นวด เราได้เทคนิคใหม่ ทุกคนก็แชร์กัน เราก็เอาไปในพื้นที่ 3-4 ที่ ร่วมกับทีมผู้บริหาร จากผู้บริหารไม่เคยไปพื้นที่ก็ได้ไปพื้นที่กับเรา เกิดเครือข่ายการทำงานกับ รพ.สต. ในพื้นที่ หมอที่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมก็เริ่มเข้ามา ชวนก็ง่ายขึ้น เข้าใจคนไข้ เข้าใจเจ้าหน้าที่ รพ.สต. มากขึ้น…”

สถิต สายแก้ว รพ.ราษีไศล จ. ศรีสะเกษ

“… ผมคิดว่ามาเห็นของศีรสะเกษ นราธิวาสที่เขาทำ โดยไม่ใช้งบประมาณ เราน่าจะกลับไปทำได้ คิดว่าเราจะประยุกต์เอาของเขามาใช้ เพราะเรามีการประชุมประจำเดือนอยู่แล้วที่ สสอ. ช่วงเช้าสละเวลานิดหนึ่งชวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่จะมาเรียนรู้มาคุยกันก่อน และช่วงบ่ายก็เอาเรื่องจากเวทีนี้ไปสรุปอีกทีหนึ่ง ถ้ามันเป็นประโยชน์แก่การทำงาน ก็ตกลงกันตั้งแต่เดือนมกราคม วงแรกที่จัดด้วยความคิดว่า การดูแลผู้ป่วยที่ผมเคยพูดว่าเยี่ยมบ้าน 100% ได้ผลงาน 100 แต่ทำไมคนไข้จิตเวชบางรายยังอาการไม่ดีขึ้น บังเอิญผมเป็นคนในพื้นที่ด้วย เขาดูแลกันอย่างไร และเยี่ยมกันอย่างไร คิดว่าน่าจะเอาประเด็นนี้มาคุย ถ้า case แบบนี้ ไม่ดีขึ้นและ case อื่นจะดีขึ้นได้อย่างไร ก็เลยเอาการดูแลผู้ป่วยจิตเวชเป็นตัวตั้ง ก็เลยเชิญพยาบาลเป็นหลัก คิดว่าพยาบาลเป็นหลักในการดูแลผู้ป่วย ใน รพ.สต.ก็เชิญมาอีก 1 คน เป็นนักวิชาการ หรือใครที่ว่าง เช้าต้องมีคนดูแลผู้ป่วยอยู่ใน รพ.สต. อย่างน้อย 2 คนที่มา ก็เชิญมาเล่า ตอนแรกก็ไม่ได้กำหนดอะไร คุณดูแลผู้ป่วยจิตเวช อย่างไรให้มีคุณภาพ กำหนดหัวปลาไปอย่างนั้น พอคำว่าคุณภาพทุกคนก็พูดไม่ค่อยออก ไม่รู้จะพูดอย่างไร ถ้างั้นตัดคำว่าคุณภาพออก เขาก็เล่ามาเท่าที่เขาทำ ก่อนจะออกไปเยี่ยมคุณทำอย่างไร เตรียมอะไรบ้าง ก็มีการศึกษาข้อมูลผู้ป่วยก่อน เตรียมแบบฟอร์ม เตรียมศึกษาผู้ป่วย บางคนเล่ามาก็ไม่ได้ทำอะไรนะ พอได้มาเรียนรู้ด้วยกันก็ได้แนวทางร่วมกัน …”

วิชิต ยศสงคราม สสอ.หนองแสง จ.อุดรธานี

]]>
การขับเคลื่อนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (10) https://thaissf.org/sh102/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh102 Fri, 07 Nov 2014 12:11:51 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/11/07/sh102/ ต่อติด แล้วท่านก็เอาด้วย และลงไปเล่น เหมือนกับต่อติดเอาด้วยและลงปฏิบัติด้วย ท่านก็บอกให้เราจัด มีงบประมาณมาให้เราก้อนหนึ่ง แต่ก็ไม่พอ ท่านก็ถามว่าจะใช้เท่าไหร่ ให้เราไปคำนวณมาว่าจะจัดกี่ phase phase ละ เท่าไหร่ อธิบายให้ท่านฟัง พอเราจัด 2 รุ่น ท่านก็มาเป็นวิทยากรให้เลย ท่านก็มาเน้นย้ำให้ ก็กลายเป็นว่าจังหวัดเราก็เกิดกระบวนการนี้ขึ้นมา โดยท่านผู้บริหาร เนื่องจากว่าเป็นนโยบายระดับประเทศด้วย…”

จิราพรรณ โพธิ์กำเนิด สสจ. ศรีสะเกษ

“…ของขอนแก่น พอเราไปอบรมมาเราก็บันทึก แต่นอกจากจะบอกถึงข้อเสนอว่าจะทำอะไรต่อไป เราจะบอกถึงประโยชน์ที่จะได้รับไปด้วย ว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วจากประสบการณ์ที่เราไปเรียนรู้ที่เราไปรับฟังมา จะเกิดประโยชน์อย่างนี้แหละ และบุคลากรจะได้รับการพัฒนาศักยภาพเราก็เขียนไป ก็ทำประมาณนี้…”

บัวบุญ อุดมทรัพย์ สสจ.ขอนแก่น

1.2 ขายความคิดกับผู้ตรวจราชการ : ในฐานะที่แกนนำขับเคลื่อนทำงานระดับจังหวัด ทำให้เห็นภาพรวม ความเขื่อมโยงและช่องทางความสำเร็จ จึงบอกเล่าผู้ตรวจว่าจังหวัดกำลังทำอะไรได้

“…เราก็บอกกับทางท่านผู้ตรวจว่า งานคุณภาพเหมือนพระองค์ใหญ่ พระพุทธรูปต้องมีคนยกฐานขึ้นมาถึงจะเห็น มีอีกโจทย์หนึ่งที่จะทำโครงการดูแลต่อเนื่อง พอดีได้น้องหญิงไปดูให้ในส่วนนี้ ปีที่แล้วเราไม่มีโจทย์ ให้เงินไปก็ต่างคนต่างทำ ตอนนั้นอาจารย์อ้วนเป็นอาจารย์ประสาทวิชา ลปรร. ให้ พอมาอีกรอบก็ได้ อ.ตุ้ม และหญิงดูแล มีอันหนึ่งที่เรายังทำไม่ได้คือการคลี่ ที่เขา How to ก็เลยไม่สนุก ปีนี้เรารู้ว่าจุดอ่อนของจังหวัด ผู้ที่จะไปต่อให้เราคือที่เราช้อนกันมาแล้ว เราใช้หัวใจช้อนหากัน ถ้าไม่มีใจเขาไม่มาแน่นอน ความต่อเนื่องของงานตรงนี้คือใจ เรามีเครือข่ายสายใยเรียบร้อยแล้ว วันนี้ไม่สบายก็ยังมา ฉะนั้นเราใช้ใจหากัน แต่ก็ยังขาดองค์ความรู้ว่าทำอย่างไรไปเรียกแล้วสนุก ได้ความรู้ในส่วนนี้ เราก็ตั้งโจทย์ว่าเป็นการดูแลต่อเนื่อง เรารู้สึกว่าถ้าจะพัฒนา รพ.สต. นั้น ถ้าโรงพยาบาลไม่เอื้อมแขนออกไปหาเขาก็พัฒนาไม่ได้ คุณภาพบริการไม่มีแน่นอน เราเลยใช้โครงการดูแลต่อเนื่อง COC COC ส่วนใหญ่เป็นพยาบาล เราก็บอกเขาเลยว่าเราตั้งวงคณะทำงานขึ้นมาคณะหนึ่ง ตั้งเป็นแนวแถวจังหวัดว่า แบ่งเป็น 3 เตียง เตียง 3 เตียง 2 เตียง 1 เราให้อาจารย์อ้วน ให้อาจารย์หญิงไป เราก็ปล่อยงานออกไปให้เขาไปตั้งวง เราให้เวลาเขา 3 เดือน พูดผ่านหูนาย เราให้นายเซ็น เราให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนเซ็น เสนอผู้อำนวยโรงพยาบาลศูนย์เซ็น ให้ สสจ. เซ็น และให้ สสจ.ประกาศในที่ประชุม กวป. เพื่อเป็นนโยบายจังหวัด…”

รตญ. อมรพรรณ พิมพ์ใจพงษ์ สสจ.อุดรธานี

1.3 ขายความคิดกับสาธารณสุขอำเภอ : เชิญ สสอ. พบประสบการณ์จริงโดยเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ขณะทำวง ลปรร.

“…ตอนที่พี่ตั้งวงครั้งแรก พี่ก็เชิญน้องมาเล่าเรื่องต่อเนื่องจากที่ท่านฟังเฉยๆ หลังจากนั้นพอเขาเล่าเรื่องจบ จบกระบวนการ พี่ก็อยากรู้ว่าท่านฟังจริงไหม เข้าใจจริงไหม และก็พี่ก็เลยถามว่าน้องสันติ น้องชอบเรื่องอะไรที่น้องๆ เขาเล่าให้ฟัง ท่านหัวหน้าพี่ก็บอกว่าผมชอบเรื่องเบาหวาน คนนั้นที่ดูแลแผลผู้ป่วย 2 ปี น้องเขาเก่งนะ มีความพยายามทำได้ขนาดนี้จนแผลเขาหาย และคนไข้มาถึงอนามัย และมานั่งดื่มกาแฟกับเจ้าหน้าที่ ผมชอบเรื่องนั้น อีกเรื่องก็น่าสนใจนะ ไม้เรียวสู้ไม้ตาย เขาอยู่ในชุมชนเขาสามารถดึงเด็กๆ ไปจับปลากัดมากินลูกน้ำ โดยใช้มนุษยสัมพันธ์กับชาวบ้าน ตีลูกเขาได้เพื่อไม่ให้ไปเล่นน้ำ มองเห็นภาพว่าท่านฟัง ท่านรู้จริงๆ ถึงทราบได้ว่าเวลาพี่นำเสนออะไรให้ท่านฟังท่านก็ฟัง และก็เหมือนกับเช่นวันนี้ที่พี่มาที่นี่ ปกติท่านไม่ให้มานะคะ เพราะผู้ตรวจลง พอถึงเวลาส่งหนังสือไป ท่านเซ็นเองให้คุณศจีมา ซึ่งพี่ก็คิดว่า อ้อนี่เป็นนิมิตที่ดีแล้ว ที่พี่กลับไปมันง่ายขึ้น หลังจากที่ฟังน้องๆ…”

ศจี ชูศรี สสอ.เมือง จ.ระนอง

]]>
การขับเคลื่อนกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (9) https://thaissf.org/sh101/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=sh101 Thu, 06 Nov 2014 12:41:22 +0000 http://175.41.155.75/demo/index.php/2014/11/06/sh101/ ที่เรียนรู้จากวง ลปรร. ไปทดลองทำจนเกิดการปรับเปลี่ยนวิธีทำงานของตน ครอบครัว ชุมชน ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนางาน รพ.สต.

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่มีความหมายสำหรับคนทำงาน คือ “การเกิดความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน” จากเป็นเพียงแค่คนรู้จัก รู้ว่าทำงานที่ไหน ตำแหน่งอะไร เมื่อได้เข้ามา ลปรร. ทำให้รู้จักกันมากขึ้น รู้ว่าคนนี้ทำงานอะไร ทำงานอย่างไร เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

“…พอเรารู้จัก ลปรร. แล้ว ก็คิดว่าจะทำยังไงให้เกิดการแลกเปลี่ยนในทุก CUP เราก็ทำทีมนำในทุก CUP แล้วเค้าก็เอาไปใช้ อย่างในโรงพยาบาล เดิมจากที่พัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ใน รพ.สต. โดยการประชุม อบรม แต่หลังจากเข้าใจ ลปรร. เค้าก็เอา ลปรร.ไปใช้ เอาแต่ละที่มาพูดคุย มานั่งคุยกันว่าดูแลอย่างไร เอาพื้นที่ที่ทำได้ดีมาแลกเปลี่ยน ก็เห็นความสำเร็จของกันและกัน เขาได้เรียนรู้กัน ก็ได้เอาไปปรับใช้กับตัวเอง

เรื่องความสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ พอเกิดการตั้งวง ความสัมพันธ์ระหว่าง CUP กับพื้นที่ รพ.สต. ดีขึ้น ระหว่าง รพ.สต. ด้วยกัน พอได้มาพูดคุยกัน เห็นแนวทางการทำงาน ได้แลกเปลี่ยนตรงนี้ด้วยและอีกอย่างหนึ่งเหมือนเข้าอกเข้าใจ เห็นอกเห็นใจกัน เกิดการทำงานเป็นทีมขึ้น เกิดการทำงานที่เป็นเครือข่าย เช่น ตรงนี้มีปัญหาก็จะช่วยเหลือกัน เกิดการช่วยเหลือกันระหว่างการทำงาน ถ้าไม่มีวงตรงนี้ก็ต่างคนต่างทำงาน อันนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง…”

นุชนภางค์ ภูวสันติ สสจ.สระบุรี

“…ตอนแรกจริงๆ แล้ว ก็อาจจะไม่ศรัทธาวิธีการนี้มากนักโดยส่วนตัว แต่พอทำแล้ว ก็รู้สึกดี คนเล่าเขามีความสุขที่ได้เล่า เราก็ได้เนื้อหา ว่าเรื่องแบบนี้ทำไมที่นี่ทำได้ดี แต่อีกที่ไม่ดี เราก็มาแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน เรารู้สึกว่าเราไม่ต้องไปหาทฤษฎี เราหาจากคนของเรามีเยอะแยะเลย เอามาแชร์กัน ทุกคนอยากเล่าอีก แต่เวลามันน้อย จากที่เราไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ ก็เลยรู้สึกว่าวิธีการเล่าเรื่องเราก็ได้วิธีการทำงานที่ดีในพื้นที่เราอีกเยอะ ในส่วนตัวที่ได้ หลังจากนั้นก็เอาไปลองทำเอง เราประทับใจว่าเราทำได้ ก็ลองไปทำเอง น้องๆ ที่ทำก็รู้สึกดี เราทำเรื่องเจาะเลือดเบาหวาน น้องๆ ที่ทำก็ได้ประโยชน์ว่าเอาไปใช้ได้ดีนะพี่ จากเมื่อก่อนเราเจาะเลือดเราต้องตีคนไข้ นวด เราได้เทคนิคใหม่ ทุกคนก็แชร์กัน เราก็เอาไปในพื้นที่ 3-4 ที่ ร่วมกับทีมผู้บริหาร จากผู้บริหารไม่เคยไปพื้นที่ก็ได้ไปพื้นที่กับเรา เกิดเครือข่ายการทำงานกับ รพ.สต. ในพื้นที่ หมอที่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมก็เริ่มเข้ามา ชวนก็ง่ายขึ้น เข้าใจคนไข้ เข้าใจเจ้าหน้าที่ รพ.สต. มากขึ้น เวลามีงาน สสอ.ท่านจะไปทุกงานเหมือนเป็นเนื้อเดียวกัน แต่ก่อนเราจะแยกส่วนพอสมควร แต่ตอนนี้แพทย์ก็เริ่มไป เริ่มเป็นแบบว่างาน รพ.สต. หรือสสอ. ก็มีความสุขได้ไปกับเขา รู้สึกว่าเรื่องระบบนี้ตรงนี้เอามาใช้ทำให้เกิดการทำงานที่เป็นเครือข่าย และก็เจ้าหน้าที่เป็นเนื้อเดียวกัน คนไข้ได้ประโยชน์ที่เราไปคุยกัน เราสามารถช่วยให้คนไข้ได้ประโยชน์มากขึ้น…”

สถิต สายแก้ว รพ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

“…ตอนแรกได้ฟังว่า ลปรร. เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ฝังลึก มันก็ยังงงๆ ไม่เข้าใจ แต่พอได้มาจัดวง ลปรร. ก็เริ่มรู้แล้วว่าฝังลึกคืออะไร บางอย่างที่อยู่ในชาวบ้านบางทีเรายังไม่รู้เลย หมอจะไปตรวจร้านค้า อสม.ถามผมนะ ว่าหมอรู้จักร้านค้านี้อย่างไร รู้จักหรือยัง เขาเป็นใครรู้จักไหม เขาบอกผมอย่างนี้ เราจะตรวจเขาและให้เขาไว้วางใจเราต้องไปรู้จักเขาก่อน สร้างความคุ้นเคยกับเขา จะไปเตือนอะไรบางอย่างหรือไปว่าเขาผิด ถ้าไม่รู้จักกับเราหรือไม่คุ้นเคยกับเราก็จะถูกคัดค้าน มองต่างมุมกัน เมื่อก่อนได้ยินอย่างนี้ก็รู้สึกค้านนะ แต่พอมาจัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก็ใช่ บางทีเรามองข้ามไป ไม่ใช่ว่าเราอยู่ในตำแหน่งของตรงนี้ ที่อะไรก็ต้องเรา เราควบคุมดูแล แต่บางอย่างเราก็ขาด การยั้งคิด ไม่คิดถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่บางครั้งมันส่งผลให้งานสำเร็จได้…”

วัลลพ ฤทธิ์บำรุง รพ.สต.บ้านสายลำโพงใต้ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์

“…เราเป็นคนจัดคลินิกเบาหวาน เวลาคนไข้มา แล้วน้ำตาลสูง คนไข้สะท้อนมาว่า หมอต้องด่าแน่ๆเลย เราก็พยายามหาวิธีการคุยว่าจะทำยังไงไม่ให้เป็นการซ้ำเติมเค้า ไม่ให้เค้ากดดันหรือเครียด แล้วพอได้มาเรียนรู้เรื่องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตอนที่อบรมเป็นครู ข. เวลาเราเข้าวงเราสนใจมาก โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นปัญหาของเรา เราจำได้ ไม่ได้บันทึกก็จำได้ เราก็คิดว่ามาทำอย่างนี้น่าจะดี ก็ลองมาทำดู…”

รุ่งตะวัน โคตรวงศ์ รพ.สต.หนองบัว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ

“…ตอนนี้ทุกคนคุยกันได้ สนิทสนม กล้าพูดด้วยกัน สัมพันธภาพเปลี่ยนไป คุยกันได้ทั้งหมด บางคนที่ไม่ค่อยทำงานด้วยกัน เค้าก็จะออกมา เก็บตัวน้อยลง ร่วมมือกันทำงานมากขึ้น ลดปัญหาการทำงาน เวลามีปัญหาก็โทรถามกัน ก็จะมีเสียงว่า ทำอย่างนี้สิ เหมือนอย่างปากคานเค้าทำอย่างนี้ไง รู้ว่าใครมีเครื่องมืออะไรทำอะไรยังไง รู้จักกันมากขึ้น ตัวเราเองก็ภูมิใจ แล้วเพื่อนๆพี่ๆที่ทำกระบวนการด้วยกันก็เข้าใจมากขึ้น…”

น้ำค้าง สาระแสน รพ.สต.อาฮี อ.ท่าลี่ จ.เลย

“… ตั้งประเด็นว่า ทำไมเขาถึงติดยาเสพติด ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ให้เขาเล่า แรกๆ เขาก็ไม่เล่า หลังจากพี่ติ๊บได้คุยกัน ก็สนิทสนมพยายามใกล้ชิด ให้ความเห็นอกเห็นใจเขา เขาก็กล้าเล่าให้ฟัง ว่าเป็นอย่างไร คือเขาติดยาเพราะตามเพื่อน บางครั้งก็อยากลอง บางครั้งก็ขาดความอบอุ่นในครอบครัว หลายๆ อย่าง เขากล้าเล่าให้เราฟัง จนเกิดความสนิทกันขึ้น จนกระทั่งอบรมเสร็จ เข้าค่าย10 วัน เสร็จแล้ว เขาก็โทรศัพท์ มาหาเรา บอกว่าเขาอบอุ่นขึ้น ทำให้เขามีค่าขึ้น เพราะไม่มีใครรังเกียจเขา เขาจะไม่หันไปติดยาอีกแล้ว ยังขอสปอนเซอร์ ให้เราทำเรื่องกีฬาด้วยได้ไหม เพราะเขาจะเล่นกีฬา บางครั้งการทำงานตรงนี้เราก็ต้องเสียสละเงินส่วนตัวให้เขาไปบ้าง แล้วเขาจะได้ไปคุยให้เพื่อนคนอื่นที่ติดยา ให้กลับมา ตรงนี้เป็นประโยชน์ที่ว่าเกิดความสำเร็จในใจของพี่ติ๊บ คือตรงนี้หลังจากพี่ติ๊บได้เข้าอบรม KM แล้ว เอา KM ไปใช้ในกลุ่มงานอื่นๆได้…”

ศจี ชูศรี สสอ. เมือง จ. ระนอง

]]>